กลิ่นอับของสนิมเหล็กและคราบน้ำมันโบราณคละคลุ้งอยู่ในความมืดมิดเบื้องล่าง กวินกำลังกวาดสายตา วิเคราะห์โครงสร้างอักขระอาคมที่บิดเบี้ยวบนผนังอิฐมอญทีละบล็อกราวกับกำลังดีบั๊กโค้ดโปรแกรมที่กำลังจะพังทลาย หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าเข้มของระบบยังคงกะพริบถี่รัวด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน
*[คำเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจาก 'ผู้ใช้ระบบเงา' ระดับสูงกว่า]*
*[ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: เอาชีวิตรอดจากการเผชิญหน้ากับ 'ต้นแบบที่แท้จริง' ของระบบ]*
*[เงื่อนไขล้มเหลว: วิญญาณถูกผนึกถาวร]*
"โครงสร้างไสยเวทชุดนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อกักขัง... แต่ถูกเขียนขึ้นเพื่อลบตัวตนทิ้งตั้งแต่แรกเริ่ม" กวินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าขณะที่เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม นิ้วเรียวยาวขยับวาดอากาศเพื่อจำลองเส้นทางพลังงาน แต่ทว่า—
*ฉับพลัน!*
อากาศรอบตัวเกิดรอยปริแตกคล้ายกระจกร้าว เสียงหวีดแหลมของคลื่นความถี่ต่ำบาดแก้วหูจนเลือดสีชาดซึมออกจากปลายประสาทสัมผัส เงาสีดำสนิทที่ไร้รูปร่างชัดเจนพุ่งทะยานออกมาจากรอยแยกมิติด้วยความเร็วที่เหนือกว่าตรรกะทางฟิสิกส์ มันคือคมดาบแห่งความมืดที่ควบแน่นด้วยจิตสังหารอันบริสุทธิ์ เป้าหมายของมันคือจุดตายบริเวณก้านคอของกวินในเสี้ยววินาทีที่เขาไม่ทันตั้งตัว!
กวินเบิกตากว้าง สมองของเขาประมวลผลความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่ร่างกายกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล เขาทำได้เพียงมองดูความมืดที่กำลังกลืนกินทัศนวิสัยเบื้องหน้า...
*เคร้ง!*
เสียงโลหะปะทะกันอย่างรุนแรงดังสนั่นหวั่นไหวประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ร่างของใครบางคนพุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างกวินกับคมดาบแห่งความมืดนั้นอย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ
กวินล้มกลิ้งไปตามพื้นอิฐ ก่อนจะรีบดันตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ ดวงตาคู่คมกวาดมองไปยังเบื้องหน้า หัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ร่างของอาจารย์รินรดายืนหยัดอยู่เบื้องหน้าเธอ ในมือบางถือยันต์กระดาษสีทองอร่ามที่บัดนี้ไหม้เกรียมไปครึ่งแถบ ไอพลังอาคมสีครามเข้มแผ่พุ่งออกมาจากตัวเธอดุจคลื่นพายุหมุน ทว่า ที่มุมปากของอาจารย์สาวกลับมีหยาดโลหิตสีแดงสดไหลรินลงมาตัดกับผิวขาวซีดของเธอ
"อาจารย์!" กวินอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยสุขุมและราบเรียบมาตลอดกลับสั่นเครือเล็กน้อย ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยนิยามพุ่งพล่านขึ้นมาในอก
รินรดาไม่หันกลับมามองเขา ดวงตาคู่สวยยังคงจ้องเขม็งไปยังเงาสีดำเบื้องหน้าที่กำลังรวมตัวใหม่อีกครั้ง แผ่นหลังของเธอเหยียดตรง แม้ว่าอาคมคุ้มGantoเมื่อครู่จะทำให้ปราณภายในของเธอปั่นป่วนจนลมหายใจติดขัดก็ตาม
"อย่าส่งเสียงดัง... เจ้าเด็กโง่" เสียงหวานเย็นชาเอ่ยขึ้นลอดไรฟัน รินรดาปาดเลือดที่มุมปากออกลวกๆ "ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าล่อเข้าไปในเขตอาคมชั้นในสุด... ทำไมถึงไม่เคยฟังคำเตือนของข้าเลยสักครั้ง?"
น้ำเสียงนั้นแม้จะเจือด้วยความดุและร่องรอยความหงุดหงิด แต่น้ำหนักของมันกลับเต็มไปด้วยความปกป้องคุ้มครองอย่างสุดกำลัง กวินเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกผิดและบางสิ่งที่อบอุ่นจนร้อนผ่าวตีรวนอยู่ในอก เขาเป็นคนคำนวณพลาดเอง คิดว่าระบบเงากำลังทดสอบขีดจำกัด แต่กลับกลายเป็นว่ามันคือหลุมพรางที่ออกแบบมาเพื่อตัดตอนเขาโดยเฉพาะ หากไม่มีรินรดาที่เฝ้าสังเกตการณ์และตามแกะรอยเขามาอย่างเงียบๆ ป่านนี้วิญญาณของเขาคงถูกผนึกถอยหลังลงคลองไปแล้ว
"ผมขอโทษครับ... เอ๊ย... ผมขอโทษครับ... ไม่สิ หมายถึง..." กวินชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเกือบเผลอหลุดคำเคยชินออกมา รินรดาเหลือบสายตากลับมามองเขาแวบหนึ่งด้วยหางตา แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเคืองหลงเหลืออยู่ มีเพียงความอ่อนล้าและความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเย็นชา
"เก็บคำแก้ตัวไว้ใช้ตอนที่พวกเรายังมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่จะดีกว่า" รินรดาตวัดปลายนิ้ววาดอักขระกลางอากาศ ยันต์ทองคำนับสิบลอยเคว้งคว้างรอบตัวพวกเขาทั้งสอง "เจ้าเด็กนี่... ชอบหาเรื่องใส่ตัวให้ข้าต้องตามเช็ดตามล้างอยู่เรื่อย ถือว่าติดหนี้บุญคุณข้าครั้งใหญ่หลวง... เข้าใจไหม?"
กวินสูดหายใจเข้าลึกๆ ดึงสติกลับมาควบคุมระบบตรรกะในหัวอีกครั้ง แววตาของเขากลับมาคมกริบและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเมื่อมองไปที่แผ่นหลังบางของอาจารย์สาว เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่เธออย่างไม่ลังเล พร้อมกับยกมือขึ้นประสานอินทร์ปลุกพลังลมปราณของตัวเองให้ประสานเข้ากับค่ายกลของรินรดา
"ครับ... ผมติดหนี้อาจารย์" กวินกระซิบเสียงต่ำข้างกายเธอ "และผมจะไม่ยอมให้อาจารย์ต้องมารับดาบแทนผมแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สองแน่"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไอพลังที่มั่นคงและอบอุ่นที่แผ่มาจากเด็กหนุ่มข้างกาย หัวใจที่ด้านชามานานนับปีของปรมาจารย์สาวกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
*ตูม!*
เงาสีดำตรงหน้าคำรามลั่น มันขยายร่างใหญ่โตขึ้นจนชนเพดานห้องใต้ดิน พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ที่เปิดขึ้นพร้อมกันบนความมืดมิดนั้น เสียงกระซิบเยือกเย็นดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของพวกเขาทั้งคู่ ราวกับเสียงของมัจจุราชที่กำลังประกาศิตวันอวสาน
*[ระบบตรวจพบการตื่นของ 'ต้นแบบที่แท้จริง' ระดับสมบูรณ์]*
*[คำเตือน: ตัวตนของท่านกำลังถูกเขียนทับด้วยข้อมูลจากผู้ใช้ระดับสูงกว่าในอีก...]*
*[3...]*
*[2...]*
กวินจ้องมองตัวเลขถอยหลังที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรมด้วยสายตานิ่งสงบ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปกุมข้อมือของรินรดาที่กำลังร่ายอาคมอย่างแน่นหนาเพื่อถ่าย
"อาจารย์... เชื่อใจผมไหมครับ?" กวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก
รินรดากลั้นหายใจวูบหนึ่ง ดวงตาคู่คมเบนมาสบตากับเขาในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย ก่อนที่มุมปากบางจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง
"ถ้าเจ้าทำให้ข้าตายอยู่ที่นี่... ข้าจะลากวิญญาณเจ้ามาลงทัณฑ์ในนรกด้วยแน่..."
พูดไม่ทันขาดคำ พื้นดินเบื้องล่างก็ยุบตัวลงพร้อมกับแสงสีดำสนิทที่กลืนกินร่างของพวกเขาทั้งคู่ลงสู่ห้วงมิติที่ลึกยิ่งกว่าเดิม...
***
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้อาจารย์รินรดาและกวินมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ•ตอนที่ 19
ความห่วงใยที่ไม่พูดออกไป
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!