แววตาสีเข้มของอาคเนย์ที่สะท้อนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ได้กำลังมองโค้ดโครงสร้างอาคารหรือแบบแปลนสามมิติเหมือนทุกค่ำคืนที่ผ่านมา แต่มันกำลังจดจ้องอยู่กับหน้าจอเกมออนไลน์ที่ถูกพับลงครึ่งหนึ่ง พร้อมกับคราบกาแฟเย็นชืดบนโต๊ะทำงานที่บอกเวลาตีสองครึ่งอย่างชัดเจน
เสียงนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้สักทีละครั้งอย่างเป็นจังหวะ มันคือเสียงแห่งความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนด้วยความนิ่งเงียบ
ในฐานะสถาปนิกผู้ยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบ อาคเนย์เกลียดความคลุมเครือยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด และในหัวของเขากำลังมีคำถามนับร้อยข้อที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาเกี่ยวกับเพื่อนร่วมทีมในโลกออนไลน์ที่ใช้ชื่อย่อว่า "Q"
คนอะไร... ทั้งกวนประสาท ปากจัด ทันเกมเขาทุกฝีก้าว และที่สำคัญที่สุด—จังหวะการตัดสินใจในเกมของอีกฝ่ายมันช่างคมกริบและแม่นยำเกินกว่าที่เกมเมอร์สมัครเล่นทั่วไปจะทำได้ มันเป็นสัญชาตญาณดิบที่ผ่านการฝึกฝนในระดับโปรลีกมาอย่างโชกโชน ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญที่บังเอิญเกินไปสำหรับเด็กหนุ่มมหาวิทยาลัยธรรมดาๆ
"หึ..." อาคเนย์แค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเมื่อนึกถึงบทสนทนาล่าสุดในปาร์ตี้รูมเมื่อช่วงหัวค่ำ
*‘นี่คุณสถาปนิก... วาดแปลนเก่งอย่างเดียวระวังจะสร้างตึกถล่มนะ ถ้ายังอ่านเกมตื้นเขินแบบนี้’*
น้ำเสียงยียวนกวนประสาทที่เจือรอยยิ้มหยันของค่ายังคงดังชัดเจนอยู่ในโสตประสาท มันเป็นน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังอยากจะคว้าตัวมาเขย่าแรงๆ สักที สองที เพื่อให้หายปากดี แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจเจ้ากรรมกลับจดจำทุกคำพูดและน้ำเสียงนั้นได้อย่างแม่นยำจนน่าหงุดหงิด
อาคเนย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินไปยังระเบียงห้องชุดหรูใจกลางเมือง ลมยามดึกพัดปะทะใบหน้าคมคายที่ไร้รอยยิ้ม เขายกมือขึ้นเสยผมสีเข้มที่ตกลงมาปรกหน้าผากอย่างแรง พลางทอดสายตาไปยังแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงด้านล่าง
เขากำลังสงสัย... สงสัยว่าตัวตนที่แท้จริงของคิวคือใครกันแน่
ทำไมทุกครั้งที่ได้ยินเสียงผ่านไมโครโฟน หัวใจของเขาถึงต้องเต้นผิดจังหวะแปลกๆ ทำไมความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างถึงพุ่งชนเข้ามาทุกครั้งที่อีกฝ่ายหัวเราะเยาะความหัวร้อนของเขา และที่สำคัญที่สุด—ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าคนๆ นี้อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด
โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานสั่นครืดเบาๆ ขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่าน
อาคเนย์หันกลับไปมอง หน้าจอเรืองแสงขึ้นพร้อมกับข้อความสั้นๆ จากแอปพลิเคชันแชทในเกมที่ส่งตรงมาถึงเขาโดยตรง ไม่มีปาร์ตี้ ไม่มีเสียงเพลงประกอบ ไม่มีคนอื่น
*(Q): นอนไม่หลับเหรอครับคุณสถาปนิก หรือว่ากำลังคิดถึงคำพูดของผมอยู่?*
ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความนิ่งสนิทบนใบหน้าพังทลายลงในเสี้ยววินาที หัวใจในอกกระตุกวูบอย่างแรงราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่าน ปลายนิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่กลางอากาศ
เจ้าตัวแสบนั่น... ยังไม่นอนงั้นเหรอ? หรือกำลังนั่งมองเขาผ่านหน้าจออยู่ตลอดเวลาเหมือนเขากำลังส่องอีกฝ่ายกันแน่?
อาคเนย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม นิ้วแกร่งกดหน้าจอเพื่อพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความเร็วที่ขัดกับความลังเลในใจ
*(Architect): เพ้อเจ้อ ผมแค่เคลียร์งาน เอกสารกองเท่าภูเขา ไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่องไร้สาระแบบคุณหรอก*
กดส่งไปไม่ถึงสามวินาที เสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ก็ดังขึ้นทันที ราวกับอีกฝ่ายถือโทรศัพท์รออยู่ก่อนแล้ว
*(Q): ปากแข็งจังนะครับระวังนะ... ความลับบางอย่าง ถ้ามันถูกเปิดเผยออกมา คุณอาจจะตั้งรับไม่ทันก็ได้*
ประโยคสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความหมายแฝงและรอยยิ้มซุกซนที่อาคเนย์จินตนาการตามได้ทันที ทำให้ความสงสัยในหัวพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เขาขบกรามแน่นด้วยความขัดเคืองปนความอยากรู้อยากเห็นที่ถูกกระตุ้นจนยากจะควบคุม
นี่มันท้าทายกันชัดๆ!
อาคเนย์ตัดสินใจกดปุ่มโทรออกผ่านระบบเสียงของเกมทันที โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้พิมพ์อะไรต่อ เสียงรอสายดังขึ้นเพียงไม่กี่ครั้ง สายก็ถูกกดรับอย่างรวดเร็ว
"ดึกป่านนี้ยังไม่นอนอีก หรือว่า..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะหงุดหงิดนิดๆ แต่แฝงความจริงจังไว้เต็มเปี่ยม "คุณจงใจปั่นหัวผมอยู่ใช่ไหม คิว?"
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาที่ลอดผ่านไมโครโฟนเข้ามา ก่อนที่เสียงหัวเราะต่ำๆ อย่างอารมณ์ดีจะดังขึ้นเบาๆ
"ใครจะไปกล้าปั่นหัวสถาปนิกผู้เคร่งขรึมกันล่ะครับ..." เสียงนุ่มทวนคำอย่างยียวน "แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่าผมเป็นใคร... หันไปมองที่ประตูห้องของคุณสิครับ"
อาคเนย์ชะงักกึก ร่างสูงแข็งทื่อไปในทันที ความเย็นวาบแล่นพล่านไปตามสันหลังเมื่อสมองประมวลผลคำพูดนั้นไม่ทัน
ประตูห้องพักส่วนตัวที่ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาที่สุดในตึกนี้...
"คุณ... พูดเรื่องอะไร?" อาคเนย์ขมวดคิ้วแน่น น้ำเสียงเข้มขึ้นอย่างระแวดระวัง ขายาวก้าวฉับๆ ออกจากระเบียงตรงไปยังหน้าประตูห้องของตัวเองทันที
"ก็ไม่ได้พูดอะไรนี่ครับ..." เสียงปลายสายหัวเราะเบาๆ อีกครั้ง คราวนี้มันใกล้เสียจนเหมือนดังอยู่ข้างหู มากกว่าจะมาจากลำโพงโทรศัพท์ "แค่จะบอกว่า... เปิดประตูให้หน่อยสิครับ ผมยืนเมื่อยจนขาจะแข็งหมดแล้วนะ"
ติ๊ด!
เสียงปลดล็อกกลอนประตูดังขึ้นพร้อมๆ กับที่เสียงกริ่งหน้าห้องดังสนั่นขึ้นในความเงียบสงัดของยามวิกาล
อาคเนย์ยืนนิ่งค้างอยู่หน้าบานประตู มือแกร่งที่ถือโทรศัพท์สั่นน้อยๆ อย่างควบคุมไม่ได้ ความจริงที่กระแทกเข้ามาในหัวทำให้ทุกลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาสคมกริบมองผ่านตาแมวที่มืดสนิทไปเบื้องหน้า
คนๆ นั้น... อยู่ตรงนี้จริงๆ งั้นเหรอ?
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งกวนและคลั่งรักนี้นะครับ
เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย•ตอนที่ 12
คำถามที่ไม่มีคำตอบ
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมสายปั่นกับสถาปนิกหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!