ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 10

จังหวะที่หัวใจเต้นผิดจังหวะ

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
ฝ่ามือเรียวที่คว้าข้อมือของฉันไว้ไม่ได้ออกแรงบีบจนเจ็บ แต่กลับสั่นเทาเล็กน้อย—ความเปราะบางที่รินรดาพยายามซ่อนไว้ภายใต้ชุดราตรีสั่งตัดเข้ารูปและท่าทีเย่อหยิ่งราวกับพญาหงส์ คำพูดของธนภัทร นักลงทุนปากมากที่พยายามลากฉันออกไปจากงานเลี้ยงการกุศลเพื่อคุย "เรื่องโปรเจกต์รีสอร์ท" สองต่อสอง ยังคงลอยเคว้งอยู่ในอากาศ แต่ตอนนี้ โลกทั้งใบของฉันเหลือแค่ปลายนิ้วของดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบคนนี้ที่กำลังรั้งตัวฉันไว้ ท่ามกลางเสียงดนตรีแจ๊สจังหวะเนစ်ช้าที่ลอยคลอมาจากฟลอร์เต้นรำ “คุณริน...” ฉันกระซิบ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยมือ แถมยังลากฉันเดินฝ่ากลุ่มคนออกไปทางระเบียงด้านข้างที่เชื่อมต่อกับสวนกระจกอย่างรวดเร็วโดยไม่สนสายตาใคร ปั้ง! ประตูบานเลกระจกถูกผลักปิดลงเบาๆ แต่หนักแน่นพอจะตัดขาดเสียงจอแจจากห้องจัดเลี้ยงหรูหราให้เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครمครามในอก รินรดายังไม่ยอมปล่อยข้อมือฉัน เธอหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตากลมโตคู่คมฉายแววหงุดหงิดปนความร้อนรนที่หาดูได้ยาก “คุณเสียสติไปแล้วหรือไง พริมา?” เสียงของเธอนุ่มแต่เฉียบคม บาดลึกจนฉันต้องเลิกคิ้ว “ฉันเหรอคะที่เสียสติ? คนที่ลากฉันออกมากลางคันแถมทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อคือคุณต่างหาก” ฉันเชิดหน้าขึ้น ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่เริ่มตีตื้นขึ้นมา “คุณธนภัทรแค่ชวนไปคุยเรื่องแบบแปลน...” “แบบแปลนบ้านบ้าอะไรที่ระเบียงลับตาคนตอนเที่ยงคืนคะ!” รินรดาแทรกขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเธอตวัดสูงด้วยความฉุนเฉียวที่ปิดไม่มิด “คุณเป็นสถาปนิกนะพริมา ไม่ใช่เด็กฝึกงานหัวอ่อน แค่นี้ดูไม่ออกหรือไงว่าตาบ้านั่นมันคิดอะไรอยู่? หรือว่า... ชอบให้ผู้ชายมาตามตื๊อจนชิน?” คำพูดพาดพิงนั้นจี้ใจดำจนฉันเผลอกัดริมฝีปาก ความดื้อรั้นพุ่งพล่านขึ้นมาตีคู่กับความน้อยใจ “ถึงฉันจะชอบหรือไม่ชอบ มันก็เรื่องส่วนตัวของฉันค่ะ คุณรินรดาเป็นใคร ถึงมามีสิทธิออกคำสั่งกับฉันขนาดนี้? นายจ้างเหรอ? เรายกเลิกสัญญาปากเปล่าเรื่องโปรเจกต์นี้ไปหลายรอบแล้วนะคะ!” บรรยากาศระหว่างเราพลันเยียบเย็นลงชั่วขณะ รินรดานิ่งงัด ร่างระหงนั่นนิ่งค้าง ใบหน้าสวยเชิดขึ้น ดวงตาคู่สวยจับจ้องมาที่ฉันนิ่งนาน ราวกับกำลังประเมินและอดกลั้นบางอย่างที่หนักหนาเกินกว่าจะเอ่ยออกมา ก่อนที่สงครามประสาทจะยืดเยื้อไปมากกว่านั้น เสียงดนตรีจากในงานก็เปลี่ยนจังหวะ เป็นเพลงวอลทซ์ช้าๆ ท่วงทำนองหวานซึ้งดึงดูดให้คู่รักหลายคู่เริ่มขยับตัวเข้าหากัน ไฟในสวนกระจกหรี่แสงลงเหลือเพียงแสงสีนวลจากหลอดไฟ LED ที่พันรอบต้นไม้ ให้ความรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่ไหววับลงชั่วพริบตา ก่อนที่เธอจะก้าวเข้ามาประชิดตัวฉันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “ฉันไม่ใช่แค่นายจ้างของคุณหค่ะพริมา...” น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นกระซิบแผ่วเบา ชิดริมใบหูจนฉันรู้สึกถึงไออุ่นร้อนผ่าว “...และเพราะคุณมันหัวรั้น ดื้อด้าน ชอบหาเรื่องใส่ตัว ฉันถึงต้องคอยตามเช็ดตามล้างให้คุณอยู่แบบนี้ไงคะ” “คุณริน...” ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เถียง มือข้างหนึ่งของเธอก็คว้าเอวฉันไว้ ส่วนมืออีกข้างฉวยมือฉันขึ้นไปกุมไว้ในระดับอก ก่อนที่ร่างกายของเราจะถูกดึงเข้าหา1กันตามจังหวะเพลงวอลทซ์ที่ดังแว่วมาจากด้านใน โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนทันที ฉันเบิกตากว้าง สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดที่ทาบอยู่บนเอวคอดผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบา ทำให้ผิวเนื้อบริเวณนั้นร้อนผ่าวราwโดนไฟลวก รินรดากำลังพาฉันหมุนตัวไปตามจังหวะเพลงอย่างคล่องแคล่วและสง่างาม ตรงกันข้ามกับฉันที่ตัวแข็งทื่อราวกับหุ่นยนต์ ก้าวขาแทบไม่ถูก “ข...คุณทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยนะ ฉันเต้นรำไม่เป็น!” ฉันประท้วงเสียงสั่น พยายามจะถอยหลังแต่ก็ถูกแรงดึงมหาศาลจากเรียวแขนแข็งแรงของเธอรั้งไว้ให้แนบชิดยิ่งกว่าเดิม “หุบปากแล้วตามน้ำมาค่ะ ถ้าไม่อยากให้คนข้างนอกเห็นสภาพทุลักทุเลของคุณ” เธอเอ็ดเบาๆ ใบหน้าของเราอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ จนฉันได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบเจือกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ จากตัวเธอ มันเป็นกลิ่นที่น่าหลงใหลและมัวเมาจนสมองฉันเริ่มรวน รินรดาพาฉันหมุนตัวอีกรอบอย่างนิ่มนวล สายตาของเธอมองตรงมาที่ดวงตาของฉัน ไม่ยอมหลบไปไหน ความนิ่งและลุ่มลึกในแววตานั้นทำให้ฉันลืมบทสนทนาเผ็ดร้อนเมื่อครู่วินาทีไปจนหมดสิ้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวเร็วผิดจังหวะ ราวกับมันจะกระโดดออกมานอกอกให้ได้ ใกล้เกินไปแล้ว... ใกล้จนฉันได้ยินเสียงลมหายใจของเธอ ใจนจนเห็นแพขนตางอนงามที่ขยับทุกครั้งยามเธอกะพริบตา “คุณริน... มองอะไรคะ” ฉันถามเสียงพร่า สมองเริ่มตื้อตัน คิดคำคมๆ มาเถียงไม่ออกสักคำ “มองคนโง่ ที่ชอบทำตัวเก่งไปซะทุกเรื่อง แต่ข้างในเปราะบางชะมัด” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากสีพีชระเรื่อแย้มยิ้มบางเบา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ฉาบด้วยความเย่อหยิ่ง แต่มันละมุนละไมจนน่าใจหาย “ฉันไม่ได้เปราะบางสักหน่อย...” ฉันเถียงเสียงอ่อย รู้สึกได้เลยว่าความร้อนกำลังพุ่งขึ้นมาเห่อบนใบหน้า “ปากแข็งจังนะคะ” รินรดาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงที่สั่นสะท้อนผ่านหน้าอกที่แนบชิดกัน จนฉันสะท้านไปทั้งร่าง จังหวะการก้าวเท้าของเธอนำพาเราเข้าไปลึกเรื่อยๆ ในมุมมืดของสวนกระจกที่ไร้ผู้คน ปล่อยให้เสียงดนตรีโอบล้อมเราไว้ในพื้นที่ส่วนตัวเล็กๆ มือที่โอบเอวฉันอยู่กระชับแน่นขึ้นอีกนิด ปลายนิ้วเรียวของเธอไล้เบาๆ บนแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้า ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งแถบ สายตาของรินรดาย้ายจากการสบตา ลงมามองที่ริมฝีปากของฉันชั่วขณะหนึ่ง—เป็นช่วงเวลาสั้นๆ แค่เสี้ยววินาที แต่กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาอย่างประหลาด ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างเรา มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน และจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นส่ำ ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกแปลกประหลาดที่คุ้นเคยแต่ไม่กล้าเผชิญหน้ากำลังก่อตัวขึ้นในอก ความหวั่นไหวที่ฉันพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายสัปดาห์ รินรดายหยุดเคลื่อนไหว เธอยังคงประคองร่างฉันไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าสวยคมโน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนหน้าผากของเราแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม ทำให้สติสัมปชัญญะของฉันหลุดลอยไปไกล “พริมา...” เสียงกระซิบแผ่วเบาเอ่ยนามฉันราวกับเสียงถอนหายใจ ดวงตากลมโตคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าฉันอย่างลึกซึ้ง “ถ้าฉันจะจูบคุณตอนนี้... คุณจะผลักฉันออก หรือจะยืนนิ่งๆ แบบนี้คะ” คำถามนั้นทิ้งดิ่งลงกลางใจฉัน กระชากสติที่เหลืออยู่น้อยนิดให้ขาดผึ่ง ร่างกายขยับไม่ ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อยด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง สมองขาวโพลนจนคิดคำตอบไม่ออก ในวินาทีที่ริมฝีปากของเรากำลังจะขยับเข้าใกล้กันจนแทบจะแนบชิด เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจนย่อยยับ “คุณรินครับ! อยู่นี่เองเหรอ... เอ๊ะ ขอโทษครับ ผมขัดจังหวะอะไรหรือเปล่า?” ร่างของธนภัทรโผล่พรวดเข้ามาทางประตูระเบียง พร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่ชวนให้หงุดหงิดที่สุดในสามโลก! รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหัวเสีย เธอผละตัวออกจากฉันทันทีราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าที่เมื่อครู่ยังหวานฉ่ำและอ่อนโยน กลับมาเรียบตึง เย็นชา และไร้ที่ติในพริบตาเดียวราวกับสวมหน้ากาก ฉันรีบก้าวถอยหลังสองก้าว ยกมือขึ้นจัดชุดราตรีของตัวเองให้เข้าที่ พยายามซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำและหัวใจที่ยังคงเต้นระรัวราวกับกลองเพล รินรดากวาดสายตาคมกริบมองผู้มาใหม่ด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งสนิทที่ทรงพลังพอกดข่มให้อีกฝ่ายชะงัก “มีธุระอะไรคะ ถึงตามมาถึงนี่?” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไป1ด้วยกันนะคะ! ✨
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%