แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกกระแทกวางลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียง *“ปัง”* นั้นดังสนั่นพอจะปลุกวิญญาณคนตายให้ลุกขึ้นมาตบมือได้เลยค่ะ รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มยืนกอดอก ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบคู่นั้นกำลังฉายแววท้าทายชนิดที่เรียกว่าพร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ
ฉัน—พริมา—ที่เพิ่งจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่หลังจากเหตุการณ์เกยกันบนพื้นเมื่อครู่ (ซึ่งฉันพยายามอย่างยิ่งที่จะปัดมันให้ออกไปจากสมองแต่ก็ทำไม่ได้) ได้แต่ถอนหายใจยาวเหยียด แล้วยกมือขึ้นกอดอกเลียนแบบเธอบ้าง
“คุณรินรดากินพริกมาทั้งสวนเหรอคะ ถึงได้อารมณ์ฉุนเฉียวเบอร์นี้ หรือว่าตกใจเรื่องเมื่อกี้จนสติหลุดไปแล้ว” ฉันยิ้มหวานหยด ยิ้มแบบที่ตั้งใจส่งไปกระตุกต่อมความเย่อหยิ่งของคุณดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบโดยเฉพาะ
“หุบปากไปเลยนะยัยสถาปนิกหัวรั้น!” รินรดากัดฟันกรอด สันจมูกโด่งรั้นรั้นย่นเข้าหากันด้วยความขัดเคือง ดวงตาคู่คมกวาดมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาประเมินค่า “ฉันไม่มีเวลามาต่อปากต่อคำกับคุณเรื่องไร้สาระหรอกค่ะ เหตุการณ์เมื่อกี้... ถือซะว่าฉันสะดุดขาตัวเองก็แล้วกัน”
“แหม สะดุดขาตัวเองแต่ดึงฉันลงไปนอนกอดกันกลมได้นี่ สมเป็นดีไซเนอร์มือรางวัลนะคะ มีความคิดสร้างสรรค์ในการล้มดีเยี่ยม” ฉันหัวרาะในลำคออย่างนึกสนุก แม้ว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของฉันมันจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกมานอกอกอยู่แล้วก็ตามที
ให้ตายเถอะ รินรดาน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ปนกลิ่นกุหลาบจางๆ จากตัวเธอยังติดอยู่ที่ปลายจมูกฉันเลย!
“พริมา!” รินรดาเสียง 3 ออกมาทันที ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด—จะเป็นเพราะความโกรธหรือความอาย ฉันเองก็ไม่อยากจะเข้าข้างตัวเองเกินไปนักหรอกนะคะ—เธอกระแทกนิ้วเรียวยาวลงบนแฟ้มเอกสารสีดำบนโต๊ะ “เข้าเรื่องโปรเจกต์ ‘The Muse Art Space’ ดีกว่าค่ะ ในเมื่อท่านประธานให้เราสองคนต้องทำงานร่วมกัน แต่ดูท่าทางคุณแล้ว... สมองกับไอเดียคงไปกองรวมกันอยู่ที่ความกวนประสาทหมดสินะคะ”
“อุ๊ย แรงจังเลยค่ะ” ฉันยักไหล่ เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเธออีกนิด จนระยะห่างระหว่างเราเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว “แล้วไงคะ? ดีไซเนอร์ผู้เพอร์เฟกต์ทุกกระเบียดนิ้วอย่างคุณ มีอะไรจะสั่งสอนสถาปนิกตกอับคนนี้อีกไหมล่ะคะ เชิญค่ะ”
รินรดาหรี่ตาลง มองฉันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความถือดี เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดภาพสามมิติของแปลนอาคารที่ฉันเพิ่งส่งให้เฃaไปเมื่อวาน โยนมันลงบนโต๊ะตรงหน้าฉัน
“แปลนนี้... ของคุณ” น้ำเสียงของเธอกลับมาเยือกเย็นและราบเรียบอย่างรวดเร็ว สมกับเป็นมืออาชีพที่แยกแยะเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานได้ดีเยี่ยม แม้ว่าใบหูของเธอยยังแดงแจ๋อยู่เลยก็ตามที “มันพังไม่เป็นท่าค่ะ พริมา”
ฉันหุบยิ้มทันที ความรู้สึกของความเป็นสถาปนิกพุ่งพล่านขึ้นมาต้านทานทันที
“พังตรงไหนคะ? โครงสร้างเปิดโล่งรับแสงธรรมชาติ ทิศทางลมหมุนเวียนดีเยี่ยม แถมยังเชื่อมโยงพื้นที่ภายในกับธรรมชาติภายนอกได้อย่างลงตัว คุณใช้ตาข้างไหนมองไม่ทราบคะ ถึงบอกว่ามันพัง”
“ใช้สมองมองค่ะ!” รินรดาตอกกลับเสียงเฉียบ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทำให้เราต้องยืนประจันหน้ากันในระยะประชิดอีกครั้ง ความสูงของเราไล่เลี่ยกันจนฉันเกือบจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้นตรงๆ ได้ถนัด “คุณคิดแต่เรื่องสุนทรียภาพและความอินดี้ของคุณ จนลืมฟังก์ชันการใช้งานจริง! ผนังกระจกบานใหญ่ที่คุณอยากได้น่ะ มันรับแดดทิศตะวันตกเต็มๆ ภาพวาดและงานศิลปะราคาแพงในแกลเลอรีจะละลายคามือคุณก่อนที่แขกจะเดินชมครบครันซะอีก!”
ฉันชะงักไปชั่วขณะ สมองประมวลผลตามคำพูดของเธออย่างรวดเร็ว... จริงด้วยสิ ฉันมัวแต่คิดถึงความงามของแสงเงาจนลืมเรื่องการควบคุมอุณหภูมิและความปลอดภัยของชิ้นงานศิลปะไปเสียสนิท
แต่คนอย่างพริมา มีหรือจะยอมรับความพ่ายแพ้ง่ายๆ
“ก็แค่ติดฟิล์มกรองแสงเกรดพรีเมียม หรือไม่ก็ออกแบบระแนงไม้บังแดดดีไซน์เก๋ๆ แค่นี้ก็จบแล้วค่ะ ไม่เห็นว่ามันจะต้องรื้อแปลนใหม่ตรงไหนเลยนี่คะ” ฉันเถียงกลับเสียงแข็ง เชิดหน้าขึ้นสู้สายตา
“มันไม่ง่ายอย่างนั้นน่ะสิคะ ระแนงไม้ของคุณจะไปทำลายเส้น 3D Minimal ที่ฉันร่างแบบบิลท์อินภายในไว้หมดสิ้น!” รินรดาพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหลืออด เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉันจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นหอมหวานนั้นยิ่งทวีความรุนแรงจนฉันต้องแอบกลืนน้ำลายลงคอ “ถ้าคุณเก่งนัก งั้นเรามาเดิมพันกันดีกว่าค่ะ”
ฉันหรี่ตาลง “เดิมพัน? น่าสนใจนี่คะ เดิมพันอะไรล่ะคะ”
รินรดายกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่สวยหยาดเยิ้มแต่แฝงไว้ด้วยพิษสงรอบตัว เธอยื่นมือเรียวสวยออกมาข้างหน้า พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงท้าทายที่ทำเอาหัวใจฉันกระตุกวูบ
“เรามาทำโปรเจกต์นี้แยกกันค่ะ... ฉันจะออกแบบในส่วนของฉันด้วยแนวทางของฉัน ส่วนคุณก็แก้แปลนในแบบที่คุณมั่นนักหนา แล้วเอาไปเสนอให้บอร์ดบริหารตัดสินใจในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า”
ฉันเลิกคิ้วสูง “แข่งกันเหรอคะ?”
“ใช่ค่ะ!” รินรดาตอบอย่างไม่ลังเล “ถ้างานของฉันชนะ คุณต้องยอมรับฟังและทำตามคำสั่งของฉันทุกอย่างในโปรเจกต์นี้แบบไม่มีข้อแม้ แต่ถ้างานของคุณชนะ... ฉันจะยอมก้มหัวขอโทษคุณกลางห้องประชุมใหญ่ พร้อมทั้งเลี้ยงดินเนอร์มื้อที่แพงที่สุดในเมืองให้คุณสามเดือนเต็ม!”
ข้อเสนอน่าสนใจเป็นบ้าเลยค่ะ... ไม่ใช่เพราะดินเนอร์หรูหรานั่นหรอกนะ แต่เป็นเพราะศักดิ์ศรีของสถาปนิกหัวรั้นอย่างฉันมันค้ำคออยู่ต่างหากล่ะ!
“ตกลงค่ะ!” ฉันยื่นมือออกไปจับมือกับเธอทันที ฝ่ามือของเราสัมผัสกัน ผิวเนียนนุ่มของเธอบีบกระชับมือฉันแน่นพอๆ กับที่ฉันบีบกลับ “อย่ามาเสียใจทีหลังนะคะ คุณดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบ เตรียมตัวก้มหัวขอโทษฉันไว้ได้เลย”
“คนที่จะต้องเสียใจและยอมจำนน... คือคุณต่างหากล่ะค่ะ พริมา” รินรดายิ้มเยาะ ดวงตาสื่อความหมายลึกล้ำที่ชวนให้ใจสั่นไหวอย่างประหลาด
*ก๊อก ๆ ๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งติดต่อกัน ตามด้วยการบิดลูกบิดเปิดเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงโปรดของ ‘ภาคิน’ รองประธานหนุ่มรูปหล่อผู้เป็นทั้งเพื่อนสนิทและนักลงทุนรายใหญ่ของโครงการก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์
“คุยอะไรกันเสียงดังไปถึงข้างนอกโน่นครับเนี่ย หน้าดำคร่ำเครียดกันเชียว หรือว่าคู่กัดคู่จิ้นคู่ใหม่ของบริษัทกำลังจะตกลงปลงใจแต่งงานกันแล้ว?” ภาคินเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
ฉันกับรินรด้ารีบสะบัดมือที่จับกันอยู่ออกจากกันราวกับโดนไฟลวก ทั้งฉันและเธอต่างฝ่ายต่างเบือนหน้าหนีไปคนละทางเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ
“ไม่มีอะไรค่ะคุณภาคิน!” รินเราตอบเสียงแข็ง กลบเกลื่อนอาการหน้าแดงด้วยการจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ “เราแค่กำลังตกลงเรื่องการทำงานชิ้นสำคัญ... และฉันมั่นใจว่าโปรเจกต์นี้ จะต้องจบลงด้วยชัยชนะของฝั่งฉันแน่นอนค่ะ”
ภาคินหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี โดยไม่รู้เลยว่าบรรยากาศรอบตัวเราสองคนกำลังคุกรุ่นไปด้วยประกายไฟแห่งการแข่งขันที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ฉันหันกลับไปสบตากับรินรดาอีกครั้งผ่านเงาสะท้อนบนกระจกใส รอยยิ้มมั่นใจของเธอก็พลันชะงักค้าง
เมื่อภาคินเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของรินรดา วางซองเอกสารสีน้ำตาลใบใหญ่วางลงตรงหน้าเธอ พร้อมกับรอยยิ้มปริศนาที่ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
“พอดีผมเพิ่งไปคุยกับ ‘ลูกค้ารายใหญ่สุดพิเศษ’ ของโปรเจกต์นี้มาเมื่อเช้าครับ...” ภาคินเว้นจังหวะ กวาดสายตามองฉันกับรินรดาด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย “แล้วเขามีเงื่อนไขเพิ่มเติมที่พวกคุณคาดไม่ถึงแน่ๆ... เพราะเขาขอระบุตัวสถาปนิกและดีไซเนอร์ด้วยตัวเอง แถมยังบอกว่า... รู้จักผลงานเก่าของ ‘ใครบางคน’ ในนี้ดีซะด้วยสิครับ”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคนสำหรับการติดตามและสนับสนุน "ดอกเดซี่ริมทาง" เสมอมานะคะ!
ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 7
คำสบประมาทที่ลบไม่ออก
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!