ความเงียบที่โรยตัวลงมาในห้องรับรองวีไอพีของแกลเลอรีศิลปะแห่งนั้น หนักอึ้งเสียจนพริมาเกือบจะลืมวิธีหายใจ
เงาร่างสูงโปรดในชุดสูทตัดเย็บเนี้ยบกริบของ ‘ท่านประธานธนาธร’ ผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองบุตรสาวเพียงชั่วพริบตา ก่อนจะเบนมาหยุดอยู่ที่พริมา สถาปนิกสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความหัวรั้นและไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน
แต่ในวินาทีนี้... พริมากลับสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่สะกิดใจเธอเข้าอย่างจัง
รินรดา ดีไซเนอร์สาวผู้พยายามรักษามาด “ความสมบูรณ์แบบ” ไว้ได้เสมอในทุกสถานการณ์ บัดนี้กลับยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน ปลายนิ้วที่ประสานกันอยู่ข้างลำตัวสั่นระริกน้อยๆ และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่สวยที่มักจะฉายแววหยิ่งทะนงและเฉียบคมเสมอ กลับเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ชนิดที่พริมาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต
"ริน..." พริมาเผลอหลุดปากเรียกชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกโกรธเคืองเรื่องงานหรือการปะทะคารมเมื่อครู่ มลายหายไปสิ้นเมื่อสัญชาตญาณดิบในตัวบอกเธอว่า คนตรงหน้ากำลังต้องการเกราะป้องกัน
"คุณพริมา... นี่คงเป็นสถาปนิกจอมนอกกรอบที่ลูกสาวผมพูดถึงสินะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาเลยแม้แต่น้อย "ดูท่าทาง... จะดื้อรั้นกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ"
"ดิฉันไม่ได้ดื้อรั้นค่ะ ท่านประธาน เพียงแต่เรากำลังพูดถึงงานออกแบบที่ต้องตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ความสวยงามบนกระดาษ" พริมาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะสุภาพแต่แฝงด้วยความคมกริบ พร้อมกับขยับตัวไปยืนบังมุมเอียงด้านซ้ายของรินรดาโดยอัตโนมัติ เป็นการกระทำทางกายภาพที่แสดงออกถึงการปกป้องอย่างไม่รู้ตัว
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายที่เคยสั่นเทาเริ่มกลับมาควบคุมได้ทีละน้อย เมื่อรับรู้ถึงความอุ่นจากรังสีการปกป้องที่แผ่ออกมาจากร่างเพรียวของสถาปนิกสาวข้างกาย รินรดาเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของพริมาที่กำลังเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวใคร ความรู้สึกบางอย่างตีรวนอยู่ในอก—ทั้งซาบซึ้ง ทั้งสับสน และ... แปลกประหลาด
"คุณพ่อมาทำอะไรที่นี่คะ" รินรดาเค้นเสียงถามออกไปในที่สุด แม้จะพยายามบังคับให้มันราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ก็ยังสั่นเครือเล็กน้อยในพยางค์สุดท้าย
"พ่อก็แค่มาร่วมงานเปิดตัวโครงการที่บริษัทของเราลงทุนมหาศาล... และบังเอิญได้ยินว่าลูกสาวคนเก่งกำลังมีปัญหากับสถาปนิกนอกคอก ถึงต้องมาเคลียร์กันนอกรอบแบบนี้" ธนาธรปรายตามองบุตรสาวด้วยแววตาตำหนิที่เฉียบคมดั่งใบมีด "จำไว้นะรินรดา ผลงานของลูกต้องไร้ที่ติ และไม่มีที่ว่างสำหรับความผิดพลาด... หรือความอ่อนแอ"
คำพูดนั้นกดทับลงบนบ่าของรินรดาจนเธอต้องเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความกดดันมหาศาลที่เธอแบกรับมาตลอดชีวิตพรั่งพรูขึ้นมาในความทรงจำ ทุกอย่างต้องเป๊ะ ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบตามที่ท่านประธานต้องการ เพราะความผิดพลาดแม้เพียงนิดเดียว... คือสิ่งที่คนบ้านนี้ไม่เคยได้รับอภัย
พริมาขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกไม่พอใจพุ่งทะยานขึ้นจนร้อนผ่าวไปทั่วอก เธอไม่สนหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงนักธุรกิจระดับประเทศหรือพ่อของใคร แต่การมาใช้วิธีพูดกดดันลูกสาวในเวลาแบบนี้ มันขaาดความเป็นมนุษย์เกินไปแล้ว!
"ท่านประธานคะ" พริมาก้าวเข้าไปอีกครึ่งก้าว รอยยิ้มหวานหยดแต่แววตาดุดั่งเสือดาวถูกงัดออกมาใช้ "ดิฉันคิดว่าเรื่องงานระหว่างดิฉันกับคุณรินรดา เราเคลียร์กันจบในส่วนของพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจแล้วค่ะ และในฐานะ ‘คนนอก’ ดิฉันขอยืนยันตรงนี้เลยว่า... คุณรินรดาทำงานได้สมบูรณ์แบบเกินกว่าที่คุณจะมาจู้จี้อะไรได้อีกแล้วค่ะ"
รินรดาหันขวับมามองพริมาทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ปนเปไปกับความรู้สึกประหลาดลึกซึ้งที่กระแทกเข้ากลางใจ—นี่พริมา... กำลังปกป้องเธออย่างนั้นเหรอ? จากพ่อของเธอเองเนี่ยนะ?
ธนาธรหรี่ตามองพริมาอย่างพิจารณา รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนมุมปาก "ปากกล้าดีนี่คุณพริมา หวังว่าฝีมือการออกแบบของคุณจะสมกับฝีปากนะ... วันนี้ผมมีธุระต้องคุยกับรินรดาเป็นการส่วนตัว เชิญคุณกลับไปก่อนเถอะครับ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบจะตัดเฉือนได้ พริมาหันไปมองรินรดาที่ตอนนี้หลบสายตาลงต่ำ ขากรรไกรของดีไซเนอร์สาวขยับน้อยๆ แสดงถึงการอดกลั้นอย่างถึงที่สุด มือเรียวเล็กกำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน
พริมารู้ดีว่าเธอไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายเรื่องครอบครัวของอีกฝ่าย แต่วินาทีนี้... หัวใจของเธอกลับปฏิเสธที่จะเดินออกไปเฉยๆ
"ขอตัวนะคะท่านประธาน พอดีดิฉันยังมีธุระต้องคุยเรื่องแปลนกับคุณรินรดาต่อให้จบ" พริมากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะเอื้อมมือออกไป คว้าข้อมือเรียวของรินรดาเอาไว้หลวมๆ "ไปกันเถอะค่ะคุณรินรดา งานของเรายังไม่เสร็จ"
รินรดาสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสอุ่นจากมือของพริมาแตะลงที่ข้อมือ แรงดึงที่อบอุ่นและหนักแน่นนั้นให้ความรู้สึกราวกับมีใครยื่นมือเข้ามาฉุดเธอขึ้นมาจากหลุมลึกที่มืดมิด เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับพริมา—ดวงตาคู่นั้นไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและ... ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จนคนมองใจเต้นระรัว
ธนาธรขมวดคิ้วเคร่ง ทว่าก่อนที่ท่านประธานจะทันได้เอ่ยปากห้าม เสียงฝีเท้าก้าวฉับๆ พร้อมกับผู้จัดการแกลเลอรีที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาก็ขัดจังหวะเสียก่อน
"ท่านประธานครับ! ทางสำนักข่าวเศรษฐกิจและนิตยสารดีไซน์ชื่อดังมาถึงแล้วครับ อยากขอสัมภาษณ์ท่านกับคุณรินรดาเกี่ยวกับโปรเจกต์ใหญ่ร่วมกันในห้องโถงใหญ่ตอนนี้เลยครับ!"
สถานการณ์พลิกผันในเสี้ยววินาที ธนาธรหันไปมองทางผู้จัดการ ก่อนจะหันกลับมามองบุตรสาวและสถาปนิกสาวสลับกันไปมาด้วยแววตาคาดโทษ
"จำไว้... ว่าเรายังคุยกันไม่จบ รินรดา" ธนาธรเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะสะบัดตัวเดินนำออกไปจากห้องรับรองทันที
เมื่อร่างของประธานใหญ่ลับสายตาไป บรรยากาศที่เคยอึดอัดก็คลายลงเล็กน้อย ทว่าพริมาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากข้อมือของรินรดา
ดีไซเนอร์สาวหอบหายใจเบาๆ เปลือกตาปิดลงชั่วพรีบตาเพื่อตั้งสติ ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองหน้าสถาปนิกสาวที่ยืนประชิดตัวเธอในระยะประชิด ความใกล้ชิดนี้ทำให้ได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ จากตัวพริมา ซึ่งช่วยปลอบประโยคความหวาดกลัวในใจเธอได้อย่างน่าประหลาด
"ปล่อยได้แล้วมั้งคะคุณพริมา" รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว ความเย่อหยิ่งและมาดมั่นเมื่อครู่หายไปหลงเหลือเพียงความเปราะบางที่น่าทะนุถนอม
"ไม่ปล่อยค่ะ" พริมาตอบกลับทันที น้ำเสียงเจือความดื้อรั้นแต่นุ่มนวลขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของรินรดา "จนกว่าคุณจะบอกฉันว่า... เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมดีไซเนอร์ผู้เก่งกาจและหยิ่งผยองอย่างคุณ ถึงได้ทำท่าเหมือนจะร้องไห้เวลาเจอหน้าพ่อตัวเองล่ะคะ"
รินรดาชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อถูกจี้เข้าตรงแผลเป็นที่พยายามปกปิดมาตลอดชีวิต เธอเม้มปากแน่น เสี้ยวหน้าหวานเบือนหนีไปทางอื่นเพื่อหลบซ่อนประกายความไหววูบในดวงตา
"มันไม่ใช่เรื่องของคุณ..." เสียงของรินรดาเบาราวกับกระซิบ
"แต่มันเป็นเรื่องของฉัน!" พริมาสวนกลับทันควัน ขยับก้าวเข้าไปใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ พริมายกมืออีกข้างขึ้นวางทาบลงบนผนังข้างศีรษะของรินรดา เป็นการกักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างกลายๆ "เพราะคุณคือพาร์ทเนอร์ของฉัน... และเพราะฉัน..."
พริมากลืนคำพูดที่เกือบจะหลุดปากออกไปลงคอ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความหึงหวงแปลกประหลาดที่เธอรู้สึกตอนเห็นรินรดายืนอยู่กับผู้ชายคนอื่น ก่อนหน้านี้... ผสมปนเปไปกับความห่วงใยในตอนนี้ มันปั่นป่วนเสียจนเธอควบคุมตัวเองไม่ได้
"เพราะอะไรคะ?" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตา ท้าทายด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากที่ขยับพูดของพริมาด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย "เพราะอะไรคุณถึงต้องมายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของฉันขนาดนี้... คุณพริมา"
ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกัน พริมามองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่สวยของรินรดา และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... รินรดาก็เป็นฝ่ายยื่นมือเรียวขึ้นมาแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อสูทของพริมา
"ถ้าคุณยังไม่เลิกทำหน้าเป็นห่วงฉันแบบนี้..." รินรดากระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเย้ายวนที่แฝงไปด้วยความเปราะบาง "ฉันอาจจะเผลอคิด... ว่าคุณไม่ได้แคร์แค่เรื่องงานออกแบบของเราแล้วนะคะ"
พริมาลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปหมดกับประโยคท้าทายที่อันตรายที่สุดในชีวิต
* * * * * * * * * *
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วมาลุ้นกันต่อค่ะว่าพริมาจะตอบว่าอย่างไรเมื่อเจอประโยคนี้! – ดอกเดซี่ริมทาง
ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 16
ความหึงที่ไร้คำอธิบาย
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!