นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้สักทองเป็นจังหวะรัวเร็ว เสียง ‘ก๊อกๆ’ นั้นดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเงียบเชียบในห้องสตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมย่านอารีย์
“ถ้านายยังเอาแต่เงียบแล้วทำหน้ายักษ์ใส่ฉันแบบนี้ อีกห้านาทีฉันจะถือว่าที่นายเรียกฉันมานี่ แค่ต้องการโชว์คอลเลกชันรอยย่นระหว่างคิ้วของนายให้อาจารย์ดูฟรีๆ นะครับ อาคเนย์”
คิวเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด ร่างโปร่งในชุดฮู้ดสีดำสนิททิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้สำนักงานอย่างไม่ยี่หรา ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองร่างสูงในเสื้อเชิ้ตพับแขนที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่หน้ากระดานร่างแบบ แผ่นหลังกว้างนั้นตึงเครียดจนเนื้อผ้าตึงเปรี๊ยะ บ่งบอกถึงสงครามประสาทที่เจ้าตัวกำลังเผชิญอยู่ภายใน
อาคเนย์ถอนหายใจยาวเหยียด เสียงลมหายใจนั้นหนักหน่วงรากับแบกรับสะพานแขวนไว้ทั้งสะพาน สถาปนิกหนุ่มผู้เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้วหันกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งมาที่โปรเกมเมอร์หนุ่ม ปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะพ่นคำพูดที่กลั้นไว้ออกมาด้วยน้ำเสียงห้วนจัด
“นายกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ คิว”
“เกมเหรอ?” คิวเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มยียวนแต้มอยู่ที่มุมปาก “ฉันเป็นโปรเกมเมอร์ก็จริง แต่นี่นั่งอยู่เฉยๆ นายต่างหากที่เป็นคนลากฉันมาถึงนี่... หรือว่าการที่ฉันนั่งหายใจอยู่ใกล้ๆ นายเกินไป มันทำให้สถาปนิกมือหนึ่งอย่างนายเสียสมาธิเรื่องงานจนสมองกลับกันแน่ครับ”
คำพูดกวนประสาทนั้นไม่ได้ทำให้อาคเนย์โกรธอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม สันจรามของอีกฝ่ายกลับขบเข้าหากันจนนูนเด่น ร่างสูงก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานในระยะประชิด มือใหญ่ทั้งสองข้างวางทราบลงบนขอบโต๊ะ ก้มตัวลงมาจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากคิวแค่คืบเดียว ไอความร้อนจากร่างกายและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ปะทะเข้ากับปลายจมูกจนคิวเผลอชะงักไปชั่ววินาที
ดวงตาที่เคยพราวระยับด้วยความท้าทายไหววับขึ้นเล็กน้อย แต่คิวก็ยังคงรักษาฟอร์ม ปากเก่งๆ ไม่ยอมลดราวาศอก
“ใกล้ไปแล้วคุณสถาปนิก ถอยไปหน่อย... เดี๋ยวคนอื่นเข้าใจผิดว่าคุณกำลังจะสารภาพรักผมซะก่อน”
“ถ้ารู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา ก็หัดหยุดพูดจาชวนโมโหแล้วฟังให้ดีๆ ซะบ้าง” อาคเนย์เค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาที่มองมาไม่ได้มีความดุร้ายอย่างที่ปากว่า มีเพียงประกายความอึดอัดระคนรuร้าวบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่งมาตลอด “นายคิดว่าความรู้สึกของฉันมันเป็นเรื่องล้อเล่นในเกมของนายหรือไง คิว นายเข้ามาปั่นหัวฉัน ทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ แล้วก็ทำทำเหมือนทุกอย่างเป็นแค่เรื่องสนุก... นายสนุกมากไหมที่เห็นฉันเป็นแบบนี้?”
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนฟอร์มจัด ทำให้คิวที่เตรียมจะสวนกลับด้วยคำพูดแสบๆ ค้างเติ่งอยู่ในลำคอ
ดวงตาสีนิลของอาคเนย์สั่นระริกเล็กน้อย มันไม่ใช่แววตาของผู้ชายปากร้ายที่คิวคุ้นเคย แต่มันคือแววตาของคนที่กำลังยอมจำนนต่อกำแพงความรู้สึกของตัวเองที่พังทลายลงทีละน้อย ความซึนเดเระที่ห่อหุ้มตัวตนมาตลอดหลายเดือนแตกละเอียดต่อหน้าต่อตา เหลือเพียงความจริงใจดิบๆ ที่สถาปนิกหนุ่มพยายามปกปิดมาตลอด
คิวกลืนน้ำลายลงคออึือกใหญ่ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติเริ่มรัวเร็วกว่าตอนแข่งทัวร์นาเมนต์รอบชิงชนะเลิศเสียอีก เขาไม่คิดว่าคนอย่างอาคเนย์จะยอมพูดประโยคนี้ออกมาตรงๆ
มือเรียวที่วางอยู่บนตักกำเข้าหากันแน่นเพื่อซ่อนความประหม่า แต่ริมฝีปากยังคงดื้อรั้นที่จะยิ้ม
“ถ้าฉันบอกว่าไม่ได้เล่นเกมล่ะ...” คิวเงยหน้าขึ้นสบตาตรงๆ น้ำเสียงที่เคยยียวนกลับแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด แววตาคมกริบฉายความจริงจังที่หาได้ยากยิ่ง “นายจะเชื่อฉันไหม อาคเนย์”
อาคเนย์ชะงัก ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นประกายความจริงใจในดวงตาของอีกฝ่าย ความใกล้ชิดที่ระอุไปด้วยอุณหภูมิของความรู้สึกทำให้ระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองคนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง
“ถ้ามันไม่ใช่เกม...” อาคเนย์พูดเสียงแหบพร่า ริมฝีปากหยักขยับเข้าใกล้ริมฝีปากของอีกฝ่ายมากขึ้นทีละนิด “พิสูจน์ให้ฉันดูสิ คิว... ว่าสิ่งที่นายพูดมันจริงแค่ไหน”
ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดกัน หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวราวกับกลองศึก คิวหลับตาลงครึ่งหนึ่ง เตรียมจะรับสัมผัสที่รอคอยมานานโดยไม่คิดจะถอยหนี
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนจนกระเจิง พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาอย่างไร้มารยาทโดยไม่รอให้อุทยานสถาปัตยกรรมอนุญาต
“พี่เนย์ครับ แบบแปลนโปรเจกต์ใหม่ลูกค้าแก้มา... เฮ้ย! ผมขอโทษ! ผมไม่ได้ตั้งใจมาขัดจังหวะสวีทนะ!”
เสียงโวยวายของเด็กฝึกงานปีสี่ดังลั่นห้อง อาคเนย์ผุดลุกขึ้นถอยหลังกรูดด้วยความตกใจ ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ส่วนคิวนั้นรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติทันที แม้ว่าใบหูจะขึ้นสีแดงจัดไม่แพ้กัน ร่างโปร่งกัดริมฝีปากด้วยความเจ็บใจที่แผนการรุกคืบถูกขัดจังหวะในวินาทีชี้น้ำตา
อาคเนย์หันไปถลึงตาใส่เด็กฝึกงานจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ ก่อนจะหันกลับมามองคิวที่กำลังลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยด้วยท่าทางกวนๆ เหมือนเดิม
“ไว้เราคุยกันต่อ... คิว” อาคเนย์กระซิบด้วยน้ำเสียงเขגขะที่เจือความหงุดหงิดระคนเขินอาย
“ก็ได้ครับ... แต่จำไว้เลยนะว่านายติดค้างคำตอบฉันอยู่” คิวส่งยิ้มมุมปากให้หนึ่งทือก่อนจะเดินสวนเด็กฝึกงานออกไป แต่ก่อนจะพ้นประตู คิวก็หันกลับมาทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายใส่สถาปนิกหน้าตาย “แล้วก็... คราวหลังล็อกประตูให้ดีกว่านี้นะครับ คุณสถาปนิก”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักนี้เสมอนะครับ (ไฟเยอร์บลัด)
เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย•ตอนที่ 21
สายลมที่พัดพาความจริง
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!