“ถ้าเงื่อนไขคือการที่ฉันต้องร่วมงานกับคนที่ ‘เลือกงาน’ มากกว่าเลือกความถูกต้องอย่างคุณ ฉันขอถอนตัวตั้งแต่วินาทีนี้เลยดีกว่าค่ะ”
เสียงของพริมาเฉียบขาดพอๆ กับแววตาที่จ้องมองภาคินอย่างเอาเรื่อง เธอคว้าแฟ้มผลงานบนโต๊ะเตรียมจะเดินหนีจากห้องประชุมที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่น ทิ้งให้รินรดานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่ามือเรียวที่วางอยู่บนตักกลับจิกเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมาเล็กน้อย
“ถอนตัวงั้นเหรอพริมา?” ภาคินเลิกคิ้วข้างหนึ่ง แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเคือง มีเพียงความสนุกที่ฉายชัด “โปรเจกต์นี้คือใบเบิกทางระดับประเทศ ลูกค้ารายนี้ไม่ใช่แค่ใครก็ได้ แต่เขาคือ ‘คุณธนินทร์’ เจ้าของอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวที่สุดในวงการ ถ้าคุณเดินออกไปตอนนี้ ก็เท่ากับยอมรับว่าคุณกลัวความท้าทาย... หรือกลัวว่างานของคุณจะสู้ ‘มาตรฐาน’ ของใครบางคนไม่ได้กันแน่”
พริมาชะงักเท้า ขมวดคิ้วมุ่น ความหัวรั้นในตัวพุ่งพล่านจนแทบจะควบคุมไม่ได้ เธอหันกลับมาประจันหน้า “อย่าเอาเรื่องศักดิ์ศรีมาล่อลวงให้ฉันติดกับดักของคุณ ภาคิน คุณก็รู้ว่าแนวทางของฉันกับยัยคุณหนูเจ้าระเบียบนี่มันไปกันไม่ได้ ดีไซน์ของฉันต้องการพื้นที่หายใจ แต่คุณรินรดาจะให้ฉันยัดทุกอย่างลงไปในกล่องสี่เหลี่ยมที่ไร้ชีวิตชีวา!”
รินรดาที่เงียบมานานขยับตัวขึ้นช้าๆ เธอค่อยๆ ลุกยืนเต็มความสูง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ดูแพงและเยือกเย็นลอยปะทะจมูกพริมา “คุณเรียกงานที่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีว่าไร้ชีวิตงั้นเหรอ พริมา?”
ดวงตาสวยคมของรินรดาสบเข้ากับดวงตาที่วาวโรจน์ของอีกฝ่าย เธอก้าวเข้าหาช้าๆ อย่างมั่นคง “คุณมันก็แค่เด็กเอาแต่ใจที่ยึดติดกับ ‘ไอเดีย’ จนลืมไปว่าสถาปัตยกรรมที่แท้จริงคือการทำให้อยู่ได้จริง ไม่ใช่แค่ภาพร่างสวยหรูบนกระดาษที่พอสร้างจริงแล้วพังไม่เป็นท่า เพราะโครงสร้างมันรับน้ำหนักอีโก้ของคุณไม่ไหว”
“คุณว่าใครอีโก้สูง!” พริมาสวนกลับทันควัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ
“ก็คุณนั่นแหละ” รินรดาโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นจนพริมาสัมผัสได้ถึงลมหายใจแผ่วๆ “ถ้าไม่อยากให้งานพัง ก็หัดฟังเสียงคนอื่นบ้าง อย่ามัวแต่ขบถจนลืมดูว่ารอบข้างมีใครกำลังพยายามประคองงานของคุณอยู่”
ภาคินมองภาพเบื้องหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปากก่อนจะหยิบเอกสารขึ้นมาปึกหนึ่ง “เอาเป็นว่า เงื่อนไขของลูกค้าคือให้พวกคุณสองคนพิสูจน์ฝีมือผ่าน ‘โปรเจกต์คู่’ โปรเจกต์นี้ภายใน 48 ชั่วโมง... ถ้าทำไม่ได้ ก็ลาออกไปพร้อมกันทั้งคู่”
ประตูปิดลงตามหลังภาคินที่ขอตัวออกไปจัดการธุระ ทิ้งให้พริมาและรินรดาอยู่ในห้องทำงานที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน พริมาโยนกระเป๋าลงบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งแล้วกุมขมับ
“ไหวไหม”
คำถามสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากปากคนที่ไม่น่าจะพูดจาอ่อนหวานใส่ใครได้ ทำให้พริมาเงยหน้ามองอย่างแปลกใจ รินรดาไม่ได้มองมาที่เธอ เธอเพียงแค่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจดูตารางงาน แต่คิ้วเรียวสวยนั้นขมวดมุ่นดูมีความกังวลฉายชัด
“ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงหรอก ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น” พริมาพึมพำ แต่ทว่าน้ำเสียงไม่ได้แหลมคมเหมือนเมื่อครู่
รินรดาถอนหายใจแผ่วเบา เธอเดินไปหยิบแก้วน้ำวางลงข้างๆ พริมา ก่อนจะหยิบเอาปากกาเคมีมาขีดเขียนลงบนพิมพ์เขียวของพริมาด้วยท่าทางที่ดูคุ้นเคย “ฉันไม่ได้ห่วงคุณในฐานะเพื่อน แต่ห่วงงานของฉัน... ถ้าคุณยังมึนๆ เบลอๆ แบบนี้ พรุ่งนี้เราไม่มีทางเสร็จทัน และฉันไม่อยากให้ชื่อตัวเองไปแปดเปื้อนเพราะความไร้สติของคุณ เข้าใจไหม”
ปากร้าย... แต่สิ่งที่ทำคือการขีดเส้นช่วยอธิบายโครงสร้างที่พริมาติดขัดมานาน พริมามองมือเรียวของรินรดาที่กำลังขยับปากกาอย่างแคล่วคล่อง ใจดวงน้อยของเธอสั่นไหวอย่างไม่ทราบสาเหตุ ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบแปลกๆ ที่จู่โจมเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว
“คุณ... ทำไมถึงยอมแก้ให้ฉัน” พริมาถามเสียงเบา
รินรดาชะงักมือไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตา พริมาเห็นแววตาที่ซับซ้อนภายใต้ความเย็นชาคู่นั้น มันมีความเหนื่อยล้า ความกดดัน และบางอย่างที่อ่อนโยนจนพริมาแทบจะละสายตาไม่ได้ “เพราะฉันรู้ว่าคุณพยายามมากแค่ไหน... ถึงแม้จะพยายามแบบโง่ๆ ก็เถอะ”
ท่ามกลางความเงียบ รินรดาเอื้อมมือไปปัดเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าของพริมาอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วเย็นๆ สัมผัสเข้ากับแก้มร้อนผ่าวของอีกฝ่ายทำให้ทั้งสองคนนิ่งค้าง พริมาใจเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่มากเกินความจำเป็นทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูที่รัวและหนักแน่นก็ดังขึ้น พร้อมกับการเปิดพรวดเข้ามาของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ
“พริมา! ฉันหาตัวเธอแทบแย่! ได้ข่าวว่าเธอจะถอนตัวจากโปรเจกต์คุณธนินทร์งั้นเหรอ คิดอะไรอยู่!”
ร่างของ ‘อคิน’ อดีตคนรักเก่าที่พริมาพยายามลืม กลับยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าประตู สายตาของเขามองไล่ตั้งแต่พริมาไปจนถึงรินรดาที่ยืนตัวตรงอยู่ในระยะประชิดด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
รินรดาถอยห่างจากพริมาทันที ใบหน้ากลับมาเรียบเฉยเหมือนหน้ากากที่สวมไว้ตลอดเวลา ทว่าดวงตากลับหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด พริมามองสลับระหว่างแฟนเก่ากับดีไซเนอร์สาวที่เพิ่งจะทำตัวน่ารักกับเธอเมื่อครู่ ความสับสนถาโถมเข้ามาจนเธอพูดอะไรไม่ออก
“คุณมาทำไมคะอคิน...” พริมาถามเสียงสั่น
อคินก้าวเข้ามาในห้อง กวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะแสยะยิ้ม “มาเตือนไง... ว่าดีไซเนอร์คนนี้ที่เธอร่วมงานอยู่เนี่ย... เขามีประวัติ ‘ฉาว’ กว่าที่เธอคิดเยอะเลยนะ พริมา”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ของพวกเธอนะคะ หวังว่าตอนหน้าจะทำให้นักอ่านทุกคนใจเต้นแรงกว่าเดิมค่ะ!
ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 8
เมื่อความซึนทำงาน
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!