ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 9

ปาร์ตี้บริษัทที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“คุณกำลังเล่นเกมที่ตัวเองไม่มีวันชนะหรอกนะ พริมา” เสียงทุ้มต่ำของอคินยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าร่างสูงโปร่งของเขาจะเดินลับหายออกไปจากประตูห้องทำงานของเธอแล้วก็ตาม เอกสารแผ่นบางในมือพริมาสั่นน้อยๆ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่เป็นความกรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านจนปลายนิ้วชาดิก ข้อมูลเรื่อง ‘ประวัติฉาว’ ของรินรดาที่ถูกโยนทิ้งไว้ราวกับระเบิดเวลาลูกย่อม กำลังท้าทายสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นและศักดิ์ศรีของสถาปนิกสาวอย่างถึงที่สุด แต่เวลานี้... ไม่ใช่เวลามานั่งแกะรอยอดีตอันคลุมเครือของใคร เพราะงานปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จโปรเจกต์ ‘Luminous Haven’ เฟสแรกกำลังเริ่มต้นขึ้น ณ แกรนด์บอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางเมือง เสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาๆ เคล้ากับเสียงพูดคุยหัวเราะของเหล่าเซเลบ นักลงทุน และสื่อมวลชนสายสถาปัตยกรรมและการออกแบบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความหรูหราและภาพลักษณ์ที่ถูกปรุงแต่งอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าใต้ความฉาบฉวยเหล่านั้น กลับเต็มไปด้วยสายตาชวนจับผิดและการเมืองในแวดวงธุรกิจ พริมาในชุดเดรสสั้นเข้ารูปสีมรกตขับผิวขาวผ่อง เธอยืนจิบแชมเปญเงียบๆ อยู่มุมเสา พยายามรักษาระยะห่างจากความวุ่นวายเบื้องหน้า ดวงตาคู่สวยกราดมองหาเป้าหมาย—รินรดา และเธอก็พบ... ดีไซเนอร์สาวเจ้าของฉายา ‘น้ำแข็งขั้วโลก’ กำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มนักลงทุนกระเป๋าหนัก รินรดาอยู่ในชุดราตรียาวสีดำสนิท ดีไซน์เรียบกริบไร้ที่ติ ทว่าแฝงความเซ็กซี่ด้วยรอยผ่าสูงเผยเรียวขาเรียวยาว ทุกก้าวย่าง ทุกรอยยิ้ม และทุกคำพูดของรินรดาถูกคำนวณไว้อย่างแม่นยำ สมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติ... เหมือนหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ “มองอะไรอยู่เหรอคะคุณสถาปนิก กลัวว่าผลงานตัวเองจะโดนกลบรัศมีเหรอ?” เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยที่ลอยมาแตะจมูก พริมาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร รินรดาลอบปลีกตัวจากกลุ่มนักลงทุนเดินเข้ามาหาเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นประดับด้วยรอยยิ้มเย้าหยอก แต่ดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกน พริมาหันไปสบตาอีกฝ่าย ชูแก้วแชมเปญขึ้นเล็กน้อย “เปล่าค่ะ ฉ แค่กำลังคิดว่า... การใส่หน้ากากเข้าหากันในงานแบบนี้ มันไม่ทำให้คุณเหนื่อยจนอยากจะถอดมันทิ้งบ้างเหรอคะ คุณรินรดา” รินรดาชะงักไปนิดหนึ่ง รอยยิ้มบนมุมปากกระตุกวูบก่อนจะกลับมาเรียบตึงอย่างรวดเร็ว เธอยกแก้วขึ้นจิบบ้าง สายตาคมกวาดมองสำรวจเรือนร่างของพริมาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความหมั่นไส้ระคนชื่นชม “หน้ากากเหรอคะ? สำหรับฉัน มันไม่ใช่หน้ากากหรอค่ะ แต่มันคือ ‘เกราะคุ้มกัน’ ต่างหาก ในโลกธุรกิจที่พร้อมจะขย้ำคุณได้ทุกเมื่อ ความอ่อนแอคือบาปมหันต์... หวังว่าคุณคงไม่ลืมบทเรียนนี้นะคะ” รินรดาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม “โดยเฉพาะ... เมื่อมีคนจ้องจะแทงข้างหลังคุณตลอดเวลา” คำพูดนั้นสะกิดต่อมความคิดของพริมาทันที ภาพเอกสารบนโต๊ะและรอยยิ้มเย้ยหยันของอคินผุดขึ้นมาในหัว ดวงตาคู่คมของสถาปนิกสาวหรี่ลงเล็กน้อย เธอกล้าพอที่จะเปิดเกมรุกบ้าง “แล้วถ้าคนที่น่ากลัวที่สุด... ไม่ใช่คนนอก แต่เป็นคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ล่ะคะ?” พริมาเอ่ยเสียงเบา ทว่าชัดถ้อยชัดคำ จ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทของรินรดา “คุณมีความลับอะไรที่ปิดบังไว้หรือเปล่าคะ... รินรดา” บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดให้ลดลงหลายองศา รอยยิ้มของรินรดาหายวับไปกับตา แววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยความเย็นชาขั้นสุด เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือที่ถือแก้วแชมเปญกระชับแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด “คุณกำลังพูดเรื่องอะไร พริมา?” เสียงของรินรดาต่ำลง เจือความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด “ก็เรื่องที่คุณ... พยายามปกปิดมันมาตลอดไงคะ ประวัติฉาวที่คุณไม่อยากให้ใครขุดคุ้ย—” “ขอโทษนะคะที่ต้องขัดจังหวะความสัมพันธ์อันแสนอบอุ่นตรงนี้” เสียงทุ้มกังวานและคุ้นเคยอย่างยิ่งดังแทรกขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของอคินที่ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเธอ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา เขายกมือขึ้นโอบเอวรินรดาอย่างถือวิสาสะ แม้ว่าดีไซเนอร์สาวจะพยายามขืนตัวออกเล็กน้อยก็ตาม “อคิน!” รินรดาอุทานออกมาด้วยความตกใจและโกรธเคือง ระคนความหวาดหวั่นบางอย่างที่พริมาสัมผัสได้ “ไงครับริน... ผมบอกแล้วไง ว่าเราหนีความจริงไม่พ้นหรอก” อคินหันมาสบตาพริมาด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ “ดูเหมือนคุณสถาปนิกจะเริ่มสนใจเรื่องสนุกๆ แล้วสินะครับ พริมา... ถ้าคุณอยากรู้ความจริงทั้งหมดว่าทำไมดีไซเนอร์มือหนึ่งคนนี้ ถึงต้องหนีหัวซุกหัวซุนมาจากลอนดอน...” อคินเว้นจังหวะ ปรายตามองรินรดาที่ตอนนี้ใบหน้าซีดเผือดอย่างไร้สีเลือด มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อย “คุณต้องไปดูด้วยตาตัวเองแล้วล่ะ... ว่าแฟ้มประวัติลับชุดนั้น มันบันทึก ‘ความอับอาย’ ของใครเอาไว้บ้าง” พรึบ! จังหวะนั้นเอง ไฟในแกรนด์บอลรูมก็ดับลงพรบเดียว เหลือเพียงแสงสปอตไลท์ดวงเดียวที่สาดส่องไปยังเวทีกลางห้อง เสียงพิธีกรประกาศก้องผ่านไมโครโฟนเพื่อเชิญแขกคนสำคัญขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ทว่าท่ามกลางความมืดมิดและความชุลมุนวุ่นวายของการขยับตัวของฝูงชน รินรดาหันมาคว้าข้อมือพริมาไว้แน่นด้วยแรงมหาศาล ดวงตาที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาบัดนี้สั่นระริกเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่พริมาไม่เคยเห็นมาก่อน “อย่าไปฟังเขา... พริมา ออกไปจากที่นี่กับฉัน เดี๋ยวนี้!” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับอารมณ์อันเข้มข้นในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%