"ถ้าคิดจะเข้ามาแบบไม่มีมารยาทคราวหน้า รบกวนหัดเคาะประตูให้มันเหมือนคนหน่อยนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำของอาคเนย์ดังขึ้นแทรกความเงียบงันในห้องทำงานทันทีที่บานประตูเปิดผางออก ร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกหนุ่มก้าวบังร่างโปร่งของคิวไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ แววตาคมกริบราวกับใบมีดโกนตวัดมองผู้มาเยือนอย่างไม่ปิดบังความไม่พอใจ
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูคือ 'ธน ์' หัวหน้าฝ่ายวิศวกรโครงสร้างที่มักจะมีเรื่องรกหูรกตามาให้หงุดหงิดใจอยู่เสมอ รอยยิ้มเจื่อนๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของอีกฝ่ายทันทีเมื่อปะทะเข้ากับรังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวอาคเนย์
"เอ่อ... ขอโทษทีครับ ผมนึกว่าห้องนี้เคลียร์งานเสร็จแล้ว พอดีท่านประธานเรียกประชุมด่วนครับคุณอาคเนย์ ทางคุณคิวเองก็... เอ่อ..." ธน์ชะงักคำพูดเมื่อเหลือบไปเห็นระยะห่างระหว่างคิวกับอาคเนย์ที่แนบชิดกันจนเกินงาม สายตาของวิศวกรหนุ่มไหววูบด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะรีบเบนหนีอย่างรู้มารยาท "งั้นผมรอข้างนอกนะครับ"
*ปัง!*
ประตูห้องถูกปิดลงอีกครั้ง ทิ้งให้ความเงียบที่หนาแน่นกว่าเดิมกลับมาปกคลุมพื้นที่สี่เหลี่ยมนี้อีกครั้ง
คิวค่อยๆ ขยับตัวถอยหลังออกจากวงแขนของอาคเนย์ สัมผัสอุ่นร้อนจากแผ่นอกแกร่งที่แนบชิดเมื่อครู่ยังคงหลงเหลือความรุ่มร้อนไว้บนผิวเนื้อ โปรเกมเมอร์หนุ่มเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาที่พยายามจะค้นหาความนัยบางอย่างจากเขา
"ประชุมด่วนอะไรของมันเวลานี้" อาคเนย์พึมพำอย่างหัวเสีย พลางยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ เพื่อระบายความหงุดหงิด เขากวาดสายตามองคนตรงหน้าอีกครั้ง "คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่าตอนที่มันผลักเข้ามา"
"ผมไม่ใช่เด็กอนุบาลนะคุณอาคเนย์ ถึงได้จะเปราะบางขนาดนั้น" คิวตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวนตามเคย แต่ทว่าใบหูสีจัดที่แดงก่ำกลับทรยศคำพูดของเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง "ขอบคุณที่ช่วยบังให้ก็แล้วกัน... แต่คราวหลังช่วยกรุณาถอยห่างจากผมสักสองเมตรจะดีต่อสุขภาพจิตคุณมากกว่านะครับ"
"หึ ปากเก่งได้ตลอดเวลาจริงๆ นะครับ" อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมเข้มจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา "ไปกันเถอะ งานฉลองความสำเร็จเฟสแรกข้างล่างรอเราอยู่ ถ้าเราลงไปช้า เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าเราแอบไปเคลียร์ 'เรื่องส่วนตัว' กันสองต่อสอง"
คำว่า 'เรื่องส่วนตัว' ถูกเน้นเสียงหนักหน่วงเป็นพิเศษจนคิวต้องค้อนขวับส่งไปให้หนึ่งที
งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของโปรเจกต์ดีไซน์แพลตฟอร์มเกมมิ่งผสมผสานสถาปัตยกรรมอัจฉริยะจัดขึ้นที่ชั้นดาดฟ้าของตึกบริษัท บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงเพลงคลอเบาๆ เหล่าพนักงานต่างพากันดื่มกินและหัวเราะรื่นเริงให้กับความเหน็ดเหนื่อยตลอดสามเดือนที่ผ่านมาที่สิ้นสุดลงด้วยดี
แต่สำหรับคิวและอาคเนย์แล้ว บรรยากาศรอบตัวพวกเขากลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
นับตั้งแต่เหตุการณ์ในห้องทำงานเมื่อช่วงเย็น ทั้งคู่แทบไม่ได้สบตากันตรงๆ อีกเลย อาคเนย์ถูกรายล้อมไปด้วยบรรดาผู้บริหารและลูกค้ากระเป๋าหนักที่เข้ามาชนแก้วแสดงความยินดีไม่ขาดสาย ส่วนคิวก็ถูกเพื่อนร่วมทีมลากตัวไปรุมย้อมแมวด้วยค็อกเทลสีสวยจนแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ
"เอาอีกแก้วไหมวะไอ้คิว หน้าแดงแจ๋แล้วเนี่ย" เสียงของเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับยื่นแก้วทรงสูงมาตรงหน้า
"พอแล้วเว้ย มึนหัวจะตายอยู่แล้ว" คิวยกมือขึ้นปัดปฏิเสธเบาๆ เขากะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ความพร่ามลาย ฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มเล่นงานระบบประสาททำให้สมองที่เคยประมวลผลรวดเร็วเริ่มช้าลงครึ่งจังหวะ
ในขณะเดียวกัน สายตาคมกราบของอาคเนย์ที่ยืนอยู่ห่างออกไปสามโต๊ะไม่เคยคลาดเคลื่อนไปจากร่างโปร่งนั้นเลย สถาปนิกหนุ่มปฏิเสธการชนแก้วจากหญิงสาวสวยเซ็กซี่ฝ่ายการตลาดเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ปลายนิ้วเรียวเคาะแก้วไวน์ในมือเบาๆ อย่างใช้ความคิด ขณะที่กรามขบเข้าหากันแน่นเมื่อเห็นรุ่นน้องร่วมทีมคนหนึ่งเอื้อมมือไปโอบไหล่บางของคิวอย่างสนิทสนม
*รำคาญลูกตาชะมัด*
อาคเนย์คิดในใจ เขาวางแก้วไวน์ลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านอย่างแรงจนของเหลวสีแดงกระฉอก ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงดิ่งแหวกฝูงชนเข้าไปยังเป้าหมายทันที
"ขอโทษนะครับ พอดีผมมีเรื่อง 'งาน' ต้องคุยกับคุณคิวตอนนี้เลย"
เสียงทุ้มต่ำที่ทรงอำนาจดังแทรกขึ้นกลางวงสนทนา ทำเอาทุกคนหันขวับมามองเป็นตาเดียว รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวอาคเนย์ทำให้เพื่อนร่วมทีมของคิวรีบชักมือออกจากไหล่บางโดยอัตโนมัติราวกับโดนไฟลวก
คิวเงยหน้าขึ้นสบตากับคนมาใหม่ ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ไหวระริกเล็กน้อย "งานอะไรของคุณตอนนี้ครับคุณอาคเนย์ นี่มันเวลางานเลี้ยงนะ"
"งานด่วน... ที่ต้องคุยกันแค่สองคน" อาคเนย์ไม่รอให้คิวได้ปฏิเสธ เขาคว้าข้อมือเรียวบางแล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้ลุกขึ้นยืนตามแรงบังคับ "ขอตัวก่อนนะครับทุกคน"
ร่างสูงลากจูงโปรเกมเมอร์ตัวแสบเดินฝ่าผู้คนออกมายังระเบียงด้านนอกที่เงียบสงบ ลมยามค่ำคืนพัดปะทะผิวหน้าช่วยเรียกสติของคิวให้กลับมาDะดับหนึ่ง แต่ความมึนงอมยังคงทำให้เขารู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งร่าง
"คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย ลากผมออกมาทำไม!" คิวสะบัดข้อมือออกทันทีเมื่อพ้นจากสายตาผู้คน เขาหันมาเผชิญหน้ากับร่างสูงด้วยความหงุดหงิด "คนกำลังสนุกอยู่แท้ๆ"
"สนุกเหรอ? สนุกจนยอมให้มันโอบไหล่เนี่ยนะ" อาคเนย์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนแทบไม่มิด
คิวชะงักไปนิด ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะในลำคอ "หึงผมหรือไงครับถึงได้ทำหน้ายักษ์ขนาดนี้"
"ผมไม่ได้หึง!" อาคเนย์ปฏิเสธเสียงแข็งทันที ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้น "ผมแค่ไม่อยากให้ลูกน้องในทีมเสียการเสียงานเพราะความไร้ระเบียบ"
"ปากแข็งชะมัด..." คิวพึมพำเบาๆ ร่างโปร่งเซถลาเล็กน้อยเพราะแรงโน้มถ่วงที่เริ่มควบคุมไม่ได้ อาคเนย์เห็นดังนั้นจึงรีบก้าวเข้ามาคว้าเอวบางไว้ตามสัญชาตญาณ แรงดึงทำให้ร่างทั้งสองร่างปะทะกันอย่างจัง จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินรดกันและกัน
ระยะห่างที่เคยมี... มลายหายไปในพริบตา
ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งในความมลสลัวของระเบียง อาคเนย์มองริมฝีปากที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจของคนในอ้อมแขน หัวใจของสถาปนิกหนุ่มเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความซึนเดะที่มีทั้งหมดพังทลายลงในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขาเผลอเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าผากมนออกให้อย่างเบามือ
"คุณคิว..." เสียงของอาคเนย์แหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบทอดมองลงมาด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม
คิวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงไม่เป็นจังหวะกับสัมผัสอบอุ่นที่เอวและสายตาคู่นั้น "อะ...อะไรครับ"
อาคเนย์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ชิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้ว
"ถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้หึงงาน... แต่ผมหึงคุณ..." อาคเนย์กระซิบแผ่วเบาข้างริมฝีปากนุ่ม "คุณจะว่ายังไง?"
*กริ๊งงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของอาคเนย์ดังขึ้นแผดเสียงทำลายบรรยากาศโรแมนติกที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ อาคเนย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดสุดขีด แต่ในขณะที่เขากำลังจะหยิบขึ้นมาตัดสาย หน้าจอก็สว่างวาบพร้อมกับชื่อที่ปรากฏหราอยู่บนนั้น
— *คุณย่า (โทรด่วน)* —
คิวที่ได้ยินและเห็นชื่อบนหน้าจอชัดเจน ชะงักกึก รอยยิ้มเจื่อนๆ ผุดขึ้นบนมุมปากทันที โปรเกมเมอร์หนุ่มใช้มือทั้งสองข้างดันแผงอกแกร่งให้ออกจากตัวอย่างแรง
"รับสายคุณย่าของคุณซะเถอะครับ... ดูท่าทางท่านคงมี 'เรื่องด่วน' กว่าเรื่องหึงผมซะอีก"
คิวหัวเราะกลบเกลื่อนความไหววูบในอก หมุนตัวเตรียมจะเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง แต่ทว่า...
ปลายนิ้วแข็งแรงของอาคเนย์กลับคว้าข้อมือของเขาไว้แน่นอีกครั้ง พร้อมกับแรงดึงที่ทำให้คิวต้องหันกลับไปมอง
ดวงตาของอาคเนย์ในตอนนี้ไม่ได้ฉายแววซึนเดะหรือความลังเลอีกต่อไป... แต่มันคือประกายความมุ่งมั่นที่พร้อมจะพังทลายทุกกำแพงที่ขวางกั้นระหว่างเขากับคนตรงหน้า
"อย่าเพิ่งไป" อาคเนย์กระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบมองตรงเข้ามาในดวงตาของคิว "เรื่องของเรา... ยังคุยกันไม่จบ"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความซึนของสถาปนิกคนนี้ด้วยกันนะครับ! - ไฟเยอร์บลัด
เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย•ตอนที่ 11
ระยะห่างที่หายไป
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!