บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ•ตอนที่ 8

พันธะสัญญาระหว่างอาจารย์กับศิษย์

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและธูปหอมโบราณคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าวงอักขระสีชาดที่สลักลงบนพื้นไม้สักทองของห้องใต้ดิน แสงเทียนสีส้มวับแวมขับเน้นใบพักตร์เรียบเฉยที่ซ่อนร่องรอยความเหนื่อยล้าไว้ภายใต้กรอบแว่นกรองแสง ในมือเรียวบางของเธอกำกริชโบราณที่ยังมีหยดโลหิตสีดำสนิทซึมเปื้อนคมมีด หยดแล้วหยดเล่าร่วงกระทบพื้นราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความตาย กวินก้าวเท้าเข้าไปใกล้โดยปราศจากเสียง ฝีเท้าราวกับแมวป่าที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ดวงตาคู่คมกวาดมองคราบพลังงานเวทมนตร์ที่ตกค้างในอากาศ มันบิดเบี้ยวและสั่นระริกเหมือนสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำที่กำลังจะล่มสลาย ร่างกายของเขายังคงจดจำความเจ็บปวดจากการปะทะกับวิญญาณอาฆาตในคดีก่อนหน้าได้ทุกตารางนิ้ว ทว่าในอกข้างซ้ายเวลานี้ กลับไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความสงสัยใคร่รู้ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยระบบวิเคราะห์อัตโนมัติในหัว สมองของเขาประมวลผลข้อมูลมหาศาลราวกับกำลังเขียนโค้ดชุดคำสั่งเพื่อแก้บั๊กของระบบนิเวศน์ไสยเวทนี้ "คุณไม่ควรเข้ามาใกล้เกินรัศมีวงอักขระนะคะ" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบของอาจารย์สาวเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง "ไออาคมจากศพของเหยื่อรายนี้ยังมีความอาฆาตตกค้างสูงมาก มันพร้อมจะกัดกินสติปัญญาของคุณให้กลายเป็นผุยผงได้ทุกเมื่อ ถอยออกไปซะ กวิน" "ถ้าผมถอยตอนนี้ อาจารย์คงต้องรับมือกับพลังงานย้อนกลับของอาคมล้างบาปด้วยตัวคนเดียว ซึ่งอัตราความสำเร็จตามการคำนวณของผม... ลดลงต่ำกว่าสี่สิบเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอนครับ—เอ๊ย, ค่ะ" กวินเผลอหลุดคำพูดติดปากก่อนจะรีบแก้คำลงท้ายอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยิ้มแห้งๆ ส่งไปให้ รินรดาสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันขวับกลับมามองลูกศิษย์หนุ่ม ดวงตากลมโตภายใต้เลนส์แว่นฉายแววทั้งดุและฉุนเฉียวระคนแปลกใจ เด็กหนุ่มคนนี้ช่างน่าประหลาดสิ้นดี คนอื่นต่างหวาดกลัวจนตัวสั่นเมื่อก้าวเข้ามาในอาณาเขตของเธอ ทว่ากวินกลับทำตัวราวกับนักวิเคราะห์ข้อมูลที่กำลังยืนตรวจโปรเจกต์งานส่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัย แถมยังกล้าต่อรองตัวเลขความน่าจะเป็นต่อหน้าความตายได้อย่างหน้าตาเฉย "คุณนี่มัน... เกินเยียวยาจริงๆ นะคะ" รินรดาระบายลมหายใจยาวเหยียด ยอมลดกริชในมือลงครึ่งหนึ่ง "คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน ถึงได้กล้าคำนวณอัตราความเป็นความตายของฉันแบบนั้น?" "ผมเป็นผู้ช่วยที่อาจารย์ยังไม่ได้เซ็นอนุมัติสัญญาจ้างอย่างเป็นทางการต่างหากล่ะครับ—อุ๊ปส์, ค่ะ" กวินแกล้งยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง ดวงתาสีเข้มพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่น ท่าทีที่ผ่อนคลายแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจนี้เองที่มักทำให้กำแพงความเย็นชาของปรจารย์สาวพังทลายลงได้ทุกที รินรดาแค่นหัวเราะในลำคออย่างหมั่นไส้ แต่ริมฝีปากบางกลับแอบยกยิ้มขึ้นนิดๆ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว เธอมองสำรวจเด็กหนุ่มตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาคมกริบกวาดผ่านออร่าสีครามจางๆ ที่เริ่มก่อตัวรอบตัวของกวิน ระบบวิญญาณของเธอบ่งบอกชัดเจนว่าเด็กคนนี้มีความเข้ากันได้กับพลังเร้นลับในระดับที่หาได้ยากยิ่ง ยิ่งได้เผชิญหน้ากับอันตราย พลังแฝงของเขาก็กยิ่งตื่นตัวและปรับสภาพได้อย่างรวดเร็วน่าทึ่ง มือบางยื่นออกไปหยิบม้วนกระดาษหนังมนמהสὶเก่ายับยู่ยี่จากโต๊ะไม้ด้านข้าง ม้วนมันออกเผยให้เห็นอักษรอาคมโบราณที่เขียนด้วยหมึกสีทองคำเปลว เธอวางมันลงตรงหน้ากวิน เสียงกระดาษเสียดสีกันดังกรอบแกรบในความเงียบงัด "ถ้าคุณอยากเป็นผู้ช่วยของฉันจริงๆ ไม่ใช่แค่เพราะความบังเอิญหรือความอยากรู้อยากเห็น..." รินรดาเว้นจังหวะ สายตาคมกริบจดจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขา ค้นหาความลังเลใจ "จงลงชื่อของคุณลงไปในพันธะสัญญานี้ซะ จงจำไว้ว่า นี่ไม่ใช่สัญญาจ้างงานพาร์ทไทม์ธรรมดา แต่มันคือการผูกชะตากรรมของคุณเข้ากับความตาย ความมืด และวิญญาณบาปที่ไม่มีวันหลุดพ้น ถ้าคุณก้าวขาเข้ามาแล้ว คุณจะหันหลังกลับไม่ได้อีกตลอดกาล... คุณยังมั่นใจอยู่ไหมคะ?" กวินไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เขาหยิบปากกาหมึกซึมด้ามโปรดออกจากกระเป๋าเสื้อสูท ดวงตาคู่คมจดจ้องมองตัวอักษรโบราณเหล่านั้นด้วยความสนใจใคร่รู้ราวกับมันเป็นโจทย์อัลกอริทึมที่ท้าทายที่สุดในชีวิต สำหรับเขาแล้ว โลกใบนี้ไม่ใช่เรื่องของความงมงาย แต่มันคือระบบที่ซับซ้อน และการไขคดีลี้ลับเหล่านี้ก็คือการดีบัก (Debug) หาความจริงที่ถูกซ่อนไว้ในเงามืด "สำหรับผมแล้ว ปัญหาที่ซับซ้อนที่สุด คือปัญหาที่น่าสนุกที่สุดครับอาจารย์" กวินจร1ดปากกาลงบนกระดาษอย่างมั่น 1ม ลายเซ็นของเขาตวัดอย่างเฉียบคมและทรงพลัง เสียงหัวใจของเขาเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย "และผมเกลียดการพ่ายแพ้ให้กับbugที่ยังแก้ไม่จบที่สุดเหมือนกันค่ะ" *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนใสๆ ที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของกวิน พร้อมกับหน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าครามที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศต่อหน้าต่อตาเขา [ระบบแจ้งเตือน: พันธะสัญญาอาจารย์-ศิษย์เสร็จสมบูรณ์!] [สถานะปัจจุบัน: ปลดล็อกสิทธิ์การเข้าถึงคลังข้อมูลระดับ 2] [ทักษะพิเศษใหม่ถูกเพิ่มเข้าสู่ระบบ: "เนตรวิเคราะห์วิญญาณบาป (Level 2)"] [คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานความอาฆาตระดับ SSS กำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบันในรัศมี 500 เมตร... แหล่งกำเนิด: ไม่ทราบแน่ชัด] รินรดาขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนแปลกประหลาดที่พื้นไม้ใต้ฝ่าเท้า เปลวเทียนรอบห้องสะบัดไหวอย่างรุนแรงจนเกือบดับลงพร้อมกัน อากาศในห้องลดอุณหภูมิดิ่งลงอย่างฉับพลันจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว "ไม่ใช่แค่เศษเสี้ยววิญญาณธรรมดาแล้ว..." เสียงของรินรดาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบห้องอย่างระแวดระวัง กริชในมือกลับมาเปล่งแสงสีแดงฉานอีกครั้ง "มีใครบางคนจงใจใช้พิธีกรรมนี้เพื่อล่อมันมาที่นี่!" ก่อนที่กวินจะได้เอ่ยปากวิเคราะห์สถานการณ์ตามสไตล์ของเขา ผนังไม้สักทองด้านหลังชั้นหนังสือโบราณก็เกิดรอยปริแตกเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นและละอองดินร่วงกราวลงมาราวกับฝนตก ท่ามกลางความมืดมิดที่แผ่ขยายออกมาจากรอยแยกนั้น เงาสีดำสนิทรูปร่างบิดเบี้ยวคล้ายมนุษย์แต่มีดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่ค่อยๆ โผล่พานพ้นความมืดออกมา พร้อมกับเสียงกรีดแหลมสูงที่เสียดแก้วหูจนเลือดกำเดาของรินรดาไหลซึมลงที่มุมปาก และในวินาทีที่เงาสีดำมหึมานั้นก้าวพ้นรอยแยกออกมาอย่างเต็มตัว รินรดาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเงามืดนั้นไม่ได้พุ่งเข้าจู่โจมพวกเธอ แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นร่างของบุคคลที่คุ้นเคยอย่างไม่น่าเชื่อ—ร่างของชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีเทาเข้มผู้ถือสมุดบันทึกหนังสีดำ ซึ่งควรจะตายไปจากคดีแรกเมื่อสามสัปดาห์ก่อนอย่างไร้ร่องรอย! "ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนจริงบทแรก... ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน" เงาร่างนั้นเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่ซ้อนทับกันหลายสเสียง พร้อมกับรอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหู ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับกวินและอาจารย์รินรดานะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%