“อย่าสั่นสิคะมินตรา... ความกลัวน่ะ เป็นรสชาติที่ไม่อร่อยเอาเสียเลยสำหรับแขกในค่ำคืนนี้”
เสียงกระซิบแหบพร่าคล้ายเสียงกรีดกรายของใบมีดบนกำมะหยี่ดังอยู่ชิดใบหูของฉัน กลิ่นหอมประหลาดที่ชวนให้นึกถึงดอกกุหลาบที่เริ่มเน่าเปื่อยผสมปนเปกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ อบอวลอยู่รอบตัวเลดี้วิเวียน เธอไม่ได้ปล่อยมือจากฉัน แต่กลับกระชับมันแน่นขึ้นจนฉันรู้สึกถึงจังหวะชีพจรที่เต้นแรงผิดปกติใต้ผิวหนังที่เย็นเฉียบราวกับหินอ่อนของเธอ
โถงจัดเลี้ยงขนาดมหึมาที่ถูกเนรมิตขึ้นภายใต้คฤหาสน์ราตรีสีเลือดแห่งนี้ไม่ได้มีแค่แสงเทียนที่วูบไหว แต่มี ‘สิ่งอื่น’ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในเงามืด เหล่าแขกเหรื่อที่สวมหน้ากากปิดบังใบหน้าต่างจับจ้องมาที่ฉัน ราวกับว่าฉันเป็นเหยื่อเพียงตัวเดียวที่หลุดเข้ามาในรังของนักล่าที่หิวโหย
“ฉันไม่ได้กลัว” ฉันสวนกลับ พยายามดึงมือที่สั่นเทาของตัวเองออกมา แต่ทว่าฝ่ามือของวิเวียนกลับเหนียวหนึบราวกับถูกพันธนาการด้วยเงื่อนปมที่ไม่อาจแก้ออก “ฉันแค่... สงสัยว่าทำไมคนตายถึงยังเดินเพ่นพ่านอยู่ในที่แห่งนี้ได้”
วิเวียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นงดงามแต่บาดลึกถึงกระดูก เธอหมุนตัวฉันให้หันไปเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าของโถงเต้นรำที่ว่างเปล่า ทว่าบนพื้นไม้โอ๊กที่ขัดมันจนวาววับนั้น กลับปรากฏเงาสะท้อนของใครหลายคนที่ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆ พวกเขาเต้นรำไปตามจังหวะดนตรีที่ไร้ที่มา เสียงไวโอลินที่โหยหวนราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณดังสะท้อนก้องกังวาน
“ความตายเป็นเพียงเส้นแบ่งที่เปราะบางค่ะมินตรา” เธอเชยคางฉันขึ้นด้วยปลายนิ้วที่เย็นจัด ดวงตาของเธอภายใต้หน้ากากสีเงินวาวโรจน์ด้วยประกายสีแดงก่ำ “เราทุกคนที่นี่ต่างก็ถูกขังอยู่ในกรงขังแห่งความปรารถนา และสำหรับคุณ... กรงขังนั้นเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น”
ฉันมองเห็นเงาสะท้อนในดวงตาของเธอ มันไม่ใช่ภาพของโถงเต้นรำ แต่เป็นภาพคฤหาสน์หลังเดิมที่ไฟกำลังลุกไหม้ ภาพความทรงจำที่ฉันพยายามจะฝังกลบให้ลึกที่สุดกลับถูกขุดขึ้นมาฉายซ้ำเหมือนหนังม้วนเก่าที่ขาดวิ่น หัวใจของฉันกระตุกวูบเมื่อเห็นชายคนหนึ่งในเงามืด—ชายผู้ที่มีใบหน้าถูกลบเลือนไปราวกับภาพวาดที่โดนน้ำกรดสาด—เขากำลังยืนมองเราอยู่จากมุมมืดที่สุด
“นั่นใคร” ฉันกระซิบ ลมหายใจสะดุด
“ผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ” วิเวียนเลิกคิ้ว แววตาของเธอเปลี่ยนจากความหยอกเย้าเป็นความเย็นชาในทันที “หรือบางที... อาจจะเป็นเศษเสี้ยวของอดีตที่คุณลืมทิ้งไว้ข้างหลังเมื่อหลายปีก่อน”
จังหวะดนตรีเปลี่ยนไป มันหนักแน่นและรุนแรงขึ้น ราวกับเสียงหัวใจของคฤหาสน์ที่กำลังเต้นเร้า วิเวียนดึงฉันเข้าหาตัวอย่างกะทันหัน ความใกล้ชิดนี้มันรุนแรงจนฉันรู้สึกหายใจไม่ออก กลิ่นอายของเธอคือคำเชื้อเชิญที่อันตรายที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้รับ
“เต้นกับฉันสิคะ” เธอสั่งไม่ใช่ขอร้อง “หากคุณไม่อยากให้เงาสีดำนั่นควักหัวใจของคุณออกมาดูตอนนี้”
ฉันไม่มีทางเลือก มือของฉันวางลงบนเอวคอดของเธออย่างจำยอม ในขณะที่เธอก้าวเท้าพาฉันหมุนไปกลางโถง การเต้นรำนี้ไม่ใช่การรื่นเริง แต่มันคือการแลกเปลี่ยนพลังงาน ทุกครั้งที่ร่างของเราสัมผัสกัน ฉันรู้สึกถึงความร้อนที่แผ่ซ่านเข้ามาในกระแสเลือด ความปวดร้าวจากการสูญเสียเริ่มถูกแทนที่ด้วยตัณหาที่บิดเบี้ยว—ตัณหาที่จะรอดชีวิต ไม่ว่าต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม
“คุณดูเหมือนแม่ของคุณมาก” วิเวียนกระซิบชิดใบหู “โดยเฉพาะตอนที่หวาดกลัว... ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาและแรงอาฆาตนั่น มันช่างเป็นสิ่งที่ฉันโหยหาที่สุดในรอบศตวรรษ”
ฉันตัวแข็งทื่อ คำพูดของเธอเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟแห่งความแค้น “คุณรู้จักแม่ของฉัน? คุณเป็นคนทำลายทุกอย่างใช่ไหม!”
ฉันพยายามจะผลักเธอออก แต่เธอกลับยึดร่างฉันไว้แน่นขึ้นและหมุนตัวฉันอย่างรวดเร็วจนภาพทุกอย่างรอบตัวพร่าเลือนไปหมด สิ่งที่น่ากลัวกว่าการถูกทำร้ายคือความจริงที่ว่า... ร่างกายของฉันกลับตอบสนองต่อการสัมผัสของเธออย่างน่ารังเกียจ
“ทำลาย? เปล่าเลยค่ะ ฉันแค่เก็บรักษา...” วิเวียนหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหยุดฝีเท้ากะทันหันที่กลางโถง มือของเธอละจากเอวฉันไปแตะที่หน้ากากของชายที่ยืนอยู่ในเงามืดคนนั้น “เก็บรักษาไว้ในกรงทองที่ไม่มีวันถูกเปิดออก”
ชายในเงามืดก้าวออกมา เขาไม่มีใบหน้า—มีเพียงพื้นผิวเรียบเนียนสีขาวโพลนที่ดูราวกับหน้ากากที่หลอมละลายรวมกับเนื้อหนังจริง เขาชูมือขึ้นมา สิ่งที่อยู่ในมือเขานั้นทำให้หัวใจของฉันหยุดเต้นไปชั่วขณะ
มันคือล็อกเก็ตสีเงินที่มีรอยเปื้อนเลือดแห้งกรัง... ล็อกเก็ตที่ฉันทำหายไปในคืนที่คฤหาสน์ของครอบครัวฉันกลายเป็นเถ้าถ่าน
วิเวียนโน้มตัวลงมาประทับจูบเบาๆ บนขมับของฉัน ความเย็นวาบแล่นผ่านร่างราวกับถูกแช่แข็งในน้ำแข็ง
“ได้เวลาดูความจริงที่ซ่อนอยู่หลังหน้ากากไร้ใบหน้านั่นแล้วนะคะ... หรือคุณจะยอมจำนนต่อความตายตั้งแต่ตอนนี้เลย?”
นิ้วเรียวของวิเวียนค่อยๆ เอื้อมไปแตะที่รอยต่อของใบหน้าชายคนนั้น ก่อนที่เธอจะกระชากผิวหนังชั้นนอกออกมา เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ภายใต้หน้ากากไร้ใบหน้าที่ทำให้ฉันต้องกรีดร้องออกมาด้วยความตกตะลึง!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในค่ำคืนที่แสนอันตรายกับมินตราและเลดี้วิเวียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 2
ใต้หน้ากากไร้ใบหน้า
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!