บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ•ตอนที่ 14

ความลับของรินรดา

ผลงานโดย นภากระซิบผี
หยดหมึกสีนิลยังคงซึมลึกอยู่บนกระดาษสาโบราณ เส้นสายของอักขระคาถาที่อาจารย์รินรดาวาดขึ้นด้วยปลายนิ้วสั่นระริกเพียงเล็กน้อย—เล็กน้อยเสียจนหากไม่ใช่คนที่ดวงตากวาดมองทุกรายละเอียดดุจการดีบักโค้ดโปรแกรม กวินคงไม่มีทางสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นได้เลย บรรยากาศภายในห้องตำราศาสตร์มืดค่ำคืนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกำยานจันทน์เทศและไอน้ำฝนที่เกาะพราวอยู่ตามบานกระจกเงาโบราณ แสงจากตะเกียงแก้ววูบไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยต่อของบานหน้าต่างไม้สัก ทว่าความหนาแน่นของพลังอาคมในห้องนี้กลับไม่ได้มาจากตัวคาถาบนโต๊ะ หากแต่มันพวยพุ่งออกมาจากจิตวิญญาณที่กำลังปั่นป่วนของหญิงสาวผู้เป็นอาจารย์ "อาจารย์คะ... เส้นสายอักขระตรงมุมขวานั้น หากเดินพลังคมกริบเกินไป สมาธิของท่านจะตีกลับเอานะคะ" เสียงทุ้มนุ่มและสุขุมของกวินดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาไม่ได้ขยับเข้าไปใกล้ทันที แต่เลือกที่จะยืนเว้นระยะห่างในย่างก้าวที่พอเหมาะ มือเรียวของชายหนุ่มวางลงบนโต๊ะไม้ใกล้กับถ้วยชาอุ่นๆ ที่เริ่มเย็นชืด ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังแผ่นยันต์ตรงหน้าสลับกับใบด้านข้างที่สะท้อนเงาของรินรดา อาจารย์รินรดาชะงักมือที่กำลังถือพู่กัน ปลายขนสัตว์ชุ่มหมึกหยุดนิ่งค้างอยู่กลางอากาศ ไหล่บางภายใต้ชุดคลุมสีเข้มไหวสะท้อนเล็กน้อยยามที่เธอนึกควบคุมลมหายใจเข้าออกเพื่อดึงสติกลับคืนมา "เธอช่างสังเกตเกินไปแล้วนะ... กวิน" น้ำเสียงเย็นชาเป็นเอกลักษณ์เอ่ยขึ้นแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบของสายลมที่ลอดผ่านซากโบราณสถาน แม้เธอจะพยายามปั้นสีหน้าให้เรียบเฉยและเยือกเย็นเช่นเดิม ทว่าดวงตาคู่สวยที่มักจะซ่อนความอ้างว้างไว้ภายใต้แพขนตานั้น กลับไหวระริกด้วยความเปราะบางที่ยากจะปิดมิด กวินไม่ตอบคำในทันที เขารู้ดีว่าความเงียบในยามนี้มีค่ามากกว่าคำปลอบโยน ไหวพริบและสัญชาตญาณการวิเคราะห์ของเขาถูกกระตุ้นด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากของศิษย์ผู้รู้กาลเทศะ ชายหนุ่มเพียงแค่เลื่อนถ้วยชาอุ่นๆ ที่เขาเพิ่งรินใหม่เข้าไปใกล้ปลายนิ้วเรียวของเธออีกนิด ก่อนจะเบนสายตาไปยังหน้าต่างระบบโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ—อินเทอร์เฟซที่ถูกออกแบบมาเพื่อวิเคราะห์คดีลี้ลับและพฤติกรรมมนุษย์ บัดนี้มันกำลังเรืองแสงเตือนภัยในระดับที่แปลกประหลาด *[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความผันผวนทางจิตวิญญาณระดับวิกฤต (的精神不稳定)]* *[วิเคราะห์เป้าหมาย: รินรดา (ปรมาจารย์อาคมผู้ถือครองพันธสัญญาแห่งความมืด)]* *[สถานะจิตใจ: ขีดจำกัดทางอารมณ์ใกล้พังทลาย, ตรวจพบ 'บาดแผลในใจ' (Trauma Core) ที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์เมื่อ 10 ปีก่อน]* *[คำเตือน: หากปล่อยให้จิตใต้สำนึกถูกครอบงำด้วยความรู้สึกผิด วิญญาณของเป้าหมายอาจสูญสลายไปพร้อมกับอาคมย้อนรอย]* ตัวอักษรสีแดงฉานที่กระพริบเตือนอยู่บนหน้าต่างระบบ ทำให้หัวใจของกวินกระตุกวูบ ภาพความทรงจำอันเลือนรางของอาจารย์ผู้แข็งแกร่งมาตลอด ไม่เคยมีสักครั้งที่ระบบจะประเมินสถานะของเธอว่า 'ใกล้พังทลาย' เช่นนี้ สำหรับเขาแล้ว รินรดาเปรียบเสมือนเสาหลักอันมั่นคงในโลกที่เต็มไปด้วยวิญญาณอาฆาตและไสยเวทมืดมน ทว่าในยามนี้ เสาต้นนั้นกลับมีรอยร้าวลึกที่พร้อมจะพังครืนลงมาได้ทุกเมื่อหากมีแรงกดดันเพียงน้อยนิดเพิ่มเข้ามา กวินตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ถูกลดทอนลงทำให้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกลิ่นหมึกจันทน์ลอยแตะจมูก เขาถือวิสาสะยื่นมือไปแตะลงบนขอบโต๊ะไม้เบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นคงทางจิตใจผ่านสัมผัสทางกายภาพ แม้จะรู้ดีว่าวิถีของจอมขมังเวทนั้นถือเรื่องการล่วงเกินเขตอาคมส่วนตัวเพียงใด แต่อาจารย์รินรดาในยามนี้กลับไม่ได้ถอยหนี เธอยังคงนั่งนิ่ง ราวกับกำลังรอคอยให้ใครสักคนพังทลายกำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นมาเนิ่นนาน "ผมไม่รู้ว่าอดีตของท่านมีเงาสีดำพาดผ่านหนาแน่นแค่ไหน... แต่อย่าลืมสิครับ—เอ๊ย, ค่ะ" กวินเผลอใช้สรรพนามคุ้นชินตามความเคยชินของโลกเก่า ก่อนจะรีบปรับน้ำเสียงให้สุภาพนุ่มนวลตามแบบฉบับที่ตนตั้งใจไว้ "ว่าตอนนี้ท่านไม่ได้แบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวแล้วนะคะ อาจารย์รินรดา" ดวงตากลมโตคมกริบของอาจารย์สาวเงยขึ้นสบตากับเขาอย่างช้าๆ แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความดุดันหรือความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางที่สะท้อนภาพของเด็กหนุ่มผู้ยืนหยัดเคียงข้างเธอท่ามกลางพายุฝน "เธอมัน... รู้มากเกินไปจริงๆ ด้วยสินะ กวิน" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เจือความขื่นขมและความโล่งอกในเวลาเดียวกัน เธอยื่นมือที่สั่นเทาออกไปหมายจะหยิบถ้วยชาอุ่นๆ ที่ศิษย์หนุ่มบรรจงเตรียมให้ ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวสัมผัสโดนผิวกระเบื้องเคลือบ... *เปร๊าะ!* เสียงประหลาดดังขึ้นจากหน้าต่างระบบกะทันหัน พร้อมๆ กับแสงสีฟ้าของอินเทอร์เฟซที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มดุจโลหิต ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นด้วยตัวอักษรที่บิดเบี้ยวและสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับระบบกำลังถูกแทรกแซงจากภายนอก *[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบการเข้าถึง 'ความทรงจำที่ถูกผนึก' ของเป้าหมาย]* *[คำสั่งฉุกเฉิน: ปลดล็อกเงื่อนไขลับ 'บันทึกโลหิตแห่งสำนักวิญญาณ']* *[แหล่งที่มาของสัญญาณลึกลับ: บุคคลปริศนาที่อยู่นอกเหนือเขตอาคมกำลังเคาะประตูห้องตำราศาสตร์... ในยามวิกาลเช่นนี้]* กวินชะתักมือกลับทันที สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในโสตประสาท เขากวาดสายตาไปยังประตูไม้บานใหญ่ที่ปิดสนิท ท่ามกลางเสียงสายฝนที่สาดซัดด้านนอก กลับมีเสียงเคาะประหลาดสามครั้งดังขึ้น—*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*—เป็นจังหวะที่เยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเสียงนั้นดังมาจากความทรงจำที่ลึกที่สุดของอาจารย์รินรดาเอง และก่อนที่กวินจะได้เอ่ยปากทักทายหรือดึงดาบอาคมออกจากฝัก แสงตะเกียงในห้องก็ดับวูบลงพร้อมกันทั้งหมด เหลือเพียงเงาร่างของใครบางคนที่ทาบทับอยู่หลังบานประตูไม้ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ลอดผ่านร่องประตูเข้ามา... "รินรดา... ลูกศิษย์ตัวน้อยของฉัน เธอยังจำกลิ่นคาวเลือดในคืนนั้นได้อยู่หรือเปล่า?" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเผชิญหน้ากับความเร้นลับไปกับกวินและอาจารย์รินรดานะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%