กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของคราบน้ำมันอาคมยังคงลอยอวลอยู่บนปลายนิ้ว ขณะที่หน้าจอโฮโลแกรมสีครามของระบบยังกะพริบแสงสีแดงก่ำเตือนภัยระดับวิกฤต รินรดาไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างแม้แต่น้อย ดวงตาคมกราบของอาจารย์สาวจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้า ราวกับกำลังพยายามมองทะลุผ่านโครงกระดูกและจิตวิญญาณของเขาเพื่อหาคำตอบว่า เหตุใดมนุษย์ผู้หนึ่งจึงสามารถแบกรับพลังงานมืดมิดขนาดนั้นไว้ได้โดยที่เส้นชีพจรเวทไม่ฉีกขาดเป็นจุล
"ไม่ใช่แค่วิญญาณเร่ร่อน... มีบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้นกำลังถูกปลุกขึ้นมา!"
น้ำเสียงของรินรดาลดระดับลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประเมินพลังพิเศษชั้นใต้ดิน แรงกดดันมหาศาลจากอาคมกักเก็บวิญญาณรอบด้านสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับกระจกเงาที่กำลังจะแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงสะเทือนจากจิตสังหารที่เล็ดลอดออกมาจากร่างของกวินโดยไม่ตั้งใจ
กวินสูดลมหายใจเข้าลึก เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในกระแสมานารອບกาย ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับมีเตาปฏิกรณ์ขนาดย่อมฝังอยู่ใต้แผ่นอก ระบบวิเคราะห์ในหัวของเขาทำงานอย่างบ้าคลั่ง ตัวเลขโค้ดสีเขียวและแดงวิ่งผ่านม่านตาของเขาด้วยความเร็วสูงจนพร่ามลาย
[คำเตือน: ตรวจพบการดูดกลืนพลังงานวิญญาณระดับอาฆาตโดยสมบูรณ์]
[สถานะปัจจุบัน: ปลดล็อกขีดจำกัดพลังงานขั้นที่ 3 'เงามายาอมตะ']
[ค่าสถานะความเข้ากันได้กับวิญญาณบาป: 104% (เกินขีดจำกัดมาตรฐานสถาบัน)]
"อาจารย์รินรดาคะ..." กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความระมัดระวังอย่างถึงที่สุด เขารู้ดีว่าหากเปิดเผยความสามารถที่แท้จริงออกไปทั้งหมดในตอนนี้ สถานะของเขาในสถาบันแห่งนี้คงไม่แคล้วกลายเป็น 'ตัวอันตราย' ที่ต้องถูกกำจัด "ผมคิดว่าผลึกศิลาประเมินพลังเมื่อครู่น่าจะมีปัญหาทางเทคนิค ระบบวงจรเวทของมันคงรองรับความหนาแน่นของไสยเวทไม่ไหว มากกว่าที่จะเป็นเพราะตัวผมหรอกนะคะ"
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางเฉียบของเธอ อาจารย์สาวก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินดังสะท้อนก้องกังวาน ราวกับนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังสู่วินาทีวิกฤต
"ปัญหาทางเทคนิคอย่างนั้นหรือกวิน?" รินรดายื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนกวินได้กลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรผสมกับกลิ่นอายดินปืนและควันธูปโบราณจากตัวเธอ "ศิลาศิวะทมิฬก้อนนี้ หล่อหลอมมาจากกระดูกของปรมาจารย์อาคมยุคโบราณและผ่านการผนึกด้วยยันต์เก้าชั้นฟ้า มันไม่เคยแสดงผลผิดพลาดมาเป็นเวลาสามร้อยปี... จนกระทั่งวันนี้ วันที่คุณก้าวเข้ามาแล้วทำให้มันระเบิดเป็นผุยผง!"
เธอยกมือเรียวขึ้นชี้ไปยังเศษซากคริสตัลสีดำที่แตกละเอียดอยู่บนพื้น ใจกลางวงเวทอาคม เศษเสี้ยวของพวกมันยังคงเปล่งแสงสีม่วงเรืองรอง และที่น่ากลัวที่สุดคือ รอยร้าวบนพื้นหินแกรนิตหนาเตอะเป็นทางยาวราวกับถูกรอยเล็บอสูรกายกรีดลาก
กวินเงียบไปครู่หนึ่ง สมองของเขากำลังประมวลผลข้อมูลอย่างรวดเร็วราวกับปัญญาประดิษฐ์ชั้นยอด การปฏิเสธอย่างไร้เหตุผลในสถานการณ์นี้มีแต่จะทำให้อาจารย์สาวผู้เฉียบแหลมคนนี้เกิดความระแวงมากยิ่งขึ้น สิ่งเดียวที่ทำได้คือการ 'สารภาพความจริงบางส่วน' เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากระบบวิญญาณอมตะที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
"ถ้าอาจารย์ต้องการคำอธิบายที่สมเหตุสมผล..." กวินสบตาเธอนิ่ง ดวงตาสนเท่ห์แต่เด็ดเดี่ยว "ผมคงต้องบอกว่า... ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำลายมันครับ... เอ่อ... ค่ะ" เขาเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมออกมาเนื่องจากความคุ้นชิน รินรดาชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินสรรพนามที่ผิดเพี้ยน แต่เธอก็ไม่ได้ทักท้วง เพราะความสนใจทั้งหมดถูกดึงดูดไปที่ประโยคถัดมาของเขา
"ตอนที่ผมสัมผัสศิลา กลิ่นอายของวิญญาณในหอคอยร้างเมื่อคืนก่อนมันพรั่งพรูเข้ามาในหัวของผม... ผมไม่ได้ต่อต้านมัน รินรดา... เอ่อ อาจารย์ครับ... อาจารย์คะ" กวินรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นคิ้วเรียวของอาจารย์สาวขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์ "ผมเลือกที่จะ 'เข้าใจ' มัน"
รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินผู้ฝึกอาคมรุ่นเยาว์พูดถึงการทำความเข้าใจวิญญาณอาฆาต แทนที่จะเป็นการปัดเป่าหรือทำลายล้างตามตำราเรียนมาตรฐาน
"เข้าใจงั้นหรือ?" เสียงของอาจารย์สาวอ่อนลงครู่หนึ่ง แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความหวาดระแวง "วิญญาณที่ถูกกักขังในเขตแดนชั้นในของสถาบัน ไม่ใช่ผีเร่ร่อนทั่วไป พวกมันคือเศษเสี้ยวความทรงจำของอาชญากรเวทที่ถูกประหารชีวิตเมื่อร้อยปีก่อน ความอาฆาตของพวกมันสามารถกัดกินจิตวิญญาณของผู้ฝึกอาคมให้กลายเป็นบ้าได้ในพริบตาเดียว แต่เธอ... กลับบอกว่าเข้าใจมันเนี่ยนะ?"
"ถ้าเราไม่รู้ว่าศัตรูเจ็บปวดจากอะไร เราก็ไม่มีวันหาจุดอ่อนของพวกเขาเจอหรอกนะคะ" กวินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นพอที่จะสะท้อนก้องในใจของรินรดา "การใช้อาคมรุนแรงเข้าปะทะกับความโกรธเกรี้ยว มีแต่จะทำให้ไฟลุกโชนขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่ผมทำเมื่อครู่... คือการส่งรหัสคำสั่งจิตใจเข้าไปจัดระเบียบคลื่นความถี่ของพวกมัน เพื่อบังคับให้พวกมันสงบลงต่างหากล่ะคะ"
คำว่า 'รหัสคำสั่งจิตใจ' ทำให้รินรดาต้องนิ่งคิด ทฤษฎีไสยเวทผสมผสานกับตรรกะการเขียนโปรแกรมที่กวินมักจะเผลอหลุดปากพูดออกมาเสมอ แม้เธอยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่าโปรแกรมหรือโค้ด แต่ผลลัพธ์ที่ปรากฏตรงหน้า—วิญญาณร้ายที่สงบลงและพลังงานมหาศาลที่ถูกกลืนกิน—คือหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในโสตประสาทของกวินอีกครั้ง พร้อมกับหน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงที่เด้งขึ้นมาขวางกั้นระหว่างเขากับอาจารย์สาว
[ภารกิจลับ: ผ่านการประเมินพลังระดับพิเศษสำเร็จ]
[ของรางวัล: ปลดล็อกทักษะ 'เนตรถอดรหัสวิญญาณ' (Lv.2), แต้มประสบการณ์ +1,500]
[คำเตือนพิเศษจากระบบ: ตรวจพบการจับตาดูจากบุคคลปริศนาภาระห้องประเมิน ระดับอันตราย: สูงมาก]
กวินหรี่ตาลงทันที เขารemind ตัวเองให้ระวังตัว สัญชาตญาณนักสืบของเขากำลังกรีดร้องว่า พวกเขากำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคนที่มีอำนาจมากกว่าอาจารย์รินรดาเสียอีก
ในจังหวะนั้นเอง... บรรยากาศภายในห้องประเมินพลังก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เปลวไฟสีฟ้าที่จุดให้ความสว่างตามผนังห้องดับวับลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดอันสนิทกลืนกินทุกสิ่งรอบกาย เหลือเพียงแสงเรืองรองจางๆ จากหน้าจอระบบของกวินเท่านั้น
รินรดารemove ตัวเองถอยหลังหนึ่งก้าว มือเรียวตวัดวาดกลางอากาศ วงเวทสีทองอร่ามปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือของเธอทันที ดวงตาของอาจารย์สาวฉายแววตื่นตระหนกอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นภาพที่กวินไม่เคยเห็นมาก่อนตั้งแต่รู้จักเธอมา
"ไม่ใช่ฝีมือของฉัน..." รินรดาพึมพำเสียงสั่น ร่างกายของอาจารย์สาวเกร็งเครียดราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดบรรพกาล "พลังงานนี่มัน... มันกำลังปิดกั้นมิติของห้องนี้จากโลกภายนอก!"
ก่อนที่กวินจะทันได้เอ่ยปากถามระบบ โฮโลแกรมตรงหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานพร้อมกับข้อความเตือนภัยที่สั่นกระพืออย่างรุนแรง
[แจ้งเตือนด่วน: ตรวจพบการบุกรุกจาก 'ตัวตนระดับสูง'
เป้าหมาย: กวิน และ ข้อมูลวิญญาณอมตะ
คำแนะนำ: เตรียมพร้อมต่อสู้ หรือ หลบหนีทันที!]
เงาสูงโปร่งร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืดมิดที่มุมห้อง เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาไม่ได้สร้างแรงกดดันทางกายภาพ แต่กลับทำให้หัวใจของกวินเต้นช้าลง ราวกับกาลเวลาถูกบิดเบือนด้วยพลังจิตอันมหาศาล
"ช่างเป็นผลการประเมินที่น่าสนใจเสียจริง..." เสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และเปี่ยมด้วยอำนาจดังขึ้นจากความมืด พร้อมกับร่างของชายในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าพวกเขา "เด็กหนุ่มผู้สามารถควบคุมวิญญาณบาปได้โดยไม่ต้องใช้อาคมชำระล้าง... น่าสนใจมากจริงๆ นภากระซิบผีคงต้องบันทึกเรื่องราวของเธอไว้เป็นกรณีศึกษาพิเศษเสียแล้ว... กวิน"
กวินชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินสรรพนามและชื่อของตนถูกเอ่ยออกมาจากปากของบุคคลปริศนาผู้ลึกลับผู้นี้ โดยที่เขาไม่เคยบอกชื่อของตัวเองให้ใครในสถาบันนี้ฟังมาก่อนเลยแม้แต่คนเดียว!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไขปริศนาความมืดนี้ไปด้วยกันนะคะ
บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ•ตอนที่ 16
การประเมินพลังที่ผิดพลาด
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!