เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย•ตอนที่ 6

ข้าวกล่องมื้อดึก

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบหน้าจอคอมพิวเตอร์จนเกิดเงาสะท้อนเป็นระลอกคลื่น เสียงรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดกลไกดัง “กริ๊บๆๆ” เป็นจังหวะเดียวกับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของผม ในห้องทำงานที่เงียบสงบยามตีสอง ข้อมูลโค้ดเกมและแบบแปลนโครงสร้างสามมิติกองพะเนินอยู่ตรงหน้า ปมปัญหาที่ธามปรากฏตัวขึ้นเมื่อหัวค่ำยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผมเหมือนเสียงเพลงที่ปิดไม่ลง อาคเนย์ สถาปนิกหนุ่มมาดเนี๊ยบผู้ขึ้นชื่อเรื่องความไร้มนุษยสัมพันธ์ กำลังนั่งหลังตรงราวกับหุ่นยนต์เยอรมันอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้าม แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดส่องสันจมูกโด่งเป็นคมและกรามได้รูปของเขาให้ดูดุดันขึ้นเป็นกอง ให้ตายเถอะ... แค่คิดว่าผู้ชายคนนี้รู้เรื่องในอดีตที่ผมพยายามฝังกลบ มันก็ทำให้ปลายนิ้วผมเย็นเฉียบขึ้นมาดื้อๆ “ถ้ายังพิมพ์ด้วยความเร็วนรกแตกแล้วทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้น โค้ดเกมของคุณคงได้พังก่อนส่งบอสใหญ่พอดีครับ” เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ อาคเนย์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากจอของเขาเลยสักนิด แต่หางตาคมกริบนั้นเหลือบมองมาที่ผมอย่างรู้ทัน ผมหยุดพิมพ์ แล้วแค่นênเสียงในลำคอเบาๆ ยกยิ้มมุมปากตามสไตล์โปรเกมเมอร์ที่ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ “เป็นห่วงผมเหรอครับคุณสถาปนิก หรือกลัวว่างานผมไม่เสร็จแล้วจะพลอยซวยไม่ได้กลับบ้านไปด้วยกัน” อาคเนย์ชะงักไปเล็กน้อย เขากดเซฟงานบนหน้าจอก่อนจะหันเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับผมเต็มตา ดวงตาสีนิลคู่นั้นดุและนิ่งสนิทจนเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ “คนอย่างคุณคิว สมองคงไม่ได้มีไว้แค่คิดเรื่องเกมเด็กเล่นหรอกมั้งครับ แต่เรื่องปากนี่... น่าจะทำงานเร็วกว่าสมองหลายเท่า” “ปากผมจะเร็วยังไง ก็คงไม่เท่าสายตาคุณหรอกครับที่จ้องผมตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว” ผมสวนกลับทันควัน ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยอย่างท้าทาย “เรื่องเมื่อตอนหัวค่ำ... ธามพูดอะไรแปลกๆ สินะครับ ทำไมคุณถึงปล่อยให้มันเข้ามาถึงหน้าห้องได้ล่ะ หรือว่ากลัวความลับของผมจะหลุดจนทำอะไรไม่ถูก” บรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดฮวบทันที อาคเนย์ขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของผมทีละก้าวอย่างกดดัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษและกาแฟเข้มๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนผมต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว “ความลับอะไรของคุณคิว ที่ผมต้องกลัวว่ามันจะหลุด?” อาคเนย์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนเกือบแนบชิด ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาผมราวกับจะค้นหาความจริง “หรือจริงๆ แล้ว... คนที่กลัวไม่ใช่ผม แต่เป็นคุณต่างหาก” ผมสะท้านวาบไปทั้งแผ่นหลัง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายตาในแววตาของเขาต่างหากที่มันรุกรานหัวใจผมเกินไปแล้ว ผู้ชายคนนี้ฉลาดเป็นกรด และเขากำลังใช้ความเงียบกับความนิ่งเข้าบีบให้ผมจนมุม ก่อนที่สถานการณ์ระหว่างเราจะเลยเถิดไปไกลกว่าการปะทะคารม เสียงท้องของผมก็ดันส่งเสียงร้อง “โครกคราก” ออกมาอย่างทรยศท่ามกลางความเงียบสงัด ผม:“...” อาคเนย์ชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนที่มุมปากหยักสวยจะยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เป็นรอยยิ้มแรกในรอบหลายชั่วโมงที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด “หิวจนท้องร้องขนาดนี้ ยังมีหน้ามาปากเก่งใส่ผมอีกเหรอครับโปรคิว” ผมเม้มปากแน่น รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “เรื่องของผมเถอะน่า คุณมีหน้าที่เคลียร์แบบแปลน ก็ก้มหน้าก้มตาทำไปสิ” อาคเนย์ไม่ตอบ เขาหันหลังเดินหายเข้าไปในห้องครัวเล็กๆ ประจำสำนักงานครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาพร้อมกับถุงกระดาษสีน้ำตาลใบย่อมในมือ เขาวางมันลงบนโต๊ะทำงานของผม แรงกระแทกเบาๆ ทำให้กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวกล่องร้อนๆ และน้ำซุปกระดูกหมูโชยเตะจมูกทันที ผมก้มมองถุงกระดาษสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของอีกฝ่าย “...อะไรครับเนี่ย?” “ข้าวกล่อง” อาคเนย์ตอบสั้นๆ น้ำเสียงห้วนจัดตามฟอร์มซึนเดเระ แต่สายตากลับหลบเลี่ยงการสบตาผมไปมองทางอื่นแทน “ร้านแถวนี้มันปิดหมดแล้ว มีแต่โจ๊กหมูใส่ไข่กับเกี๊ยวน้ำข้างตึก... ผมลงไปซื้อมาเผื่อ เพราะรำคาญเสียงท้องร้องของคุณ มันรบกวนสมาธิในการทำงานของผม เข้าใจตรงกันนะครับ” ผมเลิกคิ้วสูง มองคนปากแข็งที่ยืนกอดอกทำเป็นมองนู่นมองนี่ แต่ใบหูกลับแดงก่ำขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด หึ... ปากบอกว่ารำคาญ แต่ลงไปซื้อของโปรดผมมาให้ตอนตีสองเนี่ยนะ อาคเนย์... คุณนี่มันร้ายกาจเป็นบ้าเลย ผมเปิดกล่องข้าวออก ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเครียดจากปมปัญหาเมื่อหัวค่ำ กลับถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ไหลซึมเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจ ความเหนื่อยล้าจากการปั่นงานมาทั้งคืนมลายหายไปสิ้น ผมตักเกี๊ยวน้ำคำโตเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ แล้วเงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้ามที่ยืนค้ำโต๊ะอยู่ “อร่อยดีนะครับ... ขอบคุณนะ... อาคเนย์” ผมจงใจเว้นจังหวะและเน้นเสียงชื่อเขาเบาๆ อาคเนย์สะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยเรียบเนบสนิทบัดนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เขาทำท่าจะอ้าปากเถียงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ทว่า... *กริ๊งงงงงง!* เสียงกริ่งประตูหน้าสำนักงานดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศเงียบสงบยามวิกาลลงทันที ทั้งผมและอาคเนย์ต่างชะงักและหันไปมองหน้าประตูพร้อมกันด้วยความตกใจ ดวงตาของอาคเนย์เปลี่ยนเป็นคมกราบและดุดันขึ้นในเสี้ยววินาที เขาขยับตัวยืนบังหน้าผมไว้โดยสัญชาตญาณเมื่อเงาสูงโปร่งของใครบางคนทาบทับผ่านกระจกใสฝ้าหน้าประตูก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่คุ้นหูเป็นอย่างดี "ดึกดื่นป่านนี้... ยังเคลียร์งานกันไม่เสร็จอีกเหรอครับ อาคเนย์, น้องคิว?" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ ไฟเยอร์บลัดจะรีบกลับมาเสิร์ฟความฟินและปมร้อนๆ ในตอนต่อไปอย่างแน่นอนครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%