"หยุดสั่นเสียที มินตรา... เจ้าไม่ใช่เด็กหญิงขี้ขลาดที่แอบอยู่ใต้เตียงในคืนนั้นอีกแล้ว"
เสียงของฉันเองที่กระซิบอยู่ภายในจิตใจช่างฟังดูแปลกหู ราวกับถูกถ่ายทอดผ่านฟิลเตอร์ของความบ้าคลั่ง ฉันทรุดตัวลงกับพื้นหินอ่อนเย็นเยียบภายในห้องโถงกว้างที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า เลือดในกายฉันไม่ได้ไหลเวียนเหมือนมนุษย์ปกติอีกต่อไป แต่มันกำลัง 'เดือด' ดั่งลาวาที่ถูกปลุกจากภูเขาไฟที่ดับไปนานปี
มือของฉัน—มือที่เคยจับปากกาเขียนบันทึกความทุกข์ระทม—บัดนี้สั่นเทาจนเห็นเส้นเลือดสีม่วงคล้ำขยายตัวชัดเจนใต้ผิวหนังที่ซีดเผือด ฉันขยำผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงสดจนเนื้อผ้าแทบขาดวิ่น พลังงานบางอย่างที่อธิบายไม่ได้กำลังพุ่งพล่านจากกระดูกสันหลังสู่ปลายนิ้ว มันไม่ใช่เวทมนตร์อ่อนหวานที่คนในนิทานกล่าวถึง แต่มันคือพลังแห่งการทำลายล้างที่หิวกระหาย
"เป็นอย่างไรบ้างคะ? รู้สึกถึง 'ของขวัญ' ที่ฉันมอบให้หรือยัง?"
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจดังมาจากมุมมืดของโถงทางเดิน เลดี้วิเวียนก้าวออกมาจากเงามืด ร่างสูงระหงของนางในชุดราตรียาวสีดำสนิทช่างงดงามจนน่าสะพรึงกลัว ดวงตาสีอำพันของนางจ้องมองฉันด้วยความพึงพอใจ ราวกับกำลังชมงานศิลปะชิ้นเอกที่นางเป็นผู้รังสรรค์ด้วยคราบเลือด
ฉันพยายามจะลุกขึ้น แต่เรี่ยวแรงกลับถูกกระชากหายไปชั่วขณะ "คุณทำอะไรกับฉัน... วิเวียน? ร่างกายนี้... มันไม่ใช่ของฉันอีกแล้ว"
วิเวียนเดินเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างเราลดน้อยลงจนฉันได้กลิ่นหอมเย็นเยือกของดอกกุหลาบดำและกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ลอยมาจากตัวนาง นางย่อตัวลงตรงหน้าฉัน นิ้วเรียวยาวที่เย็นดุจน้ำแข็งเชยคางฉันขึ้น บังคับให้ฉันต้องสบตากับขุมนรกในดวงตาคู่นั้น
"เจ้าไม่ได้สูญเสียตัวตนไปหรอก มินตรา... เจ้าแค่กำลัง 'ตื่น' ต่างหาก" วิเวียนกระซิบ เสียงของนางสั่นประสาทจนฉันขนลุกเกรียว "ความเจ็บปวดที่เจ้าแบกรับมาตลอดชีวิต บัดนี้มันได้แปรเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี พลังที่ซ่อนเร้นในสายเลือดที่หลับไหลของเจ้า... มันรอคอยเวลาที่จะกัดกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า"
"ฉันไม่ต้องการมัน!" ฉันสะบัดหน้าหนี พยายามผลักนางออก แต่ทันทีที่ปลายนิ้วของฉันสัมผัสกับแขนเสื้อของวิเวียน สิ่งมหัศจรรย์และน่าสะพรึงก็เกิดขึ้น—รอยไหม้สีดำปรากฏขึ้นบนเนื้อผ้าชุดราตรีของนาง ราวกับถูกกรดกัดกร่อน
วิเวียนชะงักไปครู่หนึ่ง แต่นางกลับหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความโกรธเคือง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นที่น่าขนพองสยองเกล้า "ช่างเปี่ยมพลัง... ยิ่งกว่าที่ข้าจินตนาการไว้เสียอีก"
"นี่มันปีศาจอะไรกัน!" ฉันกรีดร้อง ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปทั่วอก ฉันพยายามรวบรวมสติ แม้จะรู้สึกว่ามีกระแสไฟฟ้าลึกลับวิ่งวนอยู่ในหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ
"ปีศาจงั้นหรือ?" วิเวียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดสายตามองไปรอบห้องโถงที่เต็มไปด้วยภาพวาดบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ "เราทุกคนต่างก็เป็นปีศาจในกรงขังของตัวเองทั้งนั้น มินตรา... เจ้าคิดว่าความโศกเศร้าที่เจ้าหวงแหนนักหนาน่ะ คือความเป็นมนุษย์งั้นหรือ? ไม่เลย... มันเป็นเพียงโซ่ตรวนที่ผูกมัดเจ้าไว้กับความอ่อนแอ"
นางเดินวนรอบตัวฉันเหมือนนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม "ลองนึกถึงภาพในคืนนั้นสิ... คืนที่เสียงกรีดร้องของครอบครัวเจ้าดังระงมไปทั่วคฤหาสน์ เจ้าจำความรู้สึกของหยดเลือดที่กระเซ็นถูกใบหน้าได้ไหม? ความรู้สึกที่อยากจะฆ่าฟันทุกสิ่งที่พรากทุกอย่างไปจากเจ้า... นั่นแหละคือพลังที่แท้จริงของเจ้า"
คำพูดของนางเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลเก่า ความทรงจำสีเลือดไหลบ่าเข้ามาดั่งเขื่อนแตก ฉันจำได้... ภาพความตาย เสียงกระดูกที่แตกหัก... และความเกลียดชังที่สุมอยู่ในอกจนแทบระเบิด บัดนี้พลังแปลกประหลาดในร่างกายเริ่มตอบสนองต่อความเกลียดชังนั้น มันร้อนรุ่มจนผิวหนังฉันเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
"หยุด... หยุดพูดเดี๋ยวนี้!" ฉันตะโกน กวาดมือไปในอากาศอย่างบ้าคลั่ง พลังงานมหาศาลระเบิดออกจากปลายนิ้ว แจกันคริสตัลบนโต๊ะข้างๆ แตกกระจายละเอียดเป็นผุยผงโดยที่ฉันไม่ต้องแตะต้อง
วิเวียนยืนนิ่งท่ามกลางเศษแก้วที่ร่วงหล่น นางไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย นางแค่เลิกคิ้วมองฉันด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ฉันใจหายวาบ
"เจ้าเริ่มควบคุมมันได้แล้ว... เพียงแค่ต้องยอมรับว่าความมืดมิดไม่ใช่ศัตรู" วิเวียนก้าวเข้ามาหาฉันอีกครั้ง คราวนี้มือของนางโอบประคองใบหน้าฉันไว้อย่างอ่อนโยน ทว่าสัมผัสนั้นกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกมัดด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น "เจ้าจะเดินไปกับข้าในฐานะเหยื่อที่รอวันตาย หรือในฐานะราชินีแห่งค่ำคืนนี้?"
ฉันมองดูมือตัวเองที่สั่นระริก สีของเล็บเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ความเย็นที่เคยแผ่ซ่านค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความฮึกเหิมที่อันตราย ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของความตายที่เคยหวาดกลัว กลับกลายเป็นกลิ่นที่หอมหวานในนาทีนี้
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ฉันกำลังจะเอ่ยปากตอบ ทันใดนั้นบานประตูไม้โอ๊คขนาดใหญ่ของห้องโถงก็ถูกกระแทกจนเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามาพร้อมกับความกดอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
"ปล่อยตัวเธอเสีย วิเวียน... ความลับที่เจ้าซ่อนไว้ในเลือดของเด็กคนนี้ มันไม่ใช่ของเล่นที่เจ้าจะมาหยิบฉวยไปได้ง่ายๆ"
ร่างของชายชุดดำที่ฉันคุ้นตาในฝันร้ายปรากฏขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับดาบเงินในมือที่ส่องประกายวาววับรับกับแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ มินตราเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ฮู้ดสีดำนั้น... เพราะเขาคือคนคนเดียวกับที่ฉันเห็นในนิมิตสุดท้ายก่อนที่ครอบครัวของฉันจะสิ้นลม!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับบลัดดี้แมรี่นะคะ
กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 31
ความสับสนของมินตรา
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!