เสียงปรบมือเบาๆ สองครั้งในห้องประชุมโปร่งโล่ง แทบจะกลายเป็นเสียงระเบิดย่อมๆ ที่ทำลายล้างความภาคภูมิใจตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมาของพริมาให้แหลกคราบคาร์บอน ในเมื่อแบบแปลนโครงสร้างพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ซึ่งผ่านการถกเถียงและแลกเปลี่ยนน้ำลายกันจนคอแห้งผากถูกเลื่อนออกไปอย่างไร้เยื่อใย
"ฉันว่าเราต้องรื้อทั้งหมดค่ะ"
รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง หล่อนนั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามในชุดสูทตัดเย็บเข้ารูปสีเทาเข้ม สมกับตำแหน่งดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบผู้ไม่เคยประนีประนอมกับความปานกลาง แว่นตากรอบทองบางเฉียบถูกดันขึ้นเล็กน้อยตามความเคยชินยามที่เจ้าตัวกำลังจะพิพากษาผลงานของคนอื่น
"รื้อทั้งหมด?" พริมาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอหลุดลอดออกมาอย่างเหลืออด หญิงสาวทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองหน้าคนพูดด้วยแววตาวาวโรจน์ "คุณรินรดาคะ นี่ไม่ใช่การเล่นต่อเลโก้นะคะที่จะรื้อแล้วต่อใหม่ได้ตามใจชอบ แบบแปลนนี้ฉันใช้เวลาคำนวณโครงสร้างรับน้ำหนักและการหมุนเวียนของอากาศมาอย่างดีที่สุดแล้วตามโจทย์เดิมที่คุณ... หรือพูดให้ถูกคือคุณหญิงแม่ของคุณเป็นคนยื่นมา"
"แต่โจทย์มันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ พริมา"
รินรดาตอบกลับทันควันอย่างไร้ความลังเล ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นจ้องมองสถาปนิกสาวนิ่งสนิท ไม่มีร่องรอยล้อเล่นอยู่ในนั้นแม้แต่น้อย "ท่านประธานเพิ่งโทรมาแจ้งเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ท่านต้องการให้โซนนี้ปรับเปลี่ยนเป็นแกลเลอรีจัดแสดงงานศิลปะหมุนเวียนและพื้นที่รังสรรค์งานฝีมือแบบผสมผสาน... ซึ่งหมายความว่า น้ำหนักบรรทุกต่อตารางเมตรที่คุณคำนวณมา ผิดพลาดทั้งหมด และเสาแกนกลางรับน้ำหนักที่คุณออกแบบไว้ จะบังสายตาผู้เข้าชมจนหมด"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ พริมาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาจนร้อนผ่าวที่ปลายหู มันไม่ใช่ความโกรธที่งานต้องแก้ แต่มันคือความรู้สึกอัดอั้นที่ถูกคนตรงหน้าต้อนให้จนมุมด้วยเหตุผลทางธุรกิจที่เธอเถียงไม่ออก และที่สำคัญที่สุด... รินรดามักจะมีรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากเสมอ ยามที่เห็นเธอหัวเสีย
"คุณจงใจแกล้งฉันหรือเปล่าคะ?" พริมาโน้มตัวไปข้างหน้า ใช้มือสองข้างค้ำโต๊ะประชุม สายตาดุดลานจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทคู่นั้น "รู้ทั้งรู้ว่าฉันเกลียดการเปลี่ยนหน้างานกลางคัน แต่คุณกลับทำหน้าเหมือนมันเป็นแค่เรื่องดินฟ้าอากาศ"
"ถ้าฉันอยากแกล้งคุณจริงๆ พริมา ฉันคงเลือกวิธีอื่นที่สนุกกว่าการมานั่งแก้แบบโครงสร้างสถาปัตยกรรมหรอกค่ะ" รินรดาตอบเสียงนิ่ม แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายท้าทาย หล่อนลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงโปร่งภายใต้ชุดสูททำให้ดีไซเนอร์สาวดูน่าเกรงขามขึ้นเป็นกอง รินรดาก้าวเท้ายาวๆ เดินอ้อมโต๊ะประชุมมาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของสถาปนิกสาว
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนน่าใจหาย กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นกฤษณาจางๆ ลอยมาแตะจมูก พริมาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวต้องแหงนหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตากับอีกฝ่ายที่ยืนค้ำหัวอยู่
"แต่ถ้าคุณคิดว่าตัวเองเก่งจริงอย่างที่ปากพูด..." รินรดาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำริมใบหู "คุณน่าจะพิสูจน์ให้ฉันเห็นหน่อยนะคะ ว่าสถาปนิกจอมขบถคนนี้ จะเนรมิตแกลเลอรีศิลปะบนซากแบบแปลนเดิมยังไงโดยที่ไม่ต้องรื้อเสาหลักทิ้ง... ทำได้ไหมคะ หรือว่าจะขอยอมแพ้ตั้งแต่วันนี้ดี?"
ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้ขนลุกซู่ พริมาอยากจะหันไปตอกกลับด้วยประโยคเจ็บแสบสักสิบคํา แต่นัยน์ตาสีเข้มคู่สวยที่ฉายแววท้าทายและดึงดูดใจอย่างประหลาดในคราวเดียวกัน กลับทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด เธอเกลียดรินรดาเวลานี้ที่สุด... เวลาที่อีกฝ่ายสวยเฉียบขาด และรู้ว่าต้องจัดการเธอยังไงให้อยู่หมัด
"อย่ามาดูถูกกันให้มากนักนะคะคุณรินรดา" พริมาเค้นเสียงลอดไรฟัน ขยับตัวลุกขึ้นยืนประจันหน้าจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ระยะประชิดนี้ทำให้เห็นแพขนตางอนงามและรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดในโลก "คืนนี้... คุณจะได้เห็นแบบร่างใหม่บนโต๊ะทำงานของคุณแน่ แต่บอกไว้ก่อนนะว่าถ้ามันออกมาสวยจนคุณหาที่ติไม่ได้ คุณต้องเป็นคนเลี้ยงมื้อค่ำฉันสามมื้อรวด!"
รินรดายิ้มรับ ดวงตาสุกใสเป็นประกายขึ้นมาวับหนึ่ง "ตกลงค่ะ สามมื้อก็สามมื้อ... แต่ถ้าพร่ำเพ้อแล้วทำไม่ได้อย่างปากว่า คุณต้องยอมทำตามคำสั่งฉันทุกอย่างเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เต็มใจไหมล่ะคะ?"
ก่อนที่พริมาจะทันได้อ้าปากตอบรับคำท้าเดิมพันที่เริ่มไม่เข้าท่า เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งก๊อกๆ ก่อนที่บานประตูไม้สักจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต
ร่างสูงโปรغاتของชายหนุ่มในชุดสูทราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ รอยยิ้มกว้างขวางถูกส่งตรงมาหารินรดาโดยไม่สนใจบรรยากาศตึงเครียดรอบตัว
"รินครับ ผมแวะเอาแบบแปลนโครงการใหม่มาให้คุณดู... อ้าว มีแขกอยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย?"
พริมาหันไปมองผู้มาใหม่ ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจำได้ว่าเขาคือใคร และความเงียบงันที่เยือกเย็นกว่าเดิมก็โรยตัวลงมาทันทีเมื่อรินรดาขยับตัวถอยห่างจากเธอด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นเรียบสนิทในเสี้ยววินาที
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนลุ้นของยัยสถาปนิกกับดีไซเนอร์สาวคนนี้ด้วยนะคะ
ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 17
โจทย์ใหม่ที่ยากกว่าเดิม
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!