“ถอนคำพูดนั้นเสีย มินตรา... เจ้ายังไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เจ้ากำลังเรียกร้องหา มันช่างหอมหวานและทรมานเพียงใด”
เสียงกระซิบที่แฝงไปด้วยไอเย็นเยียบของเลดี้วิเวียนยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาท แม้ร่างสูงสง่านั้นจะจากไปทิ้งให้มินตราอยู่ลำพังท่ามกลางโถงทางเดินที่เงียบเชียบจนได้ยินเสียงหัวใจตนเองเต้นเร่า
มินตราไม่ได้กลับห้องพักตามคำสั่งของนาง กลิ่นอายของเลือดจางๆ ที่อบอวลอยู่ในอากาศยามค่ำคืนในคฤหาสน์แห่งนี้มันดึงดูดเธอราวกับแมลงเม่าบินเข้าหากองเพลิง เธอสาวเท้าไปตามผนังหินเย็นเฉียบที่ประดับด้วยภาพวาดสีน้ำมันของบรรพบุรุษตระกูลวอน คาร์สไตน์ ดวงตาในภาพวาดเหล่านั้นดูเหมือนจะจับจ้องมองเธอ ทุกฝีก้าวที่ย่างกรายผ่านคือการฝ่าฝืนกฎที่วิเวียนขีดเส้นไว้
*“กลับไปที่ที่เจ้าจากมา... หรือไม่ก็... อยู่เป็นเพื่อนข้าไปตลอดกาล”*
คำพูดนั้นไม่ได้เป็นเพียงคำขู่ แต่มันคือคำเชื้อเชิญที่น่าสะพรึงกลัว มินตราหยุดลงตรงหน้าชั้นหนังสือเล่มหนาที่ดูผิดที่ผิดทาง เธอใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามสันหนังสือหนังเก่าแก่ ก่อนจะชะงักเมื่อพบรอยบากลึกที่มุมไม้ข้างใต้แสงเทียนสลัว เธอสูดหายใจเข้าลึก กดลงไปที่สลักนั้นเบาๆ
*คลิก*
ผนังหินเคลื่อนตัวออกอย่างเงียบเชียบ เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดตัวลงสู่ชั้นใต้ดิน กลิ่นกำยานผสมกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ลอยปะทะจมูก มินตราไม่รอช้า เธอจุดเทียนไขในมือแล้วก้าวเข้าสู่ความมืดมิดที่ซ่อนเร้น พื้นทางเดินลาดเอียงลงไปลึกขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงประตูเหล็กดัดที่ถูกล่ามด้วยโซ่เส้นหนา
เบื้องหลังประตูบานนั้น... คือห้องลับที่ไม่มีใครในคฤหาสน์เคยล่วงรู้ถึงการมีอยู่
มินตราผลักประตูเข้าไป แสงเทียนวูบไหวเผยให้เห็นตู้กระจกเรียงรายตลอดผนัง ภายในนั้นไม่ได้บรรจุเครื่องเพชรหรือสมบัติล้ำค่า หากแต่เป็น ‘สิ่งของ’ ที่ดูน่าขนลุก เครื่องประดับที่เปื้อนคราบแห้งกรังของของเหลวสีเข้ม จดหมายรักที่จ่าหน้าถึงชื่อคนที่ตายไปนานแล้ว และตุ๊กตากระเบื้องที่ใบหน้าแตกสลายแต่ยังมีดวงตาใสแจ๋วที่ดูราวกับกำลังจับจ้องผู้บุกรุก
“ที่นี่มันอะไรกัน...” มินตราพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือแต่ทว่าเต็มไปด้วยความโหยหาที่จะรู้ความจริง
เธอก้าวไปยังโต๊ะไม้ตัวกลาง บนนั้นมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่ ปกหนังสีดำสนิททำจากผิวสัมผัสที่ไม่คุ้นเคย มินตราเปิดมันออก ลายมือหวัดแกมบรรจงที่คุ้นตาปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษเหลืองกรอบ
*‘ความรักคือนักโทษนิรันดร์ หากข้ากักขังเจ้าไว้ได้ในกรงแห่งนี้ เจ้าก็จะเป็นของข้าตลอดกาล... ไม่ว่าเจ้าจะปรารถนาหรือไม่ก็ตาม’*
หัวใจของมินตรากระตุกวูบ เธอพลิกหน้าถัดไป และที่นั่น... ภาพวาดสีน้ำที่ดูเหมือนภาพสเก็ตช์จากเหตุการณ์จริง ปรากฏเป็นร่างของเด็กสาวคนหนึ่งในคืนที่เลือดนองพื้น และเหนือร่างนั้นคือเงาของสตรีผู้สง่างามที่เธอกำลังหลงใหล
ภาพเด็กสาวในสมุดบันทึกคนนั้น... คือเธอเอง
มินตราทรุดตัวลงคุกเข่า ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ความทรงจำที่เธอพยายามลบเลือนในคืนนรกคืนนั้นเริ่มชัดเจนขึ้น ไม่ใช่โจรที่บุกเข้ามาฆ่าครอบครัวเธอ แต่เป็น... เธอถูกนำตัวมาที่นี่โดยสตรีผู้นี้ตั้งแต่วันนั้น
“เจ้าช่างขี้สงสัยเหลือเกินนะ มินตรา”
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจดังมาจากความมืดด้านหลัง มินตราสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมอง เงาร่างของเลดี้วิเวียนปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงธรณีประตู ดวงตาคู่สวยคู่นั้นไม่ได้มีแววโกรธเคือง หากแต่ทอประกายราวกับสัตว์ร้ายที่เพิ่งต้อนเหยื่อเข้ามุมได้สำเร็จ วิเวียนก้าวเข้ามาใกล้ แสงเทียนในมือมินตราดับลงทันทีราวกับถูกลมหายใจของปีศาจเป่าดับ
ความมืดมิดเข้าปกคลุมทุกสรรพสิ่ง เหลือเพียงสัมผัสของปลายนิ้วเย็นเฉียบที่กรีดกรายลงบนลำคอระหงของมินตรา
“เจ้าอยากรู้นักใช่ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น?” วิเวียนกระซิบชิดใบหู ลมหายใจของนางเย็นเยือกจนมินตราต้องสั่นสะท้าน “งั้นข้าจะแสดงให้เจ้าดู... ว่าเจ้ากลายเป็นของข้าตั้งแต่วินาทีที่ข้าดื่มกินความโศกเศร้าของเจ้าในคืนนั้นได้อย่างไร”
มินตราพยายามจะถอยหนี แต่ทว่าร่างกลับถูกแรงมหาศาลกดตรึงไว้กับโต๊ะไม้ กลิ่นหอมประหลาดจากกายของวิเวียนรุนแรงจนสติสัมปชัญญะของเธอเริ่มพร่าเลือน ทันใดนั้น วิเวียนก็จงใจขยับตัวเข้ามาประชิดจนหน้าอกของทั้งคู่แนบชิดกัน นางใช้นิ้วชี้เชยคางของมินตราขึ้นให้สบตากับดวงตาสีเลือดที่เรืองรองอยู่ในความมืด
“ไม่ต้องกลัว... เพราะต่อจากนี้ไป กรงขังมยุราแห่งนี้จะมิใช่กรงขังอีกต่อไป แต่มันคือรังที่ข้าจะหล่อเลี้ยงเจ้า... ด้วยความเจ็บปวดที่แสนหวานที่สุดที่เจ้าเคยได้รับมา”
สิ้นคำกล่าว วิเวียนก็โน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากแทบจะแตะกัน ทว่าในจังหวะที่หัวใจมินตราแทบจะหยุดเต้นด้วยความหวาดหวั่นและปรารถนาที่ตีรวนกันไปหมด เสียงเคาะประตูห้องลับจากฝั่งด้านนอกก็ดังขึ้น... รัว เร็ว และเต็มไปด้วยความกระหายเลือด!
ไม่ใช่แค่คน... แต่เป็นเสียงของ ‘บางอย่าง’ ที่พยายามจะพังประตูเข้ามาเพื่อช่วงชิงมินตราไปจากเงื้อมมือของวิเวียน
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดไปกับบลัดดี้แมรี่นะคะ
กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 7
ความลับใต้เงาเทียน
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!