"ถ้าคิดจะใช้มุกไฟดับเพื่อหวังคะแนนความเห็นใจจากสถาปนิกนอกคอกอย่างฉันล่ะก็... บอกไว้ก่อนเลยนะคะว่าฝันไปเถอะค่ะ คุณรินรดา"
เสียงทุ้มหวานติดจะกวนประสาทดังขึ้นในความมืดสนิท แม้เราจะมองไม่เห็นใบหน้าของกันและกัน แต่กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมไม้จันทน์หอมจางๆ ที่ลอยวนอยู่รอบกาย ก็เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่าดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบคนสวยไม่ได้ยืนอยู่ไกลจากฉันเลยแม้แต่น้อย
พริมาถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางคลำทางไปตามผนังห้องเก็บวัสดุของสำนักงานที่ระบบไฟเพิ่งลัดวงจรตัดขาดอย่างไร้สัญญาณเตือน เมื่อครู่เราเพิ่งจะมีปากเสียงกันเรื่องแนวทางการเจาะผนังเพื่อวางระบบท่อไฟในแบบแปลนตึกเก่า และตอนนี้โชคชะตาก็เล่นตลกให้เราสองคนติดแหง็กอยู่ด้วยกันในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มืดสนิทอย่างไร้ทางออก
"ฉันไม่ได้ว่างพอจะมาเล่นเกมไร้สาระกับคุณหรอกนะคะ พริมา"
เสียงของรินรดาตอบกลับมาทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทแต่สั่นเครือเล็กน้อยจนคนหูไวอย่างฉันจับสังเกตได้ ทว่าคนอย่างพริมามีหรือจะปล่อยผ่านจังหวะแบบนี้ไปได้ง่ายๆ
"เสียงคุณสั่นนะคะ หรือว่า... กลัวความมืด?" ฉันแกล้งก้าวเข้าไปใกล้ต้นเสียงอีกนิด อาศัยจังหวะที่สายตาเริ่มปรับความมืดได้เลือนราง เพื่อมองหาเงาร่างของคนที่ปกติมักจะเชิดหน้าชูตาใส่ฉันตลอดเวลา "ดีไซเนอร์ผู้เพียบพร้อม ผู้ไม่เคยทำอะไรผิดพลาดในชีวิต... มีมุมเด็กๆ แบบนี้ด้วยเหรอคะเนี่ย"
"ถอยไปเลยนะพริมา อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!"
น้ำเสียงที่พยายามดัดให้แข็งกร้าวกลับหลุดรอดความสั่นพร่าออกมาอย่างปิดไม่มิด เมื่อจังหวะที่ฉันก้าวเข้าไปใกล้ กลายเป็นว่าเท้าของรินรดาไปสะดุดเข้ากับกล่องตัวกระเบื้องเซรามิกที่วางกองอยู่บนพื้นจนร่างเพรียวบางนั้นเสียหลักเซถลา
ตามสัญชาตญาณของคนที่เป็นสถาปนิกสายลุย มือบางของฉันจึงพุ่งไปคว้าเอวบางของอีกฝ่ายไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงกระแทกทำให้เราทั้งคู่ล้มลงไปบนพรมหนานุ่มกลางห้อง โดยมีร่างของรินรดาซ้อนทับอยู่บนตัวฉันพอดี
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ...
ในระยะประชิดที่ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดรดแก้มกันและกัน หัวใจของฉันกลับเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด มันไม่ใช่ความรู้สึกรำคาญใจเหมือนทุกครั้งที่ต้องต่อปากต่อคำ แต่มันคือความนุ่มนวลบางอย่างที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างเงียบเชียบ
"ปล่อย..." เสียงกระซิบของรินรดาแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความมืด มือเรียวที่เคยใช้ชี้ตำหนิงานออกแบบของฉัน ตอนนี้กลับกำเสื้อเชิ้ตตรงอกฉันแน่น ร่างกายของเธอสั่นเทาน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความโกรธ แต่เป็นเพราะความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะอันแข็งกระด้างมาตลอด
ฉันค่อยๆ คลายมือออกจากเอวคอด กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเธอโชยเข้าจมูกเด่นชัดขึ้นจนพานให้ใจสั่น ฉันรู้ดีว่ารินรดากำลังเผชิญกับอะไร ความมืดทึบแบบนี้... คงดึงเอาปมในวัยเด็กหรือความทรงจำที่เธอไม่อยากนึกถึงกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง
"โอเคค่ะ... ฉันไม่แกล้งแล้วก็ได้" น้ำเสียงของฉันเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ มือบางอีกข้างยกขึ้น ลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยของอีกฝ่ายอย่างเบามือเพื่อปลอบประโลม "ฉันอยู่ตรงนี้นะคะ ริน... ไม่ต้องกลัว"
ร่างที่เกร็งแข็งค่อยๆ ผ่อนคลายลง ความเงียบงันระหว่างเราถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจเข้าออกที่สอดรับกัน รินรดาซบหน้าลงกับลาดไหล่ของฉัน ปล่อยให้ความเปราะบางที่เธอไม่เคยแสดงให้ใครเห็น ได้พรั่งพรูออกมาในพื้นที่ปลอดภัยเล็กๆ ตรงนี้
"คุณไม่เข้าใจหรอก... พริมา" เสียงหวานเอ่ยอู้อี้ชิดซอกคอ ไอร้อนจากริมฝีปากของเธอทำเอาผิวเนื้อของฉันวาบหวิวแปลกๆ "ทุกคนคาดหวังให้ฉันต้องสมบูรณ์แบบ ต้องเก่ง ต้องคุมทุกอย่างได้... แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า บางครั้งฉันเหนื่อยจนแทบจะขาดใจอยู่แล้ว"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบ ทำให้หัวใจของฉันกระตุกวูบ ภาพลักษณ์ผู้หญิงที่หยิ่งทะนงและเย่อหยิ่งในสายตาคนอื่น แท้จริงแล้วเป็นเพียงเกราะป้องกันหัวใจที่แตกสลายชิ้นแล้วชิ้นเล่าจากครอบครัวที่กดดันเธอมาทั้งชีวิต
"งั้นก็ไม่ต้องแบกมันไว้คนเดียวสิคะ" ฉันกระซิบชิดใบหูของเธออย่างแผ่วเบา พร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด "ถ้าเหนื่อยนัก... ก็พักตรงนี้ก่อนก็ได้ค่ะ ให้ฉันเป็นคนแบกคุณไว้บ้าง... สักวันก็ยังดี"
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาฉันในความมืด แม้จะมองไม่เห็นแววตาชัดเจนนัก แต่สัมผัสจากปลายนิ้วที่ฉันค่อยๆ เกลี่ยหยดน้ำตาออกจากพวงแก้มของเธอก็เป็นคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด บรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนรุ่มขึ้นด้วยแรงปรารถนาที่ไม่ได้ถูกปรุงแต่งด้วยเหตุผลใดๆ มีเพียงหัวใจสองดวงที่กำลังเต้นตรงกันในจังหวะที่โหยหา
ใบหน้าของเราค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากันอย่างช้าๆ แรงดึงดูดระหว่างความแตกต่างสุดขั้วกำลังหลอมรวมเราเข้าด้วยกัน ริมฝีปากของเรากำลังจะแตะกันอยู่รอมร่อ...
ปั้ง!
เสียงประตูห้องเก็บของถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับแสงไฟนีออนสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาจนพวกเราต้องหรี่ตากระพริบถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส
"คุณรินรดาคะ! อยู่นี่เองเหรอ... เอ๊ะ! พวกคุณ... ทําอะไรกันอยู่คะเนี่ย?!"
เสียงอุทานด้วยความตกใจของเลขาหน้าห้องดังลั่นทะลุโสตประสาท ทำให้ฉันกับรินรดาที่ยังกอดเกยกันอยู่บนพื้นรีบผุดลุกขึ้นแยกออกจากกันแทบไม่ทัน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความอบอุ่นและมุมเปราะบางของยัยตัวแสบกับดีไซเนอร์คนเก่งไปด้วยกันนะคะ
ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 6
บทสนทนาหลังกำแพง
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!