ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ•ตอนที่ 11

พายุหมุนในออฟฟิศ

ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
“มีธุระอะไรคะ ถึงตามมาถึงนี่?” น้ำเสียงของพริมาไม่ได้มีแววต้อนรับเลยสักนิด หญิงสาวกอดอกแน่นในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีครีมที่ยับย่นเล็กน้อยจากการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์มาราธอนสามชั่วโมงเต็ม แว่นตาไร้กรอบเลื่อนลงมาอยู่ที่ปลายจมูกนิดหน่อยยามที่เธอปรายตามองผู้มาเยือนอย่างไม่สบอารมณ์ รินรดาในชุดสูทผ้าทวีดสีเทาเข้มเข้ารูปยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ บรรยากาศรอบตัวอีกฝ่ายแผ่รังสีความกดดันชนิดที่ทำให้ต้นไม้ประดับบนโต๊ะทำงานของพริมาแทบจะเหี่ยวเฉาตายคาที่ “ฉันไม่ได้ว่างมาเดินเล่นหรอกนะคะ พริมา” รินรดาตอบเสียงเรียบ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายความหงุดหงิดที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความนิ่ง “และถ้าคุณเปิดดูอีเมลที่ส่งไปเมื่อสิบนาทีที่แล้ว คุณก็จะรู้ว่าเกิดหายนะอะไรขึ้นกับโปรเจกต์ ‘The Veridian’ ของเรา” พริมาขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวยาวคลิกเมาส์เปิดหน้าจออีเมลอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นไฟล์แนบและข้อความแจ้งเตือนจาก "บริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมโครงสร้าง" ซึ่งเป็นบุคคลที่สามที่พวกเธอต้องทำงานร่วมกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ *“แจ้งการเปลี่ยนแปลง: ทางเรามีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแนวคานรับน้ำหนักหลักในโซนสวนลอยฟ้าชั้น 30 ทั้งหมด เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณของวัสดุนำเข้าที่เพิ่งถูกตัดสิทธิ์ โดยจะมีผลบังคับใช้ทันทีในการก่อสร้างสัปดาห์หน้า”* “บ้าไปแล้วหรือไง!” พริมาหลุดอุทานออกมาเสียงดังลั่นจนเพื่อนร่วมงานโต๊ะข้างๆ สะดุ้งโหย่ง “คานรับน้ำหนักโซนสวนลอยฟ้า? นั่นมันหัวใจหลักของงานสถาปัตยกรรมที่ฉันออกแบบให้รับกับโครงสร้างกระจกโค้งของรินรดาเลยนะ ถ้าเปลี่ยนไปใช้เหล็กเกรดต่ำตามที่พวกมันเสนอ น้ำหนักของกระจกและการกระจายตัวของแรงลมจะพังพินาศหมด!” “ถูกต้องค่ะ” รินรดาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของพริมาอีกก้าว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย็นเยียบของมัสก์โชยมาแตะจมูก “และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เจ้าพวกวิศวกรตัวดีดันส่งเรื่องนี้ตรงไปที่บอร์ดบริหารโดยไม่ผ่านการอนุมัติจากเราสองคนก่อน ตอนนี้ท่านประธานอนุมัติงบปรับปรุงตามนั้นไปแล้ว และสั่งให้เราสองคนหาทาง ‘ปรับดีไซน์ให้เข้ากัน’ ภายในสามวัน” พริมาเงยหน้าขึ้นมองคู่ปรับคนสำคัญ แววตาดื้อรั้นฉายชัดความกรุ่นโกรธ “สามวัน? ให้ฉันรื้อแบบโครงสร้างใหม่ในสามวันเนี่ยนะ รินรดา คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้!” “มันต้องเป็นไปได้ค่ะ พริมา” รินรดาก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ จนพริมาเกือบลืมหายใจ “ถ้าคุณไม่อยากให้ผลงานที่เราทุ่มเทกันมาครึ่งค่อนปีกลายเป็นเศษกระดาษราคาถูกในห้องเก็บของบริษัท... เลิกโวยวาย แล้วมาช่วยกันแก้ปัญหาเดี๋ยวนี้” ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบโต๊ะทำงานอยู่หลายอึดใจ มีเพียงเสียงพิมพ์งานจากโต๊ะไกลๆ และเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานแข่งกับอุณหภูมิความตึงเครียดระหว่างคนทั้งคู่ พริมาเม้มริมฝีปากแน่น สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่ารินรดาพูดถูก การปฏิเสธคำสั่งบอร์ดบริหารตอนนี้เท่ากับยอมแพ้ และเธอก็ไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ความล้มเหลียง่ายๆ “ก็ได้ค่ะ” พริมาลุกพรวดขึ้นยืนจนเก้าอี้ไถลไปด้านหลังเสียงดังครูด เธอจ้องตารินรดาตรงๆ “แต่ถ้าเราจะรื้อแบบนี้ ฉันจะไม่ยอมให้ดีไซน์ภายในของคุณมาทำลายพื้นที่ใช้สอยของฉันเด็ดขาด ตามฉันมาที่ห้องประชุมใหญ่ เราต้องเคลียร์เรื่องนี้ให้จบทุกเม็ด” รินรดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว “เชิญค่ะ สถาปนิกคนเก่ง ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าคุณจะเก่งสักแค่ไหนเวลาหลังชนฝาแบบนี้” บรรยากาศภายในห้องประชุมกระจกใสเงียบเชียบและเย็นเยียบ โต๊ะประชุมตัวยาวถูกรกเร้าไปด้วยแผ่นพิมพ์เขียว กองกระดาษร่างแบบ และแท็บเล็ตนับไม่ถ้วน พริมายืนเท้าแขนกับโต๊ะ ก้มมองโมเดลสามมิติบนหน้าจอด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เส้นผมบลอนด์ประกายทองที่มัดรวบหลวมๆ เริ่มหลุดลุ่ยลงมาเคลียข้างแก้มเนื่องจากเธอใช้มือสางมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหงุดหงิด “ถ้าเราขยับจุดรับน้ำหนักของคานมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้สามสิบเซนติเมตร...” พริมาพึมพำกับตัวเอง ปากกาในมือหมุนวนอย่างรวดเร็ว “มันจะไปทับกับแนวท่อ VAV ของระบบปรับอากาศที่คุณวางไว้ตรงโซนรับแขกพอดีน่ะสิ” รินรดาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม เงยหน้าขึ้นจากแล็ปท็อปของตัวเอง ดวงตาสคมกริบกวาดมองตัวเลขคำนวณบนจอ “ก็ไม่ต้องขยับไปทางนั้นสคะ ขยับมาทางทิศเหนือแทนสิคะ แม้ว่าจะทำให้พื้นที่กระจกโค้งของคุณต้องลดองศาลงมานิดหน่อย แต่โครงสร้างหลักจะปลอดภัย และระบบแอร์ของฉันก็ยังซ่อนอยู่ในฝ้าเพดานได้เหมือนเดิม” พริมาเงยขวับขึ้นมอง รินรดาพูดราวกับว่าการลดองศาความโค้งของกระจกซึ่งเป็น ‘ไฮไลต์’ ของตึกนั้นเป็นเรื่องง่ายดายเสียเหลือเกิน “ลดองศาเนี่ยนะ!” พริมาเสียงสูงขึ้นเล็กน้อย เผลอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้าม “คุณรินรดาคะ นั่นคือความงามที่เป็นจิตวิญญาณของตึกนี้เลยนะ ถ้าฉันลดองศาลง มันก็จะกลายเป็นแค่ตึกกล่องสี่เหลี่ยมธรรมดาๆ ที่หาได้ตามย่านธุรกิจทั่วไปสิคะ!” “แล้วคุณอยากได้ตึกรูปทรงสวยงามแต่ถล่มลงมาทับหัวคนในวันเปิดตึก หรือจะยอมลดอีโก้ลงนิดหน่อยเพื่อให้งานมันเดินหน้าต่อไปได้คะ พริมา?” รินรดายืนขึ้นเต็มความสูง ความสูงของเธอทำให้ต้องก้มมองสถาปนิกสาวลงมาเล็กน้อย น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคมบาดลึก “ฉันรู้ว่าคุณรักงานของคุณ แต่ฉันก็รักงานของฉันไม่น้อยไปกว่ากันหรอกนะคะ” สายตาทั้งคู่ปะทะกันราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ ความใกล้ชิดทำให้พริมาได้กลิ่นน้ำหอมประจำตัวของอีกฝ่ายชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่แค่กลิ่นกุหลาบ แต่มีความอบอุ่นปนความดุดันบางอย่างที่ชวนให้ใจสั่นอย่างไร้เหตุผล พริมากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอพยายามเบนสายตาไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อหลบเลี่ยงดวงตาคู่นั้นที่กำลังจ้องมองเธอราวกับจะทะลุปรابไปถึงความคิดในหัว “โอเค...” พริมาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อความเป็นจริงที่บีั้นคอ “ถ้าเราใช้โครงสร้างเหล็กเสริมพิเศษเกรด B+ ที่ราคาต่ำลงมาหน่อย แต่เพิ่มจำนวนจุดยึดโยงให้ถี่ขึ้น... แบบนี้คุณจะยอมให้ฉันคงองศาความโค้งเดิมไว้ได้ไหมคะ ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบ” รินรดาจ้องมองใบหน้าเนียนใสที่ระเรื่อด้วยความเหนื่อยอ่อนและอารมณ์กรุ่นโกรธ แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่ผ่อนคลายลงช้าๆ มุมปากอิ่มสวยยกยิ้มขึ้นอย่างยอมรับในความหัวรั้นแต่มีฝีมือของคนตรงหน้า “ฉลาดนี่คะ... ไม่เสียแรงที่เป็นสถาปนิกตัวแสบประจำบริษัท” รินรดาเอ่ยเสียงเบาลงกว่าเดิม มือเรียวยื่นออกไปเลื่อนแท็บเล็ตของพริมาให้เข้ามาใกล้ตัวเองมากขึ้น “ไหนคะ ขอดูรายละเอียดการกระจายน้ำหนักที่คุณคำนวณเมื่อครู่หน่อยซิ ถ้ามันเวิร์กอย่างที่คุณว่า ฉันจะยอมปรับแบบภายในตามที่คุณต้องการ... ทั้งหมดเลย” กลิ่นอายความตึงเครียดเมื่อครู่เปลี่ยนผ่านเป็นความเงียบสงบที่แปลกประหลาด ทั้งสองคนโน้มตัวลงแนบชิดกันเหนือโต๊ะประชุม ไหล่ชนกันโดยไม่รู้ตัวยามที่ช่วยกันตรวจทานตัวเลขและเส้นสายแบบแปลนสถาปัตยกรรม พริมาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายของรินรดาที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นจังหวะการเต้นที่ผิดแปลกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ในจังหวะที่พริมาเอื้อมมือไปหยิบปากกาบนโต๊ะ ปลายมือของเธอสัมผัสเข้ากับหลังมือของรินรดาเข้าอย่างจัง ทั้งคู่ชะงักค้างไปพร้อมกัน พริมาเงยหน้าขึ้นสบตากับดีไซเนอร์สาวที่อยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่ลึกล้ำเกินกว่าจะอ่านความรู้สึกได้ รินรดายังไม่ยอมถอนสายตาออกไป นิ้วเรียวที่สัมผัสกันนั้นไม่ได้ถูกชักกลับทันที ทว่าก่อนที่บรรยากาศจะหวานล้ำเกินเลยไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเปิดประตูกระจกก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน “คุณรินรดาครับ! คุณพริมาครับ! แย่แล้วครับท่านประธานเรียกประชุมด่วนที่สุดตอนนี้เลยครับ เพราะมีเรื่องใหญ่กว่าเรื่องคานโครงสร้างหลุดลอดไปถึงสำนักข่าวสถาปัตยกรรมแล้วครับ!” เสียงของหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นเจ้านายสาวทั้งสองคนยืนโน้มตัวเข้าหากันในระยะประชิดชนิดที่ลมหายใจแทบจะรดกันและกัน รินรดารีบดึงมือกลับทันที ใบหน้าสวยเฉียบกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่า พริมาเองก็รีบผละถอยหลัง ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา รินรดาสบตาพริมาอีกครั้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความท้าทายระคนความหมายลึกซึ้งบางอย่าง ก่อนจะหันไปสั่งเสียงเฉียบขาด “นำทางไปค่ะ... เดี๋ยวเราตามไป” -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้เดซี่นะคะ รักค่ะ ❤️
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์จอมเนี๊ยบกับยัยสถาปนิกจอมขบถ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%