แก้ววิสกี้ทรงสวยถูกวางกระแทกบนโต๊ะไม้เนื้อดีเสียงดัง *‘ปึก’* จนของเหลวสีอำพันกระฉอกเปื้อนปลายนิ้ว
“พอได้แล้วคุณ อาคเนย์... คุณซัดไปแก้วที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย”
คิวถอนหายใจยาว พลางยื่นมือไปหมายจะแย่งแก้วเจ้าปัญหามาจากสถาปนิกหนุ่มมาดเนี๊ยบที่วันนี้สภาพพังไม่เป็นท่า เนคไทสีเข้มถูกปลดออกจนหลุดรุ่งริ่ง กระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวหลุดลุ่ยไปสองเม็ดเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและแผงอกกระชับที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจเข้าออก
อาคเนย์ปัดมือนั้นทิ้งอย่างไม่ไยดี ดวงตาคมกริบที่ปกติมักจะฉายแววดุและนิ่งสนิท บัดนี้กลับฉ่ำเยิ้มไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ แพขนตายาวกะพริบเชื่องช้าก่อนจะเงยขึ้นจ้องมองโปรเกมเมอร์หนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาที่ทำเอาคนถูกมองถึงกับสันหลังวาบ
“อย่ามาสั่ง... คิว” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบติดจะแหบพร่าและติดดุดันในแบบฉบับเจ้าตัว แต่ทว่าครั้งนี้กลับเจือความสั่นเครือบางเบาที่ยากจะปิดมิด
“ผมไม่ได้สั่ง ผมเตือนในฐานะเพื่อนร่วมห้อง... หรือร่วมปาร์ตี้ก็แล้วแต่ที่คุณสบายใจ” คิวไหวไหล่ ทำเป็นยียวนกวนประสาทกลบเกลื่อนความประหลาดใจที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก ยิ่งเห็นอีกฝ่ายเงียบและเอาแต่จ้องเขม็งแบบนี้ มันชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่พร้อมจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ
ห้องนั่งเล่นเพนต์เฮาส์หรูเปิดไฟสลัว แสงไฟสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟมุมห้องขับให้บรรยากาศรอบตัวดูอบอวลและอันตรายในเวลาเดียวกัน กลิ่นอายของแอลกอฮอล์ผสมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงลอยวนอยู่ในอากาศ สร้างแรงกดดันประหลาดที่ทำให้คิวเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
สถาปนิกหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากดูน่าสงสารมากกว่าน่าหมั่นไส้ในสายตาของโปรเกมเมอร์ปากกล้า
“เพื่อนร่วมห้องเหรอ... หึ คำก็เพื่อน สองคำก็เพื่อน นายเคยเห็นฉันเป็นแค่นั้นจริงๆ น่ะเหรอคิว”
คิวชะงัก รอยยิ้มกวนๆ บนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตไหวระริก “คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย เมาแล้วก็เพ้อเจ้อใหญ่ละ ไป... เดี๋ยวผมพาลุกไปนอน”
พูดจบ คิวก็ขยับตัวเข้าไปใกล้ ตั้งใจจะควσόแขนแกร่งให้ลุกขึ้นยืน แต่ทว่า...
*พรึบ!*
อาคเนย์ไวกว่า มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของคิว ออกแรงกระชากเพียงนิดเดียว ร่างเพรียวบางของโปรเกมเมอร์ก็เสียหลักเซถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกกว้างอย่างจัง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์เป่ารดอยู่ข้างแก้มจนขนลุกซู่
“ปล่อยนะคุณ! เป็นบ้าอะไรเนี่ย!” คิวร้องโวยวาย พยายามดันไหล่หนาออก แต่แรงของคนที่กำลังขาดสติกลับมหาศาลราวกับคีมเหล็ก อาคเนย์รวบเอวบางไว้ด้วยแขนข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นประคองท้ายทอยบังคับให้คิวเงยหน้าขึ้นสบตา
ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ปลายจมูกชนกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าว
ดวงตาของอาคเนย์เวลานี้ไม่ได้ดุดันเหมือนเคย แต่มันเต็มไปด้วยความอัดอั้น ความเจ็บปวด และ... ความคลั่งรักที่ล้นทะลักจนน่ากลัว
“ฉันไม่ได้บ้า...” อาคเนย์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าจนคนฟังรู้สึกชาหนึบไปทั้งหัวใจ “คนที่บ้า... คือฉันต่างหากที่ต้องทนเห็นนายยิ้มให้คนอื่น ทนทำเป็นปากแข็งใส่ทั้งที่ข้างในมันร้อนรุ่มจนแทบจะบ้าอยู่แล้ว!”
คิวเบิกตากว้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่ได้ยิน หัวใจเต้นรำกระหน่ำรัวราวกองศึก “คุณ... พูดอะไรของคุณเนี่ย อาคเนย์ เมามากแล้วนะ!”
“ใช่! ฉันเมา!” อาคเนย์ตะคอกเบาๆ แต่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน “เมาจนไม่อยากจะทนเก็บความรู้สึกบ้าๆนี่ไว้อีกต่อไปแล้ว! นายคิดว่าฉันใจแข็งนักเหรอคิว? คิดว่าฉันไม่เจ็บเหรอเวลาที่นายทำเป็นเล่นๆ กับความรู้สึกของฉันน่ะหะ!”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ คิวพูดไม่ออก สมองขาวโพลน คำพูดเชือดเฉือนและท่าทีปากร้ายที่เคยมีมาตลอดพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่แดงก่ำและเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสๆ ของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสถาปนิกหน้าตาย
นี่ไม่ใช่แค่คำพูดของคนเมา... แต่มันคือความจริงที่ถูกกัก
ขังไว้ใต้หน้ากากความเย่อหยิ่งมาเนิ่นนาน
“คุณ...” คิวพยายามจะเปล่งเสียง แต่กลับพบว่าลำคอตีบตันไปหมด
อาคเนย์มองริมฝีปากที่อ้าเผยอเล็กน้อยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ร้อนแรงยิ่งกว่าเดิม นิ้วเรียวยาวที่ประคองท้ายทอยเลื่อนขึ้นมาสัมผัสแก้มเนียนแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไปหากใช้แรงมากเกินไป
“ฉันเกลียดรอยยิ้มกวนๆ ของนาย...” อาคเนย์กระซิบชิดริมฝีปาก เสียงสั่นพร่าราวกับคนใกล้ขาดใจ “เกลียดท่าทางอวดดี... แต่ในขณะเดียวกัน... ฉันก็คลั่งไคล้จนแทบคลั่งตายอยู่แล้วเหมือนกัน คิว”
ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากของคิวแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนทำให้คิวสะท้านเยือกไปทั้งร่าง ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปตามเส้นประสาท มือที่เคยผลักไสค่อยๆ อ่อนแรงลงอย่างไร้เรี่ยวแรง
“อาคเนย์... คือว่า...”
“ชูst... ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น”
อาคเนย์ตัดบทด้วยการโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ ระยะห่างที่ลดลงทีละน้อยทำให้คิวรู้สึกเหมือนถูกสะกดจิต ดวงตากลมโตมองตามริมฝีปากได้รูปที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
ความลังเล ความสับสน และความตื่นตระหนกตีรวนกันอยู่ในอก แต่ทว่า... ไม่มีแม้แต่ความคิดที่จะผลักไส
ใบหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงไม่ถึงมิลลิเมตร ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียว คิวยับยั้งเปลือกตาลงครึ่งหนึ่ง หัวใจเต้นระรัวด้วยความคาดหวังที่แม้แต่เจ้าตัวก็ไม่กล้ามนึกถึง
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากกำลังจะแตะเข้าหากันนั้นเอง
*กริ๊ก! แอดดดดด—*
เสียงปลดล็อกประตูหน้าห้องดังขึ้นตามด้วยบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของบุคคลที่ไม่คาดฝันดังทะลุเข้ามาในความเงียบ
“พี่คิว! ผมซื้อเบียร์มาเพิ่มแล้วนะ— เฮ้ย!”
อาคเนย์ชะงักกึก คิวสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับคนทำ
ความผิด
คิวหันขวับไปมองทางประตูด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู และเมื่อเห็นร่างของรุ่นน้องร่วมทีมอีสปอร์ตยืนอ้าปากค้างถือถุงเบียร์พะรุงพะรังอยู่ตรงทางเข้า...
โปรเกมเมอร์หนุ่มก็แทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความคลั่งไคล้และซبซึ้งในบทนี้นะครับ
เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย•ตอนที่ 18
คำสารภาพที่เผลอหลุด
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!