กลิ่นคาวสนิมเหล็กที่อบอวลอยู่ในอากาศไม่ได้มาจากบาดแผลบนร่างกาย แต่มาจากบาดแผลในความทรงจำที่กำลังฉีกกระชากมินตราให้แหลกสลาย
"ตอบฉันมา วิเวียน... เลิกเล่นเกมแมวไล่จับหนูด้วยชีวิตของคนตายเสียที" มินตราเค้นเสียงผ่านไรฟัน มือสั่นเทาของเธอประคองกริชเงินเล่มเล็กที่สั่นไหวอยู่ตรงหน้าอกของหญิงสาวผู้สง่างามตรงหน้า
เลดี้วิเวียนไม่ได้ขยับเขยื้อน เธอเพียงแค่นั่งอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงสดราวกับราชินีที่กำลังรอคอยการพิพากษา ดวงตาคมกริบดุจดั่งนิลกาฬคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงความอ่อนโยนที่ชวนให้ขนลุกซู่ เธอเอื้อมมือที่สวมถุงมือลูกไม้สีดำสนิทขึ้นมา จับปลายกริชของมินตราแล้วค่อยๆ กดมันลงบนผิวเนื้อนวลเนียนของตนเองจนเลือดสีแดงสดหยดลงบนพรมลายวิจิตร
"ความจริงคือสิ่งที่เธอโหยหามาตลอดสินะคะ มินตราคนดี" น้ำเสียงของวิเวียนนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบของปีศาจยามราตรี "แต่เธอคิดหรือว่า จิตใจที่บอบช้ำของเธอจะรองรับความจริงที่ว่า... คนที่เธอเคยมอบหัวใจให้ทั้งดวง คือคนเดียวกับคนที่ปาดคอพ่อแม่เธอในคืนนั้น?"
อากาศรอบข้างเย็นเยียบลงถนัดตา มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บปวดไปถึงขั้วปอด ภาพในคืนนั้นฉายชัดขึ้นมา—กลิ่นคาวเลือด เสียงกรีดร้อง และเงาของผู้หญิงในชุดคลุมสีดำที่หายไปในความมืดมิด
"เธอโกหก..." มินตราตะโกนลั่น มือที่ถือมีดสั่นรุนแรงกว่าเดิม "เธอพยายามจะปั่นหัวฉันเหมือนที่ทำกับคนอื่นๆ ในปาร์ตี้บ้าๆ นี่! เธอไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้น... เธอคือคนที่สอนให้ฉันรู้จักการมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เหรอ!"
วิเวียนหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเวทนา เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงโปร่งในชุดกระโปรงยาวลากพื้นขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน กลิ่นหอมจางๆ ของกุหลาบดำที่ปนกับกลิ่นไอความตายโชยเข้าจมูกของมินตราจนสับสน
"ความเมตตาที่ฉันมอบให้เธอ คือการที่ฉันยอมปล่อยให้เธอเติบโตขึ้นมาเพื่อที่จะมาฆ่าฉันในวันนี้อย่างไรคะ" วิเวียนเลื่อนมือไปสัมผัสแก้มของมินตราอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เย็นเยียบแต่กลับทำให้หัวใจของมินตราเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง "ในคืนนั้น... ฉันไม่ได้เป็นคนลงมือค่ะ มินตรา"
มินตราชะงัก สายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นสั่นไหวด้วยความไม่เข้าใจ
"แล้วเป็นใคร? ใครกันที่เป็นคนฆ่าพวกท่าน!"
"คนที่เธอเรียกว่า 'คุณพ่อ' ยังไงล่ะคะ" วิเวียนกระซิบถ้อยคำที่ทำให้โลกทั้งใบของมินตราพังทลายลงในพริบตา "เขาไม่ได้ฆ่าเพราะความบ้าคลั่ง แต่เขาฆ่าเพราะสัญญาที่ทำไว้กับตระกูลของฉัน... สัญญาที่แลกมาด้วยเลือด เพื่อให้เธอมีชีวิตอมตะเหมือนกับฉันอย่างไรเล่า"
มินตราก้าวถอยหลังราวกับคนเสียสติ ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อที่แสนดีเริ่มบิดเบี้ยว กลายเป็นปีศาจร้ายที่ยิ้มเยาะเธออยู่ในความมืด วิเวียนก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้มือเรียวสวยนั้นโอบกอดมินตราไว้แน่น ราวกับจะกักขังหญิงสาวไว้ในกรงขังแห่งความจริงที่ไม่อาจหลบหนีได้
"ทุกรอยแผล ทุกหยดน้ำตาที่เธอเสียไป ฉันเห็นมันมาตลอด... และฉันก็เฝ้าดูเธอเติบโตด้วยความรู้สึกที่มากกว่าแค่ 'เหยื่อ' ของเกมนี้" วิเวียนกระซิบที่ข้างหู ก่อนจะคว้ามือของมินตราไปวางไว้บนตำแหน่งหัวใจของเธอที่เต้นเป็นจังหวะเชื่องช้า "ถ้าเธอต้องการแก้แค้นจริงๆ แทนที่จะฆ่าคนที่ไม่ได้ทำผิดอย่างฉัน... ทำไมเราไม่รวมพลังกันไปพังทลายต้นตอของคำสาปนี้ทิ้งเสียล่ะคะ?"
มินตราเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่งดงามดั่งรูปสลักของวิเวียน ในดวงตาคู่นั้นมีความเศร้าโศกนับร้อยปีสะท้อนออกมา ความโกรธแค้นที่เคยมีเริ่มเปลี่ยนเป็นความสับสนที่น่าหวาดหวั่น กริชในมือมินตราร่วงหล่นลงบนพื้นเสียงดังสนั่น
"เธอหลอกใช้ฉันมาตลอด..." มินตราเอ่ยด้วยเสียงอันสั่นเครือ "และตอนนี้เธอกำลังจะให้ฉันเป็นเครื่องมือในการกำจัดศัตรูของเธอ... ใช่ไหม?"
วิเวียนยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูทั้งอำมหิตและแฝงไปด้วยความรักที่ยากจะอธิบาย เธอโน้มใบหน้าลงมาประทับจุมพิตที่เย็นเยียบลงบนริมฝีปากของมินตรา รสชาติของความขมขื่นและเลือดที่ปนเปกันทำให้มินตราไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะขัดขืน
ในวินาทีที่วิเวียนผละออก เสียงประตูห้องโถงใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างรุนแรงจนบานประตูไม้โอ๊คกระแทกเข้ากับผนังหิน ร่างหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับแสงไฟที่วูบไหวจากคบเพลิงด้านหลัง เผยให้เห็นใบหน้าที่มินตราจำได้แม่นยำที่สุด... ใบหน้าที่เธอคิดว่าถูกฝังอยู่ในหลุมศพเมื่อยี่สิบปีก่อน
"ลูกรัก... หนูไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่เลยนะ" ชายวัยกลางคนในชุดคฤหาสน์สีดำสนิทเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นชาจนน่าขนลุก
มินตราตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน สายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายผู้ซึ่งเคยเป็นทั้งพ่อและอดีตของความตายทั้งหมดที่เธอแบกรับไว้ ขณะที่วิเวียนกลับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในเกมนี้
"เอาล่ะค่ะ มินตรา..." วิเวียนกระซิบพลางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น "ดูเหมือนว่า 'ความจริง' จะไม่ได้จบแค่ตรงนี้เสียแล้วนะคะ"
ความมืดมิดของคฤหาสน์ดูเหมือนจะกลืนกินทุกอย่างรอบตัว มินตราหันไปมองชายตรงหน้าสลับกับวิเวียน ในมือของเขามีกุญแจดอกเดิมที่เคยหายไปในคืนนองเลือดนั้น... กุญแจที่จะปลดปล่อยปีศาจทุกตัวในคฤหาสน์แห่งนี้ออกมา
บลัดดี้แมรี่หวังว่าทุกท่านจะยังคงรักษาสติไว้ได้ในคืนที่ความมืดมิดกำลังจะเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของมันนะคะ
กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 40
ความจริงอันแสนเจ็บปวด
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!