กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบเขม่าโบราณคละคลุ้งจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่ตรึงสติของกวินไว้ ไม่ใช่ความอับชื้นของอากาศ หากเป็นเสียงสะท้อนของกลไกเวทมนตร์ที่ดังคลิก... คล้ายฟันเฟืองจักรกลขนาดมหึมานับพันกำลังขยับสอดรับกันใต้พื้นศิลา
"อย่าก้าวเท้าซ้ายค่ะกวิน ทางนั้นถูกเคลือบด้วยอาคมสะกดวิญญาณระดับสาม..."
เสียงกระซิบราบเรียบแต่เฉียบคมดังขึ้นจากด้านหลัง อาจารย์รินรดาก้าวเข้ามาประชิดในระยะกระซิบ กลิ่นหอมจางๆ ของชาขาวผสมดอกไม้ป่าที่เธอโปรดปรานช่วยเจือจางบรรยากาศกดดันรอบตัวลงได้เสี้ยววินาที ดวงตาสีรัตติกาลของอาจารย์สาวกวาดมองผ่านแว่นกรอบทอง ทอดมองไปเบื้องหน้า—ที่ซึ่งกลุ่มควันสีเทาหนาทึบกำลังม้วนตัวกลายเป็นกำแพงเขาวงกตสูงตระหง่าน
นี่คือ "บททดสอบเขาวงกตพราย" ด่านทดสอบลำดับที่สิบสามของสถาบันชำระวิญญาณ ที่ขึ้นชื่อว่ามีอัตราการรอดชีวิตต่ำที่สุดในรอบทศวรรษ
กวินพยักหน้ารับช้าๆ สติปัญญาของเขาเริ่มทำงานราวกับระบบประมวลผลข้อมูลโค้ดชุดใหญ่ ดวงตาคู่คมกวาดมองรอยแตกบนผนังศิลา ลวดลายอักขระโบราณที่สลักไว้ไม่ได้เป็นเพียงแค่บทสวด แต่ถูกเรียงร้อยขึ้นด้วยโครงสร้างตรรกะที่ซับซ้อน คล้ายกับอัลกอริทึมการค้นหาข้อมูลแบบวนลูป (Loop) ที่พร้อมจะกักขังผู้บุกรุกให้ติดอยู่ในมิติซ้อนทับไปชั่วนิรันดร์
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบโครงสร้างอาคมประเภท 'เขาวงกตม closure' ระดับกลาง-สูง]
[เงื่อนไขการเคลียร์: ค้นหาจุดศูนย์กลางของวงกตและถอดรหัสอักขระภายในเวลา 15 นาที ก่อนที่วิญญาณตกค้างจะทำการกลืนกินสติสัมปชัญญะของผู้ทดสอบ]
[คำเตือน: การตอบสนองต่อกับดักวิญญาณผิดพลาดหนึ่งครั้ง จะลดค่าพลังชีวิตลง 30%]
หน้าต่างโปร่งใสสีฟ้าอ่อนลอยเด่นขึ้นในคลองสายตา กวินขบกริมฝีปากเล็กน้อย สมองส่วนหน้าวิเคราะห์ความเป็นไปได้นับร้อยรูปแบบในเสี้ยววินาที เขารู้ดีว่าความผิดพลาดแม้แต่นิดเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียการควบคุมจิตวิญญาณของตนเอง
"อาจารย์คะ หนูคิดว่าเราไม่ได้กำลังเดินอยู่ในเขาวงกตธรรมดา..." กวินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงสุขุมแต่แฝงความตื่นเต้นระคนท้าทาย "เส้นทางพวกนี้ถูกออกแบบตามหลักคณิตศาสตร์ไสยเวท การที่เราจะหาทางออก ไม่ใช่การเลือกเดินไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณ แต่เป็นการ 'แก้สมการ' ของทิศทางลมและแรงกดดันของวิญญาณที่อยู่ใต้พื้นดินต่างหากค่ะ"
รินรดาปรายตามองลูกศิษย์หนุ่มแวบหนึ่ง มุมปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกทึ่งในความนิ่งสงบของเขา แม้ในสถานการณ์ที่คนส่วนใหญ่คงสติแตกไปแล้ว กวินกลับยังสามารถแยกแยะตรรกะออกจากความกลัวได้อย่างแนบเนียน
"สมแล้วที่เป็นลูกศิษย์ของดิฉันค่ะ..." รินรดากล่าวเสียงเรียบ หยิบยันต์กระดาษสีชาขึ้นมาคีบไว้ระหว่างนิ้วเรียวยาว "ถ้าอย่างนั้น เชิญคุณนำทางตามสมการของคุณได้เลยค่ะ ดิฉันจะคอยคุ้มกันแนวหลังให้เอง อย่าให้เสียชื่อคนที่ดิฉันเลือกมาก็แล้วกันนะคะ"
สิ้นคำพูดของอาจารย์สาว กวินก็ไม่รอช้า เขาพุ่งทะยานไปข้างหน้าทันทีที่กำแพงควันด้านซ้ายขยับตัว เสียงหวีดหวิวของวิญญาณเร่ร่อนดังระงมอยู่รอบกาย เงาร่างสีดำนับไม่ถ้วนพยายามพุ่งเข้ามากระชากวิญญาณของเขาให้จมดิ่งลงสู่ความมืดมิด ทว่ากวินกลับใช้ไหวพริบและสมาธิอันแน่วแน่ หลบหลีกคมเขี้ยวและอาคมลวงตาราวกับนักกายกรรมที่เดินอยู่บนเส้นลวด
ก้าวที่หนึ่ง... ก้าวที่สอง... และก้าวที่สามที่แม่นยำรา과จับวาง
ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปแตะศิลาศารทูลใจกลางวงกต เพื่อปิดฉากการทดสอบ พื้นศิลาเบื้องล่างกลับยุบตัวลงอย่างกะทันหัน!
มิติอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่นสีเลือด เสียงหัวเราะเยาะเย้ยอันน่าขนลุกดังขึ้นจากความว่างเปล่า พร้อมกับร่างเงาดำมหึมาที่มีดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่พุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกของมิติ มันคือ "บอสพรายเงา" ที่ไม่ควรจะปรากฏตัวในชั้นนี้!
รินรดาเบิกตากว้างเล็กน้อย พลังอาคมสีทองสว่างวาบขึ้นรอบกายเธอพร้อมเตรียมพุ่งเข้าไปช่วย ทว่าระบบภายในเขาวงกตกลับส่งเสียงแจ้งเตือนลั่นระทึกยิ่งกว่าเดิม
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดพลาดระดับวิกฤต!]
[ภารกิจลับระดับ SSS ถูกกระตุ้น: "เงาสะท้อนแห่งบาปอดีต" เริ่มต้นขึ้นแล้ว...]
[คำเตือน: กวินต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณในอดีตที่เขาพยายามลืมเลือน... หรือไม่เช่นนั้น เขาก็จะต้องสูญเสียอาจารย์รินรดาไปตลอดกาล!]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเผชิญหน้ากับความเร้นลับไปกับกวินและอาจารย์รินรดานะคะ
บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ•ตอนที่ 13
บททดสอบเขาวงกตพราย
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!