กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 8

คมเขี้ยวที่ซ่อนเร้น

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
"มินตรา วางมีดเงินนั่นลงเสีย แล้วหันกลับมามองฉัน... ด้วยดวงตาที่ไม่มีคำถาม" เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ดังขึ้นจากเงามืดหลังม่านกำมะหยี่สีเลือด มินตราสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือมีดสลักลายโบราณสั่นไหวจนคมโลหะกระทบกันเกิดเสียงดังกริ๊งเบาๆ ในความเงียบสงัดของห้องสมุดต้องห้าม คฤหาสน์ราตรีสีเลือดคืนนี้เงียบผิดปกติ ราวกับว่าแม้แต่เสียงหัวใจของเธอก็ยังกลายเป็นสิ่งแปลกปลอม มินตราค่อยๆ หันกลับไป พบเลดี้วิเวียนยืนพิงชั้นหนังสือโบราณ ร่างสูงโปร่งในชุดกระโปรงสีดำสนิทขับเน้นผิวขาวซีดจนเกือบโปร่งแสง นัยน์ตาสีอเมทิสต์ของวิเวียนไม่ได้จ้องมองมาที่ใบหน้าของเธอ แต่จ้องเขม็งไปยังรอยบาดเล็กๆ บนนิ้วชี้ของมินตรา ที่เกิดจากการพลาดท่าขณะพยายามแกะผนึกจดหมายลับเมื่อครู่ "เลดี้วิเวียน... ดิฉันขอประทานอภัยค่ะ ดิฉันเพียงแค่..." "ไม่ต้องแก้ตัว" วิเวียนขัดขึ้น จังหวะการก้าวเดินของเธอนุ่มนวลราวกับเสือดาวที่ย่องล่าเหยื่อ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบที่เหี่ยวเฉาและกลิ่นอายดินเย็นเยียบอบอวลไปทั่วบริเวณ "ความอยากรู้อยากเห็นเป็นนิสัยที่น่ารัก... แต่บางครั้งมันก็เปรียบเสมือนคมมีดที่ย้อนกลับมาเชือดเฉือนผู้ถือครองเอง" วิเวียนหยุดยืนตรงหน้ามินตรา ระยะห่างเพียงไม่กี่คืบทำให้มินตราสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างของอีกฝ่าย มือเรียวยาวขาวซีดของเลดี้วิเวียนเอื้อมมาจับข้อมือของมินตราไว้อย่างมั่นคง แต่นุ่มนวลอย่างประหลาด ก่อนจะใช้นิ้วหัวแม่มือแตะเบาๆ ลงบนบาดแผลที่เลือดกำลังซึมออกมา มินตรากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกที่แฝงไว้ด้วยความวาบหวามประหลาด เธอเห็นวิเวียนโน้มใบหน้าลงมา ริมฝีปากบางสีซีดจางคลี่ออกเป็นรอยยิ้มที่ทำให้มินตรารู้สึกราวกับถูกสะกดจิต "เลือดของเจ้า..." วิเวียนพึมพำ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหิวกระหายที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ท่าทีสง่างาม "มันมีรสชาติของความโศกเศร้าที่เข้มข้นเสียจริง มินตรา" "ท่าน... ท่านพูดอะไรนะคะ" มินตราพยายามดึงข้อมือกลับ แต่กลับพบว่าตนเองไร้เรี่ยวแรง ราวกับว่ากระดูกและกล้ามเนื้อในกายถูกมนต์สะกดตรึงไว้กับที่ วิเวียนไม่ตอบ แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ในจังหวะที่มินตรากำลังจะอ้าปากถามซ้ำ สิ่งที่ดวงตาของเธอมองเห็นกลับทำให้หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ บริเวณมุมปากของเลดี้วิเวียน สิ่งที่เธอคิดว่าเป็นเพียงความผิดปกติของแสงเงาในคฤหาสน์บัดนี้มันชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด... เขี้ยวสีขาวแหลมคมสองซี่ค่อยๆ งอกยาวออกมาจากขากรรไกรบนของหญิงสาวผู้สง่างามคนนี้ มินตราบิดตัวหนีด้วยความตกใจ ข้อมือของเธอหลุดพ้นจากการเกาะกุม แต่เธอกลับเซไปพิงกับโต๊ะไม้มะฮอกกานีจนแจกันดอกไม้ล้มลงแตกกระจาย เสียงแก้วแตกดังสนั่นราวกับเสียงฟ้าผ่าในความเงียบ แต่วิเวียนไม่ได้สนใจเสียงนั้นเลย สายตาของนางยังคงจ้องเขม็งไปที่รอยเลือดบนนิ้วของมินตรา ราวกับนักล่าที่ถูกกลิ่นคาวเลือดกระตุ้นสัญชาตญาณดิบจนยากจะควบคุม "เจ้ากลัวข้าหรือ?" วิเวียนเอ่ยถาม น้ำเสียงดูเศร้าสร้อยอย่างจับใจ หากแต่ในความเศร้านั้นมีประกายของความกระหายที่ทำให้มินตราขนลุกเกรียวไปถึงสันหลัง "ท่าน... ท่านเป็นใครกันแน่" มินตราเค้นเสียงถาม มือที่ว่างสั่นระริก "ที่ผ่านมาทั้งหมด... สิ่งที่เกิดขึ้นในคฤหาสน์หลังนี้... ท่านหลอกลวงดิฉันมาโดยตลอดใช่ไหมคะ?" วิเวียนก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกขั้น ครั้งนี้ไม่มีความนุ่มนวลเหลืออยู่ แววตาของนางเปลี่ยนจากสีอเมทิสต์ที่อ่อนโยนกลายเป็นสีแดงก่ำดุจทับทิมอาบเลือด "คำว่าหลอกลวงนั้นรุนแรงไปนิดมินตรา... ข้าเพียงแค่รอคอย รอคอยวันที่เจ้าจะพร้อมเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า กรงขังมยุราแห่งนี้ ไม่ใช่ที่สำหรับมนุษย์เดินดินธรรมดา" ความหวาดกลัวเริ่มถูกแทนที่ด้วยความสับสนมหาศาล มินตรามองเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่นั้น เงามืดที่ขยับเขยื้อนผิดธรรมชาติในมุมห้องเริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับสิ่งเหล่านั้นกำลังรอคอยคำสั่งจากหญิงสาวตรงหน้า "ความจริงที่ท่านว่าคืออะไร" มินตราถาม พยายามบังคับน้ำเสียงให้มั่นคง แม้ขาของเธอจะเริ่มหมดแรง "ท่านไม่ใช่คน ท่านเป็น... อะไรกันแน่" วิเวียนหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้า มินตราเห็นเขี้ยวแหลมนั้นชัดเจนเต็มตาในระยะใกล้เพียงลมหายใจกั้น ก่อนที่วิเวียนจะค่อยๆ ยื่นมือมาเชยคางของเธอให้เงยขึ้น สายตาที่ประสานกันนั้นไม่มีความปรานีเหลืออยู่ มีเพียงอำนาจที่กดทับให้มินตราต้องจำนนต่อทุกสิ่ง "อยากรู้มากนักใช่ไหม?" วิเวียนกระซิบข้างใบหู แรงกดจากปลายนิ้วที่คางทำให้มินตราเจ็บแปลบ "คืนนี้พระจันทร์สีเลือดจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง และถ้าเจ้ายังมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนั้น... เจ้าจะได้รับรู้ว่าสายเลือดที่ไหลเวียนในกายเจ้า คือกุญแจดอกสุดท้ายที่ปลดปล่อยคำสาปนี้" ทว่าในขณะที่มินตรายังไม่ทันได้ซักถามสิ่งที่อยู่ในใจ ประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังของวิเวียนก็แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงกระแทกจากภายนอก เงาดำสายหนึ่งพุ่งปราดเข้ามากลางห้องสมุดพร้อมกับเสียงคำรามที่ฟังดูไม่เหมือนมนุษย์ และก่อนที่มินตราจะได้กรีดร้อง เธอก็พบว่าปลายมีดเงินในมือของเธอถูกบางอย่างกระชากออกไป และเลดี้วิเวียนที่เคยยืนสง่างามได้หายวับไปจากตรงหน้า เหลือทิ้งไว้เพียงความมืดมิดที่กำลังโอบล้อมร่างของเธอเอาไว้พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยในความมืด... "วิ่งสิ มินตรา... ค่ำคืนแห่งการล่าได้เริ่มขึ้นแล้ว" หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงดื่มด่ำไปกับความลึกลับและคมเขี้ยวที่ซ่อนเร้นอยู่นะคะ ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับบลัดดี้แมรี่ค่ะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%