บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ•ตอนที่ 10

เสียงเรียกจากดันเจี้ยนใต้ดิน

ผลงานโดย นภากระซิบผี
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบเลือดเก่าแก่ลอยอวลอยู่ในความมืดมิด ชนิดที่ว่าหากสูดหายใจลึกเกินไปเพียงนิดเดียว รสชาติฝาดเฝื่อนของธาตุเหล็กจะติดอยู่ปลายลิ้นทันที กวินหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัสการมองเห็นในพื้นที่อับแสง แสงคบเพลิงสีส้มสลัวสาดกระทบผนังอิฐมอญชื้นแฉะที่ก่อตัวเป็นทางเดินแคบๆ ทอดยาวลงสู่เบื้องล่าง บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดเสียจนได้ยินเสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินเป็นจังหวะราวกับเข็มนาฬิกานับถอยหลัง "อย่าก้าวเท้าซ้ายนำในจังหวะนี้" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงด้วยกระแสอำนาจดึงสติของอาจารย์รินรดาดังขึ้นเบาๆ จากด้านหลัง ร่างโปร่งในชุดคลุมสีเข้มขยับเข้ามาใกล้จนกวินสัมผัสได้ถึงไอเย็นจางๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวเธอ ปลายนิ้วเรียวเรียบเนียนของอาจารย์แตะลงบนหัวไหล่ของเขาอย่างแผ่วเบาเพื่อบังคับให้เขาชะลอฝีเท้า "พื้นตรงนั้นถูกลงอาคมกักวิญญาณระดับสามไว้ หากเหยียบลงไป แรงอาฆาตจะสะท้อนกลับมาทำลายเส้นลมปราณของคุณทันที... ฉันคิดว่าฉันสอนเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อสามวันก่อนนะคะ กวิน" กวินปรายตามองพื้นหินเบื้องหน้าซึ่งดูด้วยตาเปล่าก็เป็นเพียงอิฐธรรมดา แต่เมื่อเพ่งสมาธิผ่านเนตรวิเคราะห์ของระบบ โครงข่ายอักขระสีแดงฉานก็ปรากฏขึ้นราวกับใยแมงมุมอาบยาพิษ เขายิ้มรับมุมปากเล็กน้อยอย่างคนรู้ทัน ยอมรับในความรอบคอบของหญิงสาว "ผมแค่กำลังทดสอบสมมติฐานว่าระบบป้องกันของดันเจี้ยนชั้นใต้ดินนี้ จะยังคงทำงานเต็มประสิทธิภาพหลังผ่านกาลเวลามานับร้อยปีหรือเปล่าต่างหากล่ะครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ติดปากไปหน่อย" กวินรีบแก้คำพูดเมื่อเหลือบไปเห็นหางตาของอาจารย์รินรดาตวัดมองด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยกับสรรพนามที่เผลอหลุดปาก "ระวังคำพูดของคุณให้ดีค่ะ... ที่นี่ไม่ใช่ห้องทดลองในโลกที่คุณจากมา ที่นี่คือแดนสนธยาที่ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวหมายถึงวิญญาณของคุณจะถูกผนึกไว้ใต้ซากอิฐเหล่านี้ตลอดกาล" อาจารย์รินรดาเอ่ยเสียงเข้ม ดวงตาคู่สวยภายใต้เงาฮู้ดมองลึกลงไปในความมืดเบื้องล่างด้วยความระแวดระวัง กวินไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืด เขารู้ดีว่าภายใต้ท่าทีเย็นชาและคำพูดเฉียบคมนั้น ซ่อนความห่วงใยเอาไว้อย่างมิดชิด เหมือนกับตอนที่เธอมักจะแอบวางลูกอมรสชาเขียวไว้บนโต๊ะทำงานของเขาเพื่อช่วยลดอาการล้าทางสมองตอนดึก—ถึงเธอจะทำเป็นพูดเสมอว่ามันเป็น "ของเหลือจากพิธีกรรม" ก็ตามที มือขวาของกวินยกขึ้นแตะเบาๆ ที่ข้อมือซ้าย หน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าครามที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าปรากฏขึ้นในคลองสายตา มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็นมัน บรรทัดข้อมูลและโค้ดพลังงานรันผ่านรวดเร็วจนน่าเวียนหัว นี่คือ "ระบบวิเคราะห์วิญญาณคนบาป" สิ่งเดียวที่ติดตัวเขามาระหว่างข้ามมิติ และมันกำลังทำหน้าที่ประมวลผลสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างบ้าคลั่ง [ตรวจพบความหนาแน่นของพลังงานวิญญาณอาฆาต: 8,400 หน่วย] [สถานะพื้นที่: เขตหวงห้ามระดับลึก - ดันเจี้ยนใต้ดินโบราณ] [คำเตือน: อุณหภูมิลดลงอย่างฉับพลัน บ่งชี้ถึงการเคลื่อนไหวของเป้าหมายที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต] กวินหยุดเดิน กัดริมฝีปากล่างเบื้องล่างขณะที่สมองประมวลผลข้อมูลราวกับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ การที่พลังงานวิญญาณพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดไม่ได้เกิดจากสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ แต่มันมี "ตัวกระตุ้น" "อาจารย์ครับ..." กวินกระซิบเสียงต่ำ พยายามควบคุมลมหายใจให้สม่ำเสมอ "เราไม่ได้เดินมาผิดทางใช่ไหมครับ ทำไมคราบเลือดบนผนังถึงดูสดใหม่ขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่อากาศอับชื้นแบบนี้ควรจะแห้งกรังไปนานแล้ว" รินรดาชะงักฝีเท้า เธอยกคบเพลิงในมือขึ้นสูง แสงไฟสีส้มสาดส่องไปตามผนังหินด้านข้าง และนั่นทำให้ทั้งคู่ต้องกลั้นหายใจ รอยเลือดสีแดงเข้มไม่ได้แห้งกรังอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกำลัง "ไหลย้อนขึ้น" ตามแนวอิฐราวกับมีชีวิต แรงกดดันจากบรรยากาศรอบตัวเริ่มหนักอึ้งจนกดทับลงบนบ่า ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นนับร้อยกำลังพยายามกดร่างของพวกเขาให้คุกเข่าลง ทันใดนั้นเอง... [ติ๊ง!] เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาท แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนรูปแบบเดิมที่เคยได้ยินมาตลอดหลายเดือน เสียงกริ่งโลหะกังวานใสที่แฝงด้วยความเยือกเย็นบาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้นซ้ำๆ สามครั้งติดต่อกัน [ระบบตรวจพบเงื่อนไขพิเศษทำงานสมบูรณ์แบบ] [กระตุ้นภารกิจลับระดับสูงสุด: ภารกิจ SSS - "ผู้กลืนกินวิญญาณแห่งปฐมกาล"] [รายละเอียดภารกิจ: กำจัดหรือทำให้ "ผู้เฝ้าระวังแห่งบาปมหันต์" สงบลง ภายในเวลาที่กำหนด หากล้มเหลว วิญญาณของโฮสต์จะถูกผนึกถาวรในระบบและไม่สามารถคืนชีพได้อีก] [เวลาที่เหลือ: 00:14:59] ดวงตาของกวินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นี่คือครั้งแรกที่ระบบออกภารกิจระดับ SSS ความยากระดับนี้ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนแม้แต่ในบันทึกโบราณที่อาจารย์รินรดาเคยให้เขาศึกษา ก่อนที่กวินจะทันได้เอ่ยปากเตือน รินรดาก็ชักกระบี่อาคมออกจากฝักอย่างรวดเร็ว เสียงเหล็กกระทบปลอกดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วอุโมงค์ ไอพลังปราณสีขาวบริสุทธิ์แผ่พุ่งออกมาจากตัวดาบขับไล่ความมืดรอบตัวให้ถอยร่นไปชั่วขณะ "ถอยไปข้างหลังซะ กวิน..." น้ำเสียงของอาจารย์สาวสั่นเครือน้อยๆ เป็นครั้งแรกที่กวินได้ยินความหวาดหวั่นในน้ำเสียงที่มักจะมั่นคงเสมอของเธอ "มันมาแล้ว... สิ่งที่ถูกผนึกไว้ใต้ดินลึกที่สุดกำลังตื่นขึ้น" สิ้นเสียงของรินรดา พื้นหินเบื้องหน้าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับเกิดแผ่นดินไหว เสียงฝีเท้าหนักหน่วง ลากยาว และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องล่าง—*ตึง... ตึง... ตึง...*—มันไม่ใช่เสียงของคนธรรมดา แต่เป็นเสียงของการก้าวเดินของบางสิ่งที่ใหญ่โตและเต็มไปด้วยแรงอาฆาตพยายามดลบันดาลให้โลกใบนี้แตกสลาย เงาสูงตระหง่านทาบทับลงมาจากปลายทางเดิน กลิ่นอายความตายพุ่งเข้าปะทะใบหน้าจนแทบหายใจไม่ออก และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่ดวงตาสสีแดงฉานคู่มหึมาคู่หนึ่งก็ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิด จ้องมองตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคนด้วยความกระหายเลือด! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาและเผชิญหน้ากับความเร้นลับไปกับกวินและอาจารย์รินรดานะคะ
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%