กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 40

ความจริงอันแสนเจ็บปวด

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
กลิ่นคาวสนิมเหล็กที่อบอวลอยู่ในอากาศไม่ได้มาจากบาดแผลบนร่างกาย แต่มาจากบาดแผลในความทรงจำที่กำลังฉีกกระชากมินตราให้แหลกสลาย "ตอบฉันมา วิเวียน... เลิกเล่นเกมแมวไล่จับหนูด้วยชีวิตของคนตายเสียที" มินตราเค้นเสียงผ่านไรฟัน มือสั่นเทาของเธอประคองกริชเงินเล่มเล็กที่สั่นไหวอยู่ตรงหน้าอกของหญิงสาวผู้สง่างามตรงหน้า เลดี้วิเวียนไม่ได้ขยับเขยื้อน เธอเพียงแค่นั่งอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงสดราวกับราชินีที่กำลังรอคอยการพิพากษา ดวงตาคมกริบดุจดั่งนิลกาฬคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงความอ่อนโยนที่ชวนให้ขนลุกซู่ เธอเอื้อมมือที่สวมถุงมือลูกไม้สีดำสนิทขึ้นมา จับปลายกริชของมินตราแล้วค่อยๆ กดมันลงบนผิวเนื้อนวลเนียนของตนเองจนเลือดสีแดงสดหยดลงบนพรมลายวิจิตร "ความจริงคือสิ่งที่เธอโหยหามาตลอดสินะคะ มินตราคนดี" น้ำเสียงของวิเวียนนุ่มนวลราวกับเสียงกระซิบของปีศาจยามราตรี "แต่เธอคิดหรือว่า จิตใจที่บอบช้ำของเธอจะรองรับความจริงที่ว่า... คนที่เธอเคยมอบหัวใจให้ทั้งดวง คือคนเดียวกับคนที่ปาดคอพ่อแม่เธอในคืนนั้น?" อากาศรอบข้างเย็นเยียบลงถนัดตา มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บปวดไปถึงขั้วปอด ภาพในคืนนั้นฉายชัดขึ้นมา—กลิ่นคาวเลือด เสียงกรีดร้อง และเงาของผู้หญิงในชุดคลุมสีดำที่หายไปในความมืดมิด "เธอโกหก..." มินตราตะโกนลั่น มือที่ถือมีดสั่นรุนแรงกว่าเดิม "เธอพยายามจะปั่นหัวฉันเหมือนที่ทำกับคนอื่นๆ ในปาร์ตี้บ้าๆ นี่! เธอไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้น... เธอคือคนที่สอนให้ฉันรู้จักการมีชีวิตอยู่ไม่ใช่เหรอ!" วิเวียนหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเวทนา เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงโปร่งในชุดกระโปรงยาวลากพื้นขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน กลิ่นหอมจางๆ ของกุหลาบดำที่ปนกับกลิ่นไอความตายโชยเข้าจมูกของมินตราจนสับสน "ความเมตตาที่ฉันมอบให้เธอ คือการที่ฉันยอมปล่อยให้เธอเติบโตขึ้นมาเพื่อที่จะมาฆ่าฉันในวันนี้อย่างไรคะ" วิเวียนเลื่อนมือไปสัมผัสแก้มของมินตราอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เย็นเยียบแต่กลับทำให้หัวใจของมินตราเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง "ในคืนนั้น... ฉันไม่ได้เป็นคนลงมือค่ะ มินตรา" มินตราชะงัก สายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นสั่นไหวด้วยความไม่เข้าใจ "แล้วเป็นใคร? ใครกันที่เป็นคนฆ่าพวกท่าน!" "คนที่เธอเรียกว่า 'คุณพ่อ' ยังไงล่ะคะ" วิเวียนกระซิบถ้อยคำที่ทำให้โลกทั้งใบของมินตราพังทลายลงในพริบตา "เขาไม่ได้ฆ่าเพราะความบ้าคลั่ง แต่เขาฆ่าเพราะสัญญาที่ทำไว้กับตระกูลของฉัน... สัญญาที่แลกมาด้วยเลือด เพื่อให้เธอมีชีวิตอมตะเหมือนกับฉันอย่างไรเล่า" มินตราก้าวถอยหลังราวกับคนเสียสติ ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อที่แสนดีเริ่มบิดเบี้ยว กลายเป็นปีศาจร้ายที่ยิ้มเยาะเธออยู่ในความมืด วิเวียนก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง คราวนี้มือเรียวสวยนั้นโอบกอดมินตราไว้แน่น ราวกับจะกักขังหญิงสาวไว้ในกรงขังแห่งความจริงที่ไม่อาจหลบหนีได้ "ทุกรอยแผล ทุกหยดน้ำตาที่เธอเสียไป ฉันเห็นมันมาตลอด... และฉันก็เฝ้าดูเธอเติบโตด้วยความรู้สึกที่มากกว่าแค่ 'เหยื่อ' ของเกมนี้" วิเวียนกระซิบที่ข้างหู ก่อนจะคว้ามือของมินตราไปวางไว้บนตำแหน่งหัวใจของเธอที่เต้นเป็นจังหวะเชื่องช้า "ถ้าเธอต้องการแก้แค้นจริงๆ แทนที่จะฆ่าคนที่ไม่ได้ทำผิดอย่างฉัน... ทำไมเราไม่รวมพลังกันไปพังทลายต้นตอของคำสาปนี้ทิ้งเสียล่ะคะ?" มินตราเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าที่งดงามดั่งรูปสลักของวิเวียน ในดวงตาคู่นั้นมีความเศร้าโศกนับร้อยปีสะท้อนออกมา ความโกรธแค้นที่เคยมีเริ่มเปลี่ยนเป็นความสับสนที่น่าหวาดหวั่น กริชในมือมินตราร่วงหล่นลงบนพื้นเสียงดังสนั่น "เธอหลอกใช้ฉันมาตลอด..." มินตราเอ่ยด้วยเสียงอันสั่นเครือ "และตอนนี้เธอกำลังจะให้ฉันเป็นเครื่องมือในการกำจัดศัตรูของเธอ... ใช่ไหม?" วิเวียนยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูทั้งอำมหิตและแฝงไปด้วยความรักที่ยากจะอธิบาย เธอโน้มใบหน้าลงมาประทับจุมพิตที่เย็นเยียบลงบนริมฝีปากของมินตรา รสชาติของความขมขื่นและเลือดที่ปนเปกันทำให้มินตราไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะขัดขืน ในวินาทีที่วิเวียนผละออก เสียงประตูห้องโถงใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างรุนแรงจนบานประตูไม้โอ๊คกระแทกเข้ากับผนังหิน ร่างหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับแสงไฟที่วูบไหวจากคบเพลิงด้านหลัง เผยให้เห็นใบหน้าที่มินตราจำได้แม่นยำที่สุด... ใบหน้าที่เธอคิดว่าถูกฝังอยู่ในหลุมศพเมื่อยี่สิบปีก่อน "ลูกรัก... หนูไม่ควรจะมาอยู่ที่นี่เลยนะ" ชายวัยกลางคนในชุดคฤหาสน์สีดำสนิทเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นชาจนน่าขนลุก มินตราตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน สายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายผู้ซึ่งเคยเป็นทั้งพ่อและอดีตของความตายทั้งหมดที่เธอแบกรับไว้ ขณะที่วิเวียนกลับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในเกมนี้ "เอาล่ะค่ะ มินตรา..." วิเวียนกระซิบพลางกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น "ดูเหมือนว่า 'ความจริง' จะไม่ได้จบแค่ตรงนี้เสียแล้วนะคะ" ความมืดมิดของคฤหาสน์ดูเหมือนจะกลืนกินทุกอย่างรอบตัว มินตราหันไปมองชายตรงหน้าสลับกับวิเวียน ในมือของเขามีกุญแจดอกเดิมที่เคยหายไปในคืนนองเลือดนั้น... กุญแจที่จะปลดปล่อยปีศาจทุกตัวในคฤหาสน์แห่งนี้ออกมา บลัดดี้แมรี่หวังว่าทุกท่านจะยังคงรักษาสติไว้ได้ในคืนที่ความมืดมิดกำลังจะเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของมันนะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%