กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งผสมไปกับกลิ่นอับชื้นของดินชื้นแฉะในศาลาร้างกลางป่าดงดิบ ทำให้สัญชาตญาณในหัวของกวินร้องเตือนเป็นสัญญาณสีแดงฉาน ความมืดมิดเบื้องหน้าไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือกลุ่มก้อนของพลังอาคมระดับสูงที่กำลังบิดเบี้ยวและจ้องจะกลืนกินทุกชีวิตที่ย่างกรายเข้าไป
"อาจารย์คะ..." กวินเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่ละสายตาจากความมืดเบื้องหน้า "ดูเหมือนว่าบทเรียนภาคปฏิบัตินอกสถานที่... จะเริ่มขึ้นตอนนี้เลยค่ะ"
รินรดาที่ยืนอยู่เคียงข้างขยับกายเล็กน้อย ชุดคลุมสีดำสนิทของเธอพริ้วไหวตามแรงลมที่หมุนวนอย่างผิดธรรมชาติ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มดุจท้องทะเลลึกของอาจารย์สาวกวาดมองไปรอบด้าน ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ
"ช่างเลือกเวลาได้เหมาะเจาะจริงๆ" น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "เจ้าพวกวิญญาณตกค้างนี่คงหิวโหยน่าดู ถึงได้กล้าหาญชาญชัยมายืนรอต้อนรับพวกเราถึงที่นี่ กวิน... จำที่สอนได้ใช่ไหม? อย่าใช้พลังเกินขีดจำกัดที่ร่างกายจะรับไหว"
กวินไม่ได้ตอบกลับด้วยวาจา เธอเพียงแค่ยกมือขึ้นรวบรวมปราณอาคมปลายนิ้ววาดผ่านอากาศอย่างรวดเร็วเป็นอักขระพันธนาการ ทว่าในจังหวะที่เส้นสายพลังสีทองสว่างวาบขึ้น แผ่นอกของเธอกลับรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงพร้อมกัน ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วไปตามเส้นเลือดราวกับของเหลวในกายกำลังเดือดพล่าน
*ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบสภาวะโอเวอร์โหลดทางกายภาพ พลังอาคมในเส้นชีพจรเกินขีดจำกัดที่ 87% ของร่างกายมนุษย์ปัจจุบัน*
กวินกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด เธอต้องกดดันพลังนี้ให้คงที่ หากพลาดแม้เพียงนิด เส้นชีพจรที่เปราะบางของเธอจะฉีกขาดเสียเอง เธอสูดหายใจลึก พยายามปรับจังหวะการไหลเวียนของอาคมให้สมดุลเหมือนกับการจัดระเบียบอัลกอริทึมที่ซับซ้อน แต่ทว่าความมืดตรงหน้ากลับเริ่มขยายตัวเป็นเงาร่างมหาศาล เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องโสตประสาทจนพื้นดินใต้เท้าเริ่มสั่นสะเทือน
"ยังฝืนอยู่หรือไง?" รินรดาขยับเข้ามาใกล้ มือบางแตะลงบนหัวไหล่ของกวินเบาๆ กระแสพลังอันอบอุ่นและเยือกเย็นในเวลาเดียวกันถ่ายทอดผ่านสัมผัสนั้นเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระมหาศาลที่กวินกำลังแบกรับ
"หนู... ยังไหวค่ะอาจารย์" กวินเค้นเสียงตอบ มือที่วาดอักขระยังคงสั่นน้อยๆ เหงื่อเม็ดโตผุดซึมตามไรผม "ถ้าหนูปล่อยให้พลังหลุดการควบคุมไปมากกว่านี้... เราจะเสียเปรียบค่ะ"
"เด็กดื้อ" รินรดาถอนหายใจ แววตาที่เคยเย็นชาฉายแววอ่อนใจอย่างปิดไม่มิด "การยอมรับขีดจำกัดของตัวเอง คือบทเรียนบทแรกของจอมอาคมที่เก่งกาจนะกวิน ถ้าเธอพังลงไปตรงนี้ ใครจะเป็นคนรวบรวมเศษเสี้ยววิญญาณของไอ้เจ้าตัวข้างหน้าให้ฉันล่ะ?"
ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด กวินยังคงรักษาสติไว้ได้อย่างมั่นคง เธอวิเคราะห์รูปแบบการโจมตีของเงามืดนั้นผ่านม่านอาคมที่เธอสร้างขึ้น เธอพบว่ามันไม่ได้มีตัวตนที่แน่นอน แต่มันคือ 'รอยแยกของมิติ' ที่วิญญาณคนบาปใช้เป็นทางผ่าน
"มันไม่ใช่แค่ผีร้ายค่ะอาจารย์..." กวินเอ่ยขึ้นในขณะที่ตาสว่างวาบด้วยสีคราม "มันคือกับดัก มันกำลังดูดกลืนพลังงานของคนแถวนี้มาหล่อเลี้ยงมิติของมัน ถ้าเราไม่ทำลายจุดเชื่อมตรงกลาง... ร่างกายหนูคงรับภาระนี้ไม่ไหวเกินห้านาทีแน่ๆ"
"ห้านาทีงั้นหรือ?" รินรดาเหยียดยิ้มที่มุมปาก มือซ้ายพลิกข้อมือเรียกกริชอาคมสีเงินวาวออกมา "งั้นฉันจะล่อมันให้เสียหลัก ส่วนเธอ... หาจังหวะใส่โค้ดทำลายโครงสร้างอาคมของมันซะ"
ทั้งคู่เคลื่อนไหวประสานกันราวกับเป็นหนึ่งเดียว รินรดากระโจนเข้าสู่ใจกลางความมืด แสงสีเงินจากกริชอาคมฟาดฟันแหวกความมืดจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น กวินอาศัยจังหวะที่เงาร่างนั้นชะงัก รวบรวมพลังที่เหลืออยู่น้อยนิดทั้งหมดลงไปที่ปลายนิ้ว ก่อนจะพุ่งร่างเข้าหาจุดศูนย์กลางของพลังงาน
ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วของเธอสัมผัสกับแกนกลาง ความรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งผ่านร่างกายก็ทำเอาเธอกระอักเลือดออกมาคำโต ดวงตาพร่ามัวไปชั่วขณะ
*คำเตือนจากระบบ: ความเสียหายต่อร่างกายสะสมเกินขีดจำกัด สภาวะ 'ร่างเนื้อ' กำลังปฏิเสธพลังงานระดับเทพเจ้า*
กวินทรุดฮวบลงกับพื้น แต่เธอกลับยิ้มออกมา เลือดสีแดงสดเปรอะเปื้อนใบหน้าขาวซีด ในมือของเธอปรากฏอักขระชิ้นสุดท้ายที่สมบูรณ์แบบ มันส่องแสงสว่างจ้ากลืนกินความมืดมิดนั้นจนสิ้นซาก ศาลาร้างกลับสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของเธอดังสะท้อนไปมา
รินรดาเดินเข้ามาประคองร่างที่หมดเรี่ยวแรงของกวินขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความกังวลอย่างที่กวินไม่เคยเห็นมาก่อน
"บอกแล้วไงว่าอย่าฝืน..." เสียงของอาจารย์สาวสั่นเครือเล็กน้อย
กวินมองใบหน้าของอาจารย์ที่ห่างเพียงคืบ ก่อนจะพยายามยิ้มตอบ "หนู... ทำสำเร็จแล้วใช่ไหมคะ?"
ทว่าก่อนที่รินรดาจะทันได้ตอบ เสียงเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานพลันดังขึ้นซ้ำๆ อย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับแสงสีแดงฉานที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้าเหนือศาลาร้าง ร่างที่เคยหมดสติไปแล้วของวิญญาณร้ายพลันขยายตัวขึ้นใหม่ด้วยพลังที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่า พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังมาจากเงามืดด้านหลังของรินรดา
"ยินดีด้วยนะแม่หนู... ที่เปิดประตูมิติให้ข้าได้อย่างสวยงาม"
บุรุษในชุดคลุมสีเทาหม่นก้าวออกมาจากอากาศธาตุ รอยยิ้มของเขาดูเยือกเย็นและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ราวกับเขารู้จักกวินมานานแสนนาน ก่อนที่เขาจะปักดาบลงบนพื้นดิน แรงสั่นสะเทือนนั้นทำให้รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะพลังอาคมที่สัมผัสได้จากชายผู้นี้... มันคือพลังงานประเภทเดียวกับที่กวินครอบครองอยู่!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกวินและอาจารย์รินรดามาจนถึงตอนนี้นะคะ นภากระซิบผีจะรอพบทุกคนในตอนถัดไปค่ะ
บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ•ตอนที่ 28
ขีดจำกัดของมนุษย์
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!