เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากมุมห้องไม่สามารถกลบความอึดอัดที่ลอยอวลอยู่ในอากาศได้เลยแม้แต่น้อย พริมาตวัดสายตากลับมาจากร่างของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงปลายจอม
สถานการณ์ตอนนี้บีบคั้นเสียจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อประตูสตูดิโอถูกผลักเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ 'ภาคิน' อดีตคู่หมั้นหนุ่มจอมบงการที่รินรดาพยายามซ่อนเร้นไว้ในมุมมืดของความทรงจำ และนั่นหมายความว่า ข้อตกลงสงบศึกชั่วคราวระหว่างเธอกับดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกำลังจะพังทลายลงในพริบตา
"คุณริน... ผมบอกแล้วไงครับว่าโทรหาเท่าไหร่ก็ไม่รับ สายตาคุณนี่ใจร้ายกับผมเสมอเลยนะ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเจ้าชู้ของภาคินดังขึ้น พร้อมกับก้าวย่างเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวราวกับเป็นเจ้าของบ้าน พริมาสังเกตเห็นทันว่ากล้ามเนื้อบริเวณกรามของรินรดาขบเข้าหากันจนนูนเด่น สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดความสั่นไหวในดวงตาคู่นั้น
"ที่นี่สตูดิโอส่วนตัวค่ะคุณภาคิน และเราสองคนก็ไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว กรุณากลับไปด้วยค่ะ" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนน่าตกใจ มือเรียวที่กำแฟ้มเอกสารอยู่ข้างลำตัวสั่นน้อยๆ จนพริมาที่ยืนมองอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นความผิดปกตินั้นได้
สถาปนิกสาวขบกรามแน่น สมองที่ฉดเฉี่ยวและมักจะคิดค้นแปลนสถาปัตยกรรมล้ำๆ ประมวลผลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว แม้เธอจะไม่ชอบหน้าดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบคนนี้แค่ไหน แต่การเห็นผู้ชายหน้าไม่อายเข้ามาคุกคามผู้หญิงคนอื่นในพื้นที่ทำงาน มันทำให้สัญชาตญาณความขบถของพริมาทำงานเต็มพิกัด
"โอ๊ะ ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะการเคลียร์ ‘เรื่องส่วนตัว’ ของคุณรินเขาสินะคะ" พริมาจงใจก้าวเข้าไปยืนชิดร่างสูงโปร่งของรินรดา จนไหล่ของพวกเธอแทบจะแนบชิดกัน สัมผัสอุ่นร้อนจากตัวของดีไซเนอร์สาวส่งผ่านเนื้อผ้ามาเบาๆ พริมาส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบด้วยพิษร้ายให้ภาคิน "แต่เกรงว่าโปรเจกต์รีโนเวตนี้ จำเป็นต้องใช้สมาธิสูงมากค่ะ และพวกเรา ‘กำลังยุ่ง’ กันอยู่ รบกวนเชิญออกไปด้านนอกด้วยนะคะ"
ภาคินหรี่ตามองพริมาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาดูแคลน "อ๋อ... สถาปนิกปากจัดคนนี้นี่เอง ที่เขาว่ากันว่าเข้ามาปั่นป่วนชีวิตคุณรินสินะครับ หน้าตาดีนี่ แต่มารยาทคงต้องให้คุณรินช่วยสอนให้อีกเยอะ"
"มารยาทน่ะ ฉันมีไว้ใช้กับคนที่เป็นมนุษย์ค่ะ ไม่ใช่กับ... พวกที่ชอบบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล" พริมาสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด รอยยิ้มเยาะเย้ยฉาบบนใบหน้าสวยเฉี่ยว
"พริมา พอเถอะค่ะ" รินรดาดึงแขนเสื้อของพริมาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม น้ำเสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อยอย่างที่พริมาไม่เคยได้ยินมาก่อน มันคือความเหนื่อยล้า... ความเปราะบางที่รินรดาพยายามปกปิดไว้ภายใต้เกราะความสมบูรณ์แบบมาตลอด
พริมาหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่มักจะเชิดใส่เธอเสมอ หัวใจดวงที่เคยแข็งกระด้างกลับกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้บอกให้เธอรู้ว่า รินรดากำลังแบกรับเรื่องที่หนักหนากว่าที่ตาเห็น และไอ้ผู้ชายสารเลวคนนี้คือต้นเหตุทั้งหมด
"ถ้าคุณยังไม่ไป ฉันจะโทรแจ้งรักษาความปลอดภัยของตึกนะคะคุณภาคิน" รินรดาหันกลับไปเผชิญหน้ากับอดีตคู่หมั้นอีกครั้ง แววตาแข็งกร้าวขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหว "แล้วจำไว้ด้วยว่า ระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่วันที่คุณเลือกจะเหยียบย่ำความเชื่อใจของฉันแล้ว"
ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าฉายแววคุกคาม "คุณใจแข็งแบบนี้ไปได้สักกี่น้ำกันรินรดา ผมรู้นะว่าคุณกำลังพยายามหนีอะไรอยู่... แล้วเราจะได้เห็นดีกัน"
พูดจบร่างสูงก็ยอมหันหลังเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากสตูดิโอ เสียงประตูปิดลงดังปังสะท้อนก้องในความเงียบ ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องตึงเครียดจนแทบขาดอากาศหายใจ
พริมาถอนหายใจยาว ปล่อยมือที่กำแน่นออกจากกัน เธอกำลังจะหันไปแซะรินรดาตามนิสัยเดิมเพื่อทำลายบรรยากาศมาคุ แต่ทว่า... เมื่อหันกลับไป รินรดากลับทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงาน สองมือยกขึ้นปิดใบหน้า ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำ และไหล่บางๆ กำลังสั่นเทาเล็กน้อย
ความเงียบโรยตัวลงมาอย่างเชื่องช้า พริมายืนนิ่งค้าง สมองตื้อตันไปหมด เธอยอมรับตามตรงว่าภาพนี้ไม่ใช่ภาพของ 'รินรดา ดีไซเนอร์ผู้ไร้ที่ติ' ที่เธอรู้จักเลยแม้แต่น้อย ผู้หญิงที่เคยยืนหยัดอย่างมั่นคงคนนั้นหายไปไหน เหลือเพียงแค่คนที่กำลังแตกสลายอยู่ตรงหน้า
"นี่... คุณริน ไหวไหมเนี่ย" พริมาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความกวนประสาทถูกพับเก็บใส่ลิ้นชักไปชั่วขณะ เธอย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าเก้าอี้ของรินรดา มือเรียวยื่นไปลังเลอยู่กลางอากาศชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจแตะลงบนหลังมือที่กุมขวาของอีกฝ่ายเบาๆ "ถ้าไม่ไหว ก็ไม่ต้องฝืนทำเป็นเก่งหรอกค่ะ"
รินรดาค่อยๆ ลดมือลง เผยให้เห็นดวงตาที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสแต่วับวาวไปด้วยความดื้อรั้น เธอกัดริมฝีปากแน่นราวกับพยายามควบคุมเสียงสะอื้น "ฉันไม่ได้อ่อนแอ..."
"ค่ะๆ รู้แล้วว่าเก่งมาก คนอะไรดื้อชะมัด" พริมาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ เธอใช้มืออีกข้างหยิบกระดาษทิชชบนโต๊ะยื่นให้อีกฝ่าย "เช็ดซะเดี๋ยวหน้าพังหมด รินรดา ดีไซเนอร์มือหนึ่งร้องไห้ เดี๋ยวภาพลักษณ์แบรนด์พังพอดี"
รินรดาคว้าทิชช่นั้นมาถือไว้ พลางสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติและศักดิ์ศรีของตัวเองกลับมา "ขอบคุณ... แล้วก็เลิกกวนประสาทฉันสักนาทีจะได้ไหมพริมา"
"นี่ฉันหวังดีนะเนี่ย" สถาปนิกสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางกวาดสายตาไปรอบห้องเพื่อเปลี่ยนเรื่อง แต่ทว่า สายตากลับสะดุดเข้ากับสมุดสเก็ตช์ภาพปกหนังสีดำเล่มเก่าที่ถูกซ่อนอยู่ใต้กองนิตยสารดีไซน์บนโต๊ะทำงานของรินรดา มันเผยอเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นลายเส้นดินสอที่คุ้นตาอย่างประหลาด
พริมาขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ด้วยความที่เป็นคนอยากรู้อยากเห็นและไม่ค่อยรักษามารยาทเรื่องความเป็นส่วนตัวอยู่แล้ว เธอยื่นมือไปหยิบสมุดเล่มนั้นขึ้นมาทันทีโดยไม่ทันเอ่ยขออนุญาต
"เฮ้! พริมา อย่า-" รินรดาร้องห้ามเสียงหลง ใบหน้าที่เพิ่งผ่านคราบน้ำตาซีดเผือดลงถนัดตา สีหน้าตื่นตระหนกพุ่งพล่านยิ่งกว่าตอนที่ภาคินเดินเข้ามาเสียอีก
แต่มันสายไปเสียแล้ว เมื่อพริมาเปิดหน้ากระดาษที่ถูกคั่นไว้ด้วยริบบิ้นสีดำสนิทออก...
ดวงตากลมโตของสถาปนิกสาวเบิกกว้างขึ้นทันที ลมหายใจสะดุดกกกลางลำคอ ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ใช่แปลนอาคารหรือแบบเสื้อผ้าแฟชั่นอย่างที่เธอคาดคิด แต่มันคือภาพสเก็ตช์ถ่านชาร์โคลของ 'ตัวเธอเอง' ในอิริยาบถต่างๆ ทั้งตอนที่เธอกำลังก้มหน้าก้มตาคำนวณโครงสร้างด้วยความหงุดหงิด ตอนที่เธอยิ้มเยาะเย้ยใส่หน้าเขา และ... ภาพรอยยิ้มเผลอไผลในคืนวันที่พวกเขานั่งดื่มด้วยกันที่บาร์ลับ
ทุกภาพเต็มไปด้วยรายละเอียดที่ละเอียดอ่อน บ่งบอกถึงสายตาที่เฝ้ามองและจดจำทุกรายละเอียดของเธอมาเนิ่นนาน... และที่มุมกระดาษทุกแผ่น มีลายมือตัวบรรจงเขียนวันที่และชื่อย่อของเธอ กำกับไว้ด้วยความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอย่างลึกซึ้ง
พริมาหันขวับกลับมามองหน้าดีไซเนอร์สาวที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู รินรดานั่งนิ่งสนิท ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นราวกับถูกจับได้คาหนังคาเขาในคดีใหญ่
หัวใจของพริมากระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ความเงียบงันระหว่างพวกเธอกลายเป็นสนามพลังงานอันตรายที่พร้อมจะระเบิดออกได้ทุกเมื่อ
"นี่มัน... หมายความว่ายังไงคะรินรดา" พริมาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความรู้สึกของคนฟัง ทอดสายตามองคนตรงหน้าด้วยความหมายที่เปลี่ยนไปตลอดกาล
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความลับที่ซ่อนอยู่หลังลายเส้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วเตรียมใจรับมือกับตอนต่อไปที่หัวใจจะเต้นแรงจนหยุดไม่อยู่พร้อมกันค่ะ!
ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 13
ความลับในแบบร่าง
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!