ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 14

อาหารมื้อดึกกับความในใจ

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“นี่มัน... หมายความว่ายังไงคะรินรดา” พริมาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความรู้สึกของคนฟัง ทอดสายตามองคนตรงหน้าด้วยความหมายที่เปลี่ยนไปตลอดกาล บนโต๊ะทำงานรกๆ ของกองอำนวยการหน้าไซต์งาน รีพอร์ตการปรับแบบโครงสร้างชิ้นใหญ่ถูกกางทับด้วยสเกตช์มือที่เลอะคราบดินสอ รินรดานิ่งค้างไปชั่วขณะ ดีไซเนอร์สาวผู้มักจะควบคุมทุกสถานการณ์ได้เสมอ กลับหลบสายตาคู่คมที่มองมาอย่างไร้การป้องกัน ปลายนิ้วเรียวที่เคยสะบัดปากกาตรวจแบบอย่างเฉียบคม ตอนนี้กำลังบิดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ความเงียบงันแผ่ซ่านระหว่างเรา ท่ามกลางเสียงพัดลมระบายอากาศตัวใหญ่ที่ส่งเสียงฮัมเบาๆ ในยามดึกดื่น “มันก็หมายความ... ตามที่เห็นนั่นแหละค่ะคุณพริมา” รินรดาเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้น เลิกใช้กำแพงความเย่อหยิ่งมาบังหน้าเหมือนทุกครั้ง น้ำเสียงติดจะห้วนเล็กน้อยตามฟอร์มคนปากแข็ง “ฉันแค่ไม่อยากเห็นสถาปนิกแถวนี้ทำงานจนล้มพับคาโต๊ะร่างแบบ... แล้วโปรเจกต์ในฝันของฉันมันจะพังก่อนที่จะได้สร้างจริง” พริมาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความเยาะหยัน แต่เต็มไปด้วยความระAคายเคืองระคนเอ็นดูในหัวใจ ร่างเพรียวในชุดช่างภาพสนามก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด จนได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาจางๆ ที่ลอยปะปนกับกลิ่นฝุ่นปูนและกระดาษ “เป็นห่วงกันเหรอคะ?” คำถามนั้นตรงเสียจนรินรดาสะดุ้ง ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนทันควัน “อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยค่ะคุณสถาปนิก ฉันแค่ห่วงงานของฉันต่างหาก ถ้าคุณป่วยขึ้นมา ใครจะมารับผิดชอบลายเส้นบ้าๆ ที่แกะยากยิ่งกว่าถอดรหัสลับนี่ล่ะคะ” รินรดาว่าพลางใช้ปลายนิ้วเคาะลงบนกระดาษไขตรงหน้าแรงๆ กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู พริมายิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพินิจพิจารณาใบหน้าเนียนที่เริ่มขึ้นสีระเรื่ออย่างนึกสนุก มือเรียวถือวิสาสะเอื้อมไปดึงกล่องพลาสติกใสบรรจุบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและไข่ต้มยางมะตูม ซึ่งเป็นเสบียงมื้อดึกที่อีกฝ่ายแอบวางไว้ให้มาถือไว้ “ปากแข็งจังนะคะ ทั้งๆ ที่เมื่อกี้ยังยืนมองฉันด้วยสายตาที่... เอ่อ น่ารักเสียจนฉันใจหายวาบอยู่เลย” “คุณพริมา!” รินรดาอุทานเสียงหลง รีบยกมือขึ้นกอดอกเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัว ทว่าจังหวะที่ก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง ข้อเท้ากลับสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้สนามจนเสียหลัก “ระวังค่ะ!” พริมาพุ่งตัวคว้าเอวบางไว้ได้ทันอย่างฉับพลัน แรงเหวี่ยงทำให้ร่างของทั้งคู่เซถลาลงไปนั่งด้วยกันบนโซฟาตัวยาวเก่าๆ ที่ตั้งมุมห้อง รินรดาล้มทับลงมาอยู่บนอกอ้อมแขนของสถาปนิกสาว ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของกันและกัน ทำให้โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ กลิ่นหอมสะอาดของสบู่เด็กที่พริมาใช้ ลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของรินรดา ดวงตาสองคู่สบประสานกันนิ่งงัน ไม่มีใครยอมขยับตัวหนี ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากริมฝีปากที่อยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ความขัดแย้งและคำจิกกัดตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กำลังละลายหายไป เหลือเพียงประกายความหวานล้ำที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงันในหัวใจของคนทั้งคู่ รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง สายตาคมกริบของพริมาที่มองลงมา เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำมาอธิบาย มันไม่ใช่สายตาของการเอาชนะ หรือการแข่งขันทางความคิดอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการเปิดประตูรับตัวตนของอีกฝ่ายเข้ามาอย่างหมดจด “ปล่อยได้แล้วค่ะ...” รินรดาเอ่ยกระซิบเสียงสั่น พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมา แต่สองมือที่วางอยู่บนลาดไหล่กว้างกลับไม่ได้ผลักไสออกอย่างที่ปากว่า “ถ้าไม่ปล่อยล่ะคะ... จะทำไม” พริมาแกล้งโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียน ทำให้หัวใจดวงน้อยของดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก “ไหนๆ ก็อุตส่าห์ใจดีซื้อข้าวมาให้กินตอนตีสองแล้ว... ขอค่าตอบแทนเป็นรางวัลหน่อยไม่ได้เหรอคะ” “คนฉวยโอกาส...” รินรดาพึมพำเสียงเบาหวิว ดวงตาหลุบมองริมฝีปากของคนที่อยู่ใต้ร่างโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นอย่างคนใช้ความคิด พริมาอมยิ้ม นึกเอ็นดูท่าทีพยศแต่ไร้พิษสงของคนปากแข็ง ยอมคลายอ้อมแขนออกให้อีกฝ่ายได้ขยับตัวลุกขึ้นนั่งดีๆ แต่โดยดี แม้ดวงตายังคงพราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ รินรดารีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เข้าที่ ยืนขึ้นเต็มความสูงเพื่อเรียกความน่าเชื่อถือกลับคืนมา แม้ว่าแก้มทั้งสองข้างจะแดงก่ำจนปิดไม่มิดก็ตามที เธอกระแอมเบาๆ กลบเกลื่อนความเขินอาย แล้วดันกล่องบะหมี่ใส่มือให้อีกฝ่าย “กินเข้าไปเลยนะคะ แล้วก็รีบปั่นแบบให้เสร็จพรุ่งนี้เช้า ฉันไม่อยากฟังข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้นถ้าแบบงานนี้มีจุดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว” น้ำเสียงพยายามดัดให้แข็งกร้าวเหมือนเดิม แต่หูที่แดงแจ๋นั้นฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังเสียอาการขนาดไหน พริมาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี รับกล่องบะหมี่มาถือไว้ มองตามร่างเพรียวที่เดินดุ่มๆ ไปหยิบแก้วน้ำมากินเพื่อดับความกระวนกระวายใจ มิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นอย่างไร้รอยต่อ ความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นทีละน้อยผ่านงานออกแบบและการปะทะฝีปาก ทำให้พริมารู้สึกว่า คืนนี้... กาแฟถ้วยไหนก็คงไม่ทำให้ตาสว่างและหัวใจเต้นแรงเท่ากับรอยยิ้มซ่อนเขินของดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบคนนี้อีกแล้ว ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความหวานละมุน และความรู้สึกบางอย่างกำลังจะเอ่ยปากสารภาพออกมา เสียงเคาะประตูดังปึงปังอย่างไม่เกรงใจใครก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ก๊อกๆๆ! “คุณรินรดาครับ! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ แบบแปลนโซน B มีปัญหาด่วนครับ ผู้รับเหมาบอกว่าเสาเอกหน้างานมีรอยร้าว ทีมวิศวกรเรียกประชุมด่วนตอนนี้เลยครับ!” เสียงตะโกนโวยวายของหัวหน้าทีมหน้างานดังแทรกเข้ามา ทำลายความเงียบสงบในยามวิกาลพังทลายลงในพริบตา รินรดาหน้าถอดสี หันขวับมามองหน้าพริมาทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจกับวิกฤตที่โถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนนี้นะคะ ขอให้มีความสุขกับความฟินและเตรียมลุ้นปมใหม่ไปด้วยกันค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%