“ถอยไป กวิน!”
เสียงตวาดที่ปกติมักจะเรียบนิ่งและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งในฤดูหนาวของอาจารย์รินรดา บัดนี้กลับสั่นเครือด้วยแรงอารมณ์เล็กน้อย ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจกดดันที่ทำให้อากาศรอบกายถึงกับบิดเบี้ยว
กลิ่นอายของไสยเวทโบราณสีครามเข้มพวยพุ่งออกจากร่างเพรียวระหงของเธอราวกับควันไฟจากปากปล่องภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่เงาร่างนับร้อยในชุดกาวน์ห้องทดลอง ซึ่งมีใบหน้าถอดแบบมาจากกวินอย่างไร้ที่ติ พุ่งกรูเข้ามาพร้อมกับกรงเล็บอาบอาคมสีดำสนิท ร่างของกวินกลับแข็งค้างราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูเวทมนตร์
ระบบภายในหัวของเขา ส่งเสียงแจ้งเตือนรัวเร็วจuntilแสบแก้วหู
*[คำเตือน: ตรวจพบคลื่นพลังงานจิตระดับ SSS คุกคาม!]*
*[สถานะปัจจุบัน: อัมพาตชั่วคราวเนื่องจากแรงกดดันทางจิตวิญญาณ]*
*[คำแนะนำ: หลบเลี่ยงทันที...]*
“หลบเลี่ยงบ้าอะไรเล่า ระบบเวรนี่... ฉันขยับขาไม่ได้สักนิด!” กวินกัดฟันกรอด ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาจากข้อเท้าลามไปถึงกระดูกสันหลัง เมื่อเงาร่างตัวปลอมตัวแรกพุ่งทะยานเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับเงื้อคมมีดผ่าตัดที่อาบด้วยเลือดสีดำมืดเข้าปักที่หัวใจของเขาอย่างอำมหิต
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ร่างของรินรดาก็พุ่งเข้ามาแทรกกลางราวกับภาพติดตา เธอยกพัดเหล็กโบราณสลักอักขระคาถาขึ้นต้านทานคมมีดนั้นไว้ เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหวจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบไปทั่วทั้งห้องทดลองมืดมิด
“บังอาจนัก...” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววหยิ่งทะนงบัดนี้กลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะอย่างที่กวินไม่เคยเห็นมาก่อน เธอมือซ้ายสะบัดยันต์กระดาษสีทองออกไปสามแผ่น ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศก่อนจะระเบิดออกเป็นตาข่ายอัคคีแผดเผาเงาร่างตัวปลอมแถวหน้าให้สลายกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา
“อาจารย์...” กวินพยายามฝืนบังคับกล้ามเนื้อที่ชาหนึบของตัวเอง สายตาคมกวาดมองสำรวจสถานการณ์อย่างรวดเร็ว แม้ร่างกายจะขยับไม่ได้ แต่สมองของเขายังคงทำงานด้วยความเร็วสูงราวกับหน่วยประมวลผลคอมพิวเตอร์
เงาร่างนับร้อยไม่ได้มีความคิดเป็นของตัวเอง... พวกมันเคลื่อนไหวตามรูปแบบอัลกอริทึมบางอย่าง เหมือนโปรแกรมสคริปต์ที่ถูกเขียนขึ้นมาเพื่อทำลายล้างต้นฉบับให้สิ้นซาก และเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมัน ไม่ใช่ตัวเขา แต่คือ ‘ข้อมูล’ ที่กำลังถูกปลดล็อกโดยระบบต่างหาก!
“อย่ามองไปทางอื่น ตั้งสมาธิ!” รินรดาตวาดเตือนขณะที่เธอต้องเหวี่ยงตัวหลบคมมีดที่พุ่งเข้ามาจากด้านหลังอย่างเฉียดฉิว แม้เธอจะเป็นปรมาจารย์อาคมที่แข็งแกร่งเพียงใด แต่การต้องรับมือกับวิญญาณอาฆาตจำนวนมากที่จำลองมาจากจิตใต้สำนึกของกวิน ซึ่งมีทั้งจุดอ่อนและกลยุทธ์การต่อสู้ที่คล้ายคลึงกัน ทำให้เธอเริ่มมีเหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผม
“พวกมันไม่ได้มาเพื่อฆ่าเราครับอาจารย์...” กวินเค้นเสียงพูดออกมาทีละคำอย่างยากลำบาก ลมหายใจหอบกระชั้น “พวกมันกำลัง... ถ่วงเวลา เพื่อให้ระบบล่มสลายจากภายใน”
รินรดาเหลือบสายตากลับมามองลูกศิษย์หนุ่มแวบหนึ่ง แม้สถานการณ์จะคับขันจนแทบเอาชีวิตไม่รอด แววตาของเธอกลับฉายแววชื่นชมในความสุขุมที่ยังคงรักษาไว้ได้แม้ในยามวิกาลเช่นนี้
“แล้วนายจะให้ฉันทำอย่างไรต่อล่ะ พ่ออัจฉริยะ?” น้ำเสียงของเธอเจือความประชดประชันเล็กน้อยตามนิสัย แต่แฝงไว้ด้วยความเชื่อใจอย่างเต็มเปี่ยม
“ใช้กระบี่อาคมตระกูลหลิน ผสานกับยันต์ชำระล้างบทที่เจ็ด... โจมตีที่จุดศูนย์กลางของโถงทางเดินครับ ตรงนั้นคือจุดเชื่อมต่อของคลื่นพลังงานที่พวกมันใช้สร้างภาพลวงตา!” กวินตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
รินรดาไม่รอช้า เธอสะบัดมือเก็บพัดเหล็กในเสี้ยววินาที แล้วคว้าด้ามกระบี่โบราณที่เหน็บไว้ข้างเอวออกมา พลังปราณสีครามเข้มระเบิดออกรอบตัวเธออีกครั้งจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อม ร่างเพรียวพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศราวกับผีเสื้อราตรีที่ร่ายรำท่ามกลางความมืด ก่อนจะฟันกระบี่ลงไปยังจุดที่กวินชี้เป้าด้วยพลังทั้งหมดที่มี
*เปรี้ยงงงง!*
คลื่นกระแทกมหาศาลระเบิดออกจนผนังห้องทดลองร้าวราน เงาร่างนับร้อยที่สวมชุดกาวน์ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่พวกมันจะค่อย ๆ เลือนหายไปในอากาศราวกับควันสีดำที่ถูกสายลมพัดพา
แรงกดดันมหาศาลที่กดทับร่างของกวินสลายหายไปในพริบตา เข่าทั้งสองข้างทรุดฮวบลงกระแทกพื้นซีเมนต์เย็นเฉียบอย่างหมดแรง ลมหายใจหอบถี่จนหน้าอกกระเพื่อมไหว รินรดาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะยื่นมือเรียวบางมาคว้าแขนของเขาเพื่อพยุงให้ลุกขึ้นยืน แม้ใบหน้าของเธอจะยังคงความเรียบเฉย แต่เรียวปากที่เม้มเข้าหากันแน่นก็ฟ้องชัดว่าเผ่านพลังไปไม่น้อยเลยทีเดียว
“เก่งไม่เบานี่ นึกว่าจะต้องเก็บศพนายกลับไปซะแล้ว” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลกกลบเกลื่อนความเหนื่อยล้า พร้อมกับยื่นลูกอมรสมิ้นต์เม็ดโปรดให้เขาตามเคยชิน “อมซะ สีหน้าจะได้ดูดีขึ้นหน่อย”
กวินรับลูกอมเข้าปาก รสชาติหวานเย็นช่วยบรรเทาอาการAระวนกระวายในอกลงได้มาก เขากำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ แต่อจารย์สาวกลับยกมือขึ้นห้ามเสียก่อน ดวงตาคู่คมของเธอกวาดมองไปรอบห้องทดลองที่บัดนี้กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง... ทว่า ความเงียบนั้นกลับน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
*[ติ๊ง!]*
*[ระบบตรวจพบความผิดปกติระดับ Omega: ข้อมูลที่ถูกปลดล็อกถูกแทนที่ด้วยรหัสลับที่ไม่รู้จัก]*
*[คำเตือน: มีผู้บุกรุกภายนอกกำลังเข้าสู่เขตอาคมชั้นใน... และมันไม่ได้มาในฐานะวิญญาณ]*
หน้าจอสีฟ้าใสเด้งขึ้นมาตรงหน้ากวินอีกครั้ง พร้อมกับตัวเลขถอยหลังสีแดงฉานที่เริ่มกระพริบถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ตั้งตัว เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชี่ยวชาญการต่อสู้ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทดลอง ประตูเหล็กหนาหนักค่อย ๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างของชายสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากอนามัยสีขาวสนิทที่ปราศจากลวดลายใด ๆ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของกวินกระตุกวูบไม่ใช่ชุดหรือหน้ากากนั้น...
...แต่มันคืออุปกรณ์ในมือของชายปริศนา ที่กำลังถือ "บันทึกคดีวิญญาณ" เล่มเดียวกันกับที่อยู่ในกระเป๋าของเขาอย่างไร้ผิดเพี้ยน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับกวินและอาจารย์รินรดานะคะ
บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ•ตอนที่ 7
การไล่ล่าในยามวิกาล
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!