เสียงโวยวายของหัวหน้าทีมหน้างานที่ดังแทรกเข้ามาผ่านสายโทรศัพท์มือถือ ไม่เพียงแต่ทำลายความเงียบสงบในยามวิกาลให้พังทลายลงในพริบตา หากแต่ยังกระชากบรรยากาศกึ่งหวานกึ่งขมระหว่างสถาปนิกสาวจอมขบถกับดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบให้แตกกระเจิง
รินรดาหน้าถอดสี ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววดุและเรียบนิ่งเป็นเอกลักษณ์ยามจับงานดีไซน์ กลับเบิกกว้างด้วยความตกใจ ปลายนิ้วเรียวที่ถือสมาร์ทโฟนสั่นน้อยๆ เมื่อเสียงตะโกนจากปลายสายรายงานสถานการณ์หน้าไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองว่า ท่อน้ำหลักของชั้นเพนท์เฮาส์เกิดรอยรั่วซึม สร้างความเสียหายลุกลามถึงฝ้าเพดานที่เพิ่งกรุโครงสร้างเสร็จไปหมาดๆ
“คุณว่ายังไงนะ! รั่วถึงฝ้าที่ฉันเพิ่งตรวจไปเมื่อบ่ายนี้เหรอคะ? เป็นไปได้ยังไง ในเมื่อฉันคุมสเปกวัสดุกันซึมด้วยตัวเอง!” รินรดาตวาดเสียงกร้าว ความเครียดพุ่งทะยานจนเส้นเลือดขมับเต้นตุบๆ ลืมสิ้นซึ่งภาพลักษณ์ผู้บริหารแบรนด์ออกแบบภายในผู้แสนเยือกเย็น
“เกิดอุบัติเหตุตอนช่างเชื่อมย้ายแนวท่อน่ะครับคุณริน... เอ๊ะ! เดี๋ยวครับ นั่นใครน่ะ อย่าเพิ่งแตะตรงนั้นนะ!” เสียงปลายสายขาดหายไปพร้อมกับเสียงโกลาหลที่ดังแทรกเข้ามาอีกระลอก ก่อนที่สายจะตัดไปอย่างไร้เยื่อใย
พริมาที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานอยู่ห่างออกไปไม่ถึงก้าว ขยับตัวเข้ามาประชิดอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยกลัวปัญหาพุ่งพล่านขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตคมกริบกวาดมองใบหน้าซีดเผือดของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป ทั้งห่วงใยและอยากจะเอ่ยปากแซะตามนิสัยปากร้ายใจดี
“ใจเย็นก่อนค่ะคุณริน หน้าซีดเป็นไก่ต้มไปหมดแล้ว” พริมาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงความนุ่มนวลไว้อย่างแนบเนียน มือเรียวเอื้อมออกไปหมายจะแตะไหล่บางเพื่อปลอบประโลม
“ฉันจะใจเย็นได้ยังไงคะคุณพริ! งานนั้นคือโปรเจกต์เรือธงของบริษัทเรา ถ้าฝ้าเพดานพัง น้ำซึมเข้าโครงสร้างไม้บิวท์อินที่ออกแบบไว้เป็นชิ้นงานมาสเตอร์พีซ... มันหมายถึงความพินาศทั้งระบบ!” รินรดาหันขวับมาปะทะ ดวงตาคู่สวยรื้นน้ำด้วยความคับแค้นใจ ความสมบูรณ์แบบที่เธอเพียรสร้างมาตลอดพังทลายลงในพริบตาเดียว
“ก็เพราะมันยังไม่พินาศน่ะสิคะ ถึงต้องรีบไปดูหน้างานตอนนี้ไงคะ” พริมาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังจนรินรดาชะงัก งุนงงกับความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัดในแววตาคู่คมของสถาปนิกสาว “แต่งตัวค่ะ ฉันจะขับรถพาไปเอง”
สิบหนาทีต่อมา รถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์คันหรูพุ่งทะยานผ่านท้องถนนยามค่ำคืนที่ไร้ซึ่งการจราจร รินรดานั่งเงียบอยู่เบาะข้างคนขับ ปลายนิ้วจิกเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เธอกำลังกังวล ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่เธอกลัวสายตาผิดหวังของบิดา กลัวความพ่ายแพ้ในเกมธุรกิจที่เธอแบกรับไว้บนบ่าเรียวเล็กคู่นี้
พริมาเหลือบมองคนข้างกายเป็นระยะ หัวใจของเธอหล่นวูบทุกครั้งที่เห็นรินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด แม้ปากจะชอบปะทะและขัดแข้งขัดขากันอยู่เสมอ แต่ลึกๆ แล้ว เธอกลับเกลียดรอยยิ้มฝืนๆ และหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอเบ้าของคนคนนี้เสียยิ่งกว่าอะไรดี
“ไม่ต้องกลัวหريكหรอกค่ะคุณริน มีฉันอยู่ทั้งคน ไม่มีทางปล่อยให้ผลงานของคุณพังคามือหรอกนะ” พริมาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงอบอุ่นและมั่นใจถูกส่งผ่านความมืดภายในห้องโดยสาร ทำให้รินรดาหันมามองด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก่อตัวขึ้นในอกของคนทั้งคู่ เป็นความผูกพันที่ถักทอขึ้นจากเศษเสี้ยวของความขัดแย้งและการยอมรับซึ่งกันและกันอย่างเงียบเชียบ
เมื่อรถแล่นเข้ามาจอดสนิทบริเวณลานจอดชั่วคราวของโครงการคอนโดมิเนียมหรู รินรดาก็ไม่รอช้า เธอเปิดประตูและก้าวฉับๆ เข้าไปในตัวอาคารทันโดยมีพริมาเดินตามประกบไม่ห่าง บรรยากาศภายในไซต์งานยามวิกาลวังเวงและอบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นของปูนใหม่ผสมกับกลิ่นน้ำที่เจิ่งนอง
ทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้าบริเวณชั้นเพนท์เฮาส์กลับทำให้รินรดาต้องหยุดชะงักกึก
เสียงหัวeราะทุ้มต่ำและบทสนทนาที่สนิทสนมเกินกว่าความจำเป็นดังแว่วมาจากมุมห้องที่ช่างกำลังรุมซ่อมแซม รินรดาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นด้วยความสงสัย ก่อนที่หัวใจของเธอจะหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบกริบกำลังยืนกางร่มกันละอองน้ำให้หญิงสาวอีกคนอย่างเอาอกเอาใจ
“ระวังหน่อยสิครับคุณริน... อ้าว ไม่ใช่สิ คุณรินรดาคนสวยของเรามาพอดีเลยนี่นา!”
เสียงทุ้มนั้นเอ่ยทักอย่างสนิทสนม พร้อมกับร่างของ ‘ภาคิน’ นักลงทุนหนุ่มรูปหล่อทายาทเจ้าของเครืออสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ที่ก้าวออกมาจากเงาสลัว พร้อมด้วย ‘มีนตรา’ อินฟลูเอนเซอร์สาวชื่อดังสายสถาปัตยกรรมที่กำลังยืนคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง
รินรดาหน้าตึงขึ้นในทันที ความรู้สึกอึดอัดแล่นพล่านขึ้นมาจับขั้วหัวใจ เธอไม่ได้คาดคิดเลยว่าดึกดื่นป่านนี้ ภาคินจะพาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาเดินลอยชายอยู่ในไซต์งานที่เธอกำลังประสบวิกฤต
“คุณภาคิน... มาทำอะไรที่นี่คะดึกดื่นแบบนี้?” รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงเรียบสนิทจนน่ากลัว ปิดบังความไม่พอใจไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเป็นมืออาชีพ
“ผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารโครงการนี้นะครับคุณริน ได้ข่าวว่าเกิดเรื่องใหญ่ ผมก็เลยเป็นห่วง รีบขับรถมาดู... แล้วบังเอิญเจอกับคุณมีนตราที่แวะมาดูโลเคชั่นทำคอนเทนต์พอดี ก็เลยพาขึ้นมาสำรวจความเสียหายด้วยกันซะเลย” ภาคินยิ้มพิมใจ ส่งสายตาแพรวพราวมาให้รินรดา ทว่าสายตานั้นกลับแฝงความเจ้าเล่ห์ไว้อย่างปิดไม่มิด
มีนตราส่งยิ้มหวานหยดตามแบบฉบับสาวมั่นยุคใหม่ เธอก้าวเข้ามาใกล้รินรดา พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ฟังดูน่าเอ็นดู “สวัสดีค่ะคุณรินรดา ดีจังเลยนะคะที่เราได้เจอกันที่นี่ พอดีมีนกำลังสนใจงานดีไซน์ของเพนท์เฮาส์ห้องนี้อยู่พอดีเลยค่ะ พี่ภาคินใจดีมากๆ เลย อุตส่าห์พาเดินดูทุกซอกทุกมุมแถมยังช่วยอธิบายดีเทลการออกแบบให้มีนฟังด้วย ละเอียดลออจนมีนเกือบจะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเจ้าของห้องตัวจริงซะอีกแน่ะค่ะ”
คำพูดเชิงหยอกล้อแต่แฝงนัยยะแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของรินรดาอย่างจัง เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความหึงหวงและกรุ่นโกรธตีรวนขึ้นมาจนหน้าชา แม้เธอจะพยายามบอกตัวเองว่าภาคินเป็นเพียงแค่นักลงทุนและเพื่อนร่วมงาน แต่ภาพที่เห็นตรงหน้า—ภาพที่เขายืนอยู่ใกล้มีนตรามากเกินความจำเป็น—กลับสร้างความระคายเคืองในหัวใจอย่างรุนแรง
พริมาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เงียบๆ ขยับตัวก้าวเข้ามาเคียงข้างรินรดาอย่างเงียบเชียบ ดวงตากลมโตคมกริบกวาดตามองภาคินและมีนตราด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก สัญชาตญาณนักล่าของสถาปนิกสาวบอกเธอทันทีว่า สองคนนี้ไม่ได้บังเอิญมาที่นี่แน่นอน
“อ๋อ... เป็นการตรวจงานที่แนบชิดสนิทสนมดีแท้นะคะ” พริมาเปรยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมบาดลึก “ไม่ทราบว่าคุณภาคินกับคุณมีนตรากำลังตรวจความเสียหายของท่อน้ำ หรือกำลังตรวจเช็กความพึงพอใจส่วนตัวกันแน่คะ ถึงได้ยืนเบียดเสียดกันซะกลัวน้ำจะกระเด็นโดนเสื้อสูทแบรนด์ดังขนาดนั้น”
ภาคินหันมามองพริมาด้วยแววตาไม่พอใจ รอยยิ้มสุภาพบุรุษจอมปลอมจางหายไปจากใบหน้า “คุณพริมา... นี่มันเรื่องงาน และผมก็มีสิทธิ์เต็มที่ในฐานะผู้ลงทุนหลัก คุณเป็นแค่สถาปนิกที่รับจ้างออกแบบ อย่าล้ำเส้นมากเกินไปจะดีกว่านะครับ”
บรรยากาศในห้องเพนท์เฮาส์กว้างขวางพลันคุกรุ่นขึ้นในพริบตา ความกดดันพุ่งสูงเสียดฟ้าจนช่างหน้างานที่กำลังซ่อมท่อต่างพากันหยุดมือและก้มหน้าหลบสายตา
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก
ลึกเกินกว่าจะระงับอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านไว้ได้ เธอเตรียมจะอ้าปากตอกกลับภาคินให้หงายเงิบ แต่ทว่า... ก่อนที่คำพูดใดจะหลุดจากริมฝีปาก พริมากลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
มือเรียวของสถาปนิกสาวเอื้อมออกไป คว้าข้อมือของรินรดากระชากเข้าไปใกล้ตัวอย่างแรง จนแผ่นหลังบางแนบชิดกับอกอุ่นของเธอ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองหน้าพริคนที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
ดวงตาคู่คมของพริมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของรินรดาประกายตาคู่นั้นทั้งดุดัน เย้ายوان และเปี่ยมไปด้วยความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
“ขอโทษทีนะคะคุณภาคิน...” พริมาเอ่ยเสียงหวานหยด ทว่าหนักแน่นก้องกังวานไปทั่วห้อง “พอดีว่า ‘เจ้าของผลงานตัวจริง’ เขาไม่ได้อนุญาตให้ใครหน้าไหน... เข้ามาล้ำเส้นพื้นที่ส่วนตัวของฉันกับคนของฉันค่ะ”
คำว่า ‘คนของฉัน’ กระแทกเข้าเต็มกลางใจรินรดา จนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล เลือดในกายสูบฉีดจนร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า ความหึงหวงเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความวาบหวามที่ตีรวนขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก
ภาคินหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด มีนตราอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง
ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังอึ้งงัดกับสถานการณ์ระอุ ร่างของชายสูงวัยในชุดสูทสากลเรียบร้อยคนหนึ่ง ก็ก้าวพ้นประตูลิฟต์ฉุกเฉินเข้ามา พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัน
“เยี่ยมมาก... เล่นบทละครรักนอกจอได้สมจริงดีนี่ พริมา รินรดา”
รินรดาตัวแข็งทื่อทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่เพิ่งก้าวเข้ามา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ขณะที่พริมาเองก็ชะงัก ปล่อยมือจากข้อมือของรินรดาโดยอัตโนมัติ เมื่อเผชิญหน้ากับบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดในค่ำคืนนี้—พ่อของรินรดาเอง!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้เดซี่ริมทางนะคะ! ❤️
ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 15
คนนอกที่พยายามแทรก
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!