บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ•ตอนที่ 12

ใครว่าคนธรรมดาไร้ค่า

ผลงานโดย นภากระซิบผี
"รอยยันต์แบบนี้น่ะหรือที่พวกเจ้าสำนักพยัคฆ์ทมิฬภูมิใจนักหนa? น่าขันสิ้นดี… เป็นแค่เศษกระดาษที่ลอกเลียนแบบวงจรอาคมโบราณมาแบบผิดๆ ฝุ่นผงใต้รองเท้าของฉันยังมีค่าเสียกว่า" น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึกถึงกระดูกดำดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงพิธีกรรมขนาดใหญ่ กวินยืนกอดอกพิงเสาศิลาสีนิล ดวงตาคมกริบกวาดมองแผ่นยันต์โลหิตนับร้อยที่ถูกตรึงไว้บนผนังด้วยสายตาวิเคราะห์ราวกับโปรแกรมเมอร์กำลังไล่หา บั๊ก (Bug) ในโค้ดโปรแกรมชิ้นใหญ่ ทุกอักขระภาษานอกรีตที่พวกสำนักใหญ่ภาคภูมิใจ ถูกเขาตีแผ่ออกมาเป็นโครงสร้างตรรกะที่บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยช่องโหว่ เสียงฮือฮาด้วยความไม่พอใจดังขึ้นจากกลุ่มผู้อาวุโสและศิษย์สายตรงของสำนักพยัคฆ์ทมิฬ ใบหน้าของแต่ละคนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว โดยเฉพาะ 'เมฆา' ศิษย์เอกผู้ถือครองอาคมเพลิงโลหิต ที่ก้าวออกมาก้าวหนึ่ง แววตาส่อประกายเหยียดหยามอย่างชัดเจน "ไอ้เด็กไร้ราก! เจ้าเป็นใครมาจากไหนถึงกล้ามาดูหมิ่นวิชาบรรพชนของพวกเรา!" เมฆาตวาดเสียงกร้าว ลมปราณรอบตัวพวยพุ่งจนแผ่นศิลาใต้เท้าแตกร้าวเป็นทางยาว "คนธรรมดาที่ไม่มีแม้แต่เส้นชีพจรวิญญาณบริสุทธิ์อย่างเจ้า มีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์ค่ายกลระดับสูงนี้!" กวินไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขายังคงรักษารอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ความสุขุมและเยือกเย็นนี้ทำให้คนที่มองอยู่รู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงน้ำลึกที่คาดเดาความลึกไม่ได้ "คนธรรมดาหรือคะ?" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง อาจารย์รินรดาก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว ชายเสื้อคลุมสีเข้มสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิง ดวงตาคู่สวยเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกกวาดมองผู้คนในห้องโถงทีละคนจนทุกคนต้องหลบสายตา "หากศิษย์ของฉันเป็นเพียงคนธรรมดาไร้ค่า แล้วพวกคุณที่นั่งหน้าซีดตัวสั่นเมื่อค่ายกลนี้เกิดความผิดพลาดเมื่อสเกลพลังงานตกไป 14.7% ล่ะคะ จะเรียกว่าอะไร? ฝูงสุนัขที่เห่าใบตองแห้งหรือ?" คำพูดเชือดเฉือนแต่นุ่มนวลของอาจารย์รินรดาทำให้ฝ่ายตรงข้ามถึงกับสำลักคำพูดตัวเอง เมฆาหน้าซีดเผือดลงชั่วขณะเพราะสิ่งที่หญิงสาวพูดนั้นถูกต้องทุกประการ เมื่อครรลองพลังงานของค่ายกลนี้เพิ่งจะเกิดอาการสะดุดจนเกือบย้อนกลับมาทำลายผู้ใช้เอง ซึ่งมีเพียงกวินเท่านั้นที่มองเห็นร่องรอยความผิดปกตินั้นตั้งแต่แรก กวินยกมือขึ้นปัดอากาศเบาๆ ราวกับกำลังปัดฝุ่น หน้าต่างระบบโปร่งใสสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาเพียงผู้เดียว ข้อมูลการวิเคราะห์อาคมไหลผ่านดวงตาของเขาด้วยความเร็วสูง [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบโครงสร้างอาคม 'เพลิงอัคคีทมิฬ' (ฉบับดัดแปลง)] [สถานะ: ไม่เสถียร / มีจุดรั่วไหลของพลังงานวิญญาณ 42%] [คำแนะนำ: สามารถทำการเจาะระบบ (Hack) และพลิกย้อนกลับค่ายกลได้ภายใน 3 ขั้นตอน] "ถ้าพวกท่านคิดว่านี่คือสุดยอดวิชาอาคมที่แท้จริง งั้นฉันจะแสดงให้ดูนะคะว่า 'ความรู้' ที่พวกท่านดูถูกเหยียดหยาม สามารถรื้อถอนรากฐานของสำนักพวกท่านได้ง่ายยิ่งกว่าการดีดนิ้วเสียอีก" กวินก้าวออกไปยืนกลางห้องโถง ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนอากาศว่างเปล่า ท่วงท่าของเขาไม่ได้ร่ายรำด้วยความดุดันหรือใช้พลังปราณมหาศาลเหมือนผู้ฝึกยศทั่วไป แต่เป็นการขยับมือที่แม่นยำและรวดเร็วราวกับกำลังพิมพ์ชุดคำสั่งเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในระบบคอมพิวเตอร์ ทุกครั้งที่ปลายนิ้วของกวินวาดผ่านอากาศ อักขระสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นทับซ้อนลงบนยันต์โลหิตสีแดงฉาน เสียง 'เพล้ง!' ดังสนั่นราวกับกระจกแตกละเอียด เมื่ออักขระตัวแรกถูกแก้ไข วงจรพลังงานทั้งหมดของสำนักพยัคฆ์ทมิฬก็เริ่มสั่นคลอน "เป็นไปไม่ได้! เจ้าทำลายโครงสร้างหลักได้อย่างไร?!" ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักพยัคฆ์ทมิฬผุดลุกขึ้นยืน ใบหน้าชราภาพเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนเส้นเลือดปูดโปน วิชาที่สืบทอดกันมานับร้อยปี ไฉนจึงถูกเด็กหนุ่มแปลกหน้าคนนี้รื้อถอนราวกับของเล่นเด็ก! "ไม่ใช่แค่ทำลายนะคะ..." กวินหันกลับมาส่งยิ้มให้ด้วยแววตาซุกซนแต่น่าเกรงขาม "...แต่ฉันกำลังยึดมันต่างหาก" กวินสะบัดมือครั้งสุดท้าย อักขระทั้งหมดเปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นสีครามเข้ม พลังงานมหาศาลที่เคยถูกกักเก็บไว้เพื่อโจมตี กลับถูกสะท้อนกลับด้วยมุมองศาที่สมบูรณ์แบบจนเกิดเป็นแรงกดดันมหาศาลกดทับร่างของทุกคนในสำนักพยัคฆ์ทมิฬจนต้องคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความอับ เมฆากัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจและอับ ริมฝีปากมีโลหิตไหลซึมออกมาจากการฝืนต้านทานแรงกดดันวิญญาณที่เหนือชั้นกว่าอย่างเทียบไม่ติด ชัยชนะงดงามครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากพละกำลังดิบเถื่อน แต่เกิดจากความเหนือชั้นทางปัญญาที่ตบหน้าความเย่อหยิ่งของคนกลุ่มใหญ่ได้อย่างเจ็บแสบที่สุด ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตกอยู่ในความเงียบงันและชัยชนะกำลังเป็นของฝ่ายกวินนั้นเอง อุณหภูมิภายในห้องโถงก็ลดฮวบลงอย่างกะทันหันจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เปลวไฟจากคบเพลิงรอบห้องเปลี่ยนจากสีส้มอบอุ่นเป็นสีเขียวมรกตที่ดูชวนขนลุก เสียงกระซิบโหยหวนนับพันดังขึ้นมาจากใต้พื้นศิลา ราวกับมีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าวิญญาณร้ายทั่วไปกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน แผ่นยันต์แผ่นสุดท้ายที่กวินไม่ได้แตะต้อง กลับสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และรอยแยกสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับกลิ่นอายความตายที่แผ่พุ่งออกมาจนทำให้วิญญาณในร่างของทุกคนสั่นสะท้าน หน้าต่างระบบตรงหน้ากวินไม่ได้แสดงผลการวิเคราะห์อีกต่อไป หากแต่เปลี่ยนเป็นข้อความสีแดงฉานกระพริบเตือนถี่รัวด้วยความเร่งด่วนขั้นสุดยอด [แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบการตื่น ⌧ ของ 'บรรพบุรุษไร้เงา' ผู้สร้างค่ายกลต้นฉบับ] [คำเตือน: เป้าหมายมิใช่วิญญาณอาฆาตทั่วไป แต่เป็น...ตัวตนที่กวินเคยรู้จักจากโลกเดิม?] ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเผชิญหน้ากับความเร้นลับไปกับกวินและอาจารย์รินรดานะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%