กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายดินชื้นแฉะของค่ำคืนนี้ไม่ได้ทำให้ประสาทสัมผัสของกวินทื่อลงเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม ปลายนิ้วเรียวยาวที่กำลังเคาะลงบนพื้นผิวโฮโลแกรมสีครามเรืองแสงนั้นกลับเคลื่อนไหวด้วยความเร็วและแม่นยำดุจนักเขียนโค้ดมือฉมังกำลังดีบักระบบปฏิบัติการครั้งสุดท้ายก่อนรันคำสั่งขั้นเด็ดขาด
"พลังวิญญาณในเขตอาคมนี้ถูกบิดเบือนด้วยคลื่นความถี่ต่ำ... คล้ายกับอัลกอริทึมเข้ารหัสแบบวนซ้ำ (Recursive Encryption) ถ้าเราไม่ถอดรหัสโครงสร้างฐานข้อมูลของอาคมนี้เสียก่อน ต่อให้ใช้อาคมปราบผีที่รุนแรงแค่ไหน ก็ทำได้แค่รีเซ็ตมันชั่วคราวเท่านั้นค่ะ"
กวินพึมพำกับตัวเอง ดวงตาสีเข้มสะท้อนแสงตัวอักษรไสยเวทโบราณที่ลอยวนเวียนสลับกับชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์ที่เขาเขียนขึ้นมาผสานกันอย่างน่าทึ่ง
เบื้องหลังเขา อาจารย์รินรดาในชุดคลุมสีดำสนิทกำลังยืนกอดอกพิงเสาหินเก่าแก่ สายตาคมกริบจับจ้องแผ่นหลังของลูกศิษย์หนุ่มด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ปรมาจารย์สาวผู้เยือกเย็นไม่เคยคิดเลยว่า วิยุตศาสตร์แห่งแดนชำระบาตรวมกับตรรกะของโลกยุคใหม่ที่เด็กหนุ่มผู้นี้พกติดตัวมา จะสามารถหลอมรวมกลายเป็น 'อาคมดิจิทัล' ที่ทรงพลังและซับซ้อนถึงเพียงนี้ได้
ความเงียบงันภายในห้องโถงโบราณถูกขัดจังหวะด้วยเสียงหอบหายใจแผ่วเบาของกวิน เหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผม แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความตั้งใจของเขาลดน้อยลงเลย แววตาของกวินฉายชัดถึงความมุ่งมั่นที่จะทะลวงผ่านกำแพงไสยเวทที่ซ่อนเร้นเบื้องหน้า
"อาจารย์คะ รบกวนช่วยผนึกเขตอาคมด้านทิศตะวันออกให้อีกสามวินาทีค่ะ คลื่นพลังงานตรงจุดนั้นกำลังจะเกิดช่องโหว่จากการรีเฟรชระบบของวิญญาณอาฆาต" กวินกล่าวโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอโฮโลแกรมที่ซ้อนทับด้วยยันต์โบราณ
อาจารย์รินรดาไม่เอ่ยคำปฏิเสธ ร่างเพรียวระหงขยับวับวามราวกับภูตพราย นิ้วเรียวดีดสะบัดกระดาษยันต์สีเลือดออกไปปะทะกับกำแพงศิลา เกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนใบหน้าอันงดงามที่มักจะไร้รอยยิ้ม แต่ในแววตากลับมีความเชื่อมั่นซ่อนอยู่เต็มเปี่ยม—ความเชื่อมั่นที่เธอมีให้เด็กหนุ่มคนนี้ มากกว่าที่เคยมีให้กับสำนักไหนๆ
จังหวะนั้นเอง กวินกระหน่ำพิมพ์ชุดคำสั่งสุดท้ายลงบนอากาศธาตุ พร้อมกับร่ายคาถาอาคมบทโบราณผสมผสานกันอย่างลงตัว เสียงทุ้มต่ำร่ายคาถาดังประสานกับเสียงคลิกเสมือนจริงของแป้นพิมพ์ในมิติความคิด
**
**
ตูม!
แรงระเบิดจากคลื่นพลังงานสีทองปะทะเข้ากับหมอกควันสีดำทมิฬที่ปกคลุมพื้นที่ เสียงกรีดร้องโหยหวนของดวงวิญญาณบาปดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแก้วที่กำลังแตกละเอียด ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลงอย่างไร้ร่องรอย เผยให้เห็นเส้นทางลับที่ถูกซ่อนไว้หลังค่ายกลโบราณอย่างชัดเจน
กวินถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปสบตากับอาจารย์สาวที่เดินเข้ามาใกล้
"เราทำสำเร็จแล้วค่ะอาจารย์ ทางเข้าห้องใต้ดินที่ใช้กักเก็บดวงวิญญาณของตระกูลหลงเปิดออกแล้ว" กวินแย้มยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่มักทำให้หัวใจที่ด้านชาของปรมาจารย์สาวกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
อาจารย์รินรดายื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดให้เงียบๆ โดยไม่พูดอะไร แม้ริมฝีปากบางจะเม้มแน่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงนั้นเอง หน้าจอระบบโฮโลแกรมตรงหน้ากวินก็เกิดอาการกระพริบถี่รัวเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในโสตประสาทอย่างกะทันหัน—ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนภารกิจปกติทั่วไป แต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตที่หนาวเหน็บถึงขั้วกระดูก
*[เตือนภัยระดับสูงสุด: ตรวจพบตัวตนปริมาณมหาศาลกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาจากจุดบอดของระบบ]*
*[คำเตือน: รหัสลับถูกถอดถอนโดยบุคคลที่สาม... มีผู้บุกรุกเข้าสู่พื้นที่เขตหวงห้ามระดับ SSS]*
*[เป้าหมาย: "ผู้เฝ้ามองแห่งรัตติกาล" ได้ลืมตาตื่นขึ้นแล้ว และมันกำลังจ้องมองมาที่คุณ]*
กวินชะงักค้าง รอยยิ้มเมื่อครู่เลือนหายไปในพริบตา เมื่อเงาร่างมหึมาที่ไร้เงาและไร้ลมหายใจค่อยๆ ก้าวพ้นความมืดออกมาจากผนังศิลาเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงกระซิบอันคุ้นเคยที่ดังขึ้นข้างหู... เสียงที่เหมือนกับเสียงของตัวเขาเองในอีกมิติหนึ่ง
ขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านค่ำคืนอันยาวนานนี้ไปกับเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ•ตอนที่ 22
อาคมสะกดรอย
ผลงานโดย นภากระซิบผี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นภากระซิบผี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกคดีวิญญาณคนบาปฉบับวายร้ายอมตะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!