“ถอยไป มินตรา!”
เสียงตวาดของวิเวียนเฉียบขาดราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในโถงทางเดิน คฤหาสน์ราตรีสีเลือดสั่นสะเทือนด้วยแรงกระแทกจากดาบเงินที่ฟาดฟันเข้าใส่บานประตูไม้โอ๊คหนาหนัก ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทนั้นไม่ได้มีท่าทีลังเล มันขยับตัวด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ กลิ่นอายของความตายและกลิ่นคาวสนิมเหล็กอบอวลไปทั่วอากาศ
มินตราตัวแข็งทื่อ ดวงตาของเธอเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ฮู้ด—ใบหน้าเดียวกับที่หลอกหลอนในฝันร้ายของเธอมาตลอดสิบปี มือของเธอสั่นระริกจนเผลอทำสร้อยคอรูปนกยูงที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กหลุดมือ เสียงกระทบพื้นหินดังกังวานในความเงียบ
“คนคนนั้น... เขาคือ...” เสียงของมินตราขาดห้วงราวกับถูกบีบคอ
“ฉันบอกให้ไปไงเล่า!” วิเวียนตะคอกอีกครั้ง ครั้งนี้แววตาที่เคยมั่นคงของเลดี้ผู้สง่างามกลับไหวระริก เธอพุ่งตัวเข้าขวางระหว่างมินตรากับชายชุดดำ กางแขนออกปกป้องดั่งปีกของกุหลาบดำที่พยายามจะโอบอุ้มหนามแหลมไม่ให้ทิ่มแทงหัวใจสำคัญ
ชายชุดดำหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงที่แหบพร่าราวกับเศษแก้วเสียดสีกัน “เลดี้วิเวียน... ท่านยังคงดันทุรังที่จะเก็บดอกไม้ที่รอวันเหี่ยวเฉาเอาไว้อยู่อีกหรือ? ชะตากรรมของนางถูกเขียนไว้ด้วยเลือดตั้งแต่วินาทีที่ข้าก้าวเข้าสู่บ้านหลังนั้นเมื่อสิบปีก่อนแล้ว”
วิเวียนไม่ตอบโต้ด้วยคำพูด เธอสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว สายลมสีม่วงเข้มก่อตัวขึ้นเป็นแส้ลากยาวฟาดเข้าใส่ร่างนั้นจนกระเด็นทะลุหน้าต่างบานใหญ่ไปด้านนอก แต่แรงปะทะนั้นก็ทำให้วิเวียนซวนเซจนต้องใช้มือยันกำแพงไว้ เลือดสีสดหยดลงบนพรมเปอร์เซียสีแดงก่ำ
“วิเวียน... ท่านบาดเจ็บ...” มินตราถลาเข้าไปหา ทว่าถูกผลักออกด้วยแรงที่แข็งแกร่งจนน่าใจหาย
“อย่าแตะต้องตัวฉัน” วิเวียนหันกลับมา แววตาของเธอดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรที่เย็นเยียบ “ถ้าเธอไม่อยากตายไปพร้อมกับฉัน ก็จงหุบปากแล้ววิ่งไปที่ห้องใต้ดินทางปีกตะวันออกซะ อย่ากลับออกมาจนกว่าดวงจันทร์จะลับขอบฟ้า... ได้ยินไหม มินตรา!”
ความเย็นชาที่วิเวียนมอบให้มันเจ็บปวดเสียยิ่งกว่าบาดแผลจากดาบเงินเสียอีก มินตราจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามมองหาเศษเสี้ยวของความอ่อนโยนที่เคยมีให้กัน แต่เธอพบเพียงกำแพงหนาเตอะที่เลดี้ผู้นี้จงใจสร้างขึ้นเพื่อกันเธอออกไป
“ท่านจะผลักไสข้าเพียงเพราะกลัวว่าข้าจะเห็นความอ่อนแอของท่านหรือ?” มินตราถาม น้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ข้าไม่ใช่ตุ๊กตาในกรงของท่านนะวิเวียน! ข้าสูญเสียทุกอย่างมาแล้ว และข้าจะไม่ยอมเสียท่านไปอีกคนเด็ดขาด!”
วิเวียนชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นดอกกุหลาบที่อาบยาพิษรอบตัวเธอจางลงเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยแยกในใจที่สั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่าหากมินตรายังคงยืนอยู่ตรงนี้ ศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าจะใช้ความรักเป็นจุดอ่อนในการสังหารพวกเธอทั้งคู่
“ถ้าเธออยากตายมากนัก... ก็เชิญอยู่ให้สมใจ” วิเวียนแค่นยิ้มที่ดูใจสลายที่สุด “แต่จงจำไว้ว่า ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ฉันกับเธอ... เราไม่เกี่ยวข้องกัน”
วิเวียนหันหลังกลับ วิ่งเข้าสู่สมรภูมิที่บัดนี้กลายเป็นเพียงเงามืดที่วูบไหว มินตราที่ถูกทิ้งไว้กลางทางเดินกว้างใหญ่รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความหวาดกลัวและโกรธแค้น เธอไม่วิ่งหนีไปทางที่วิเวียนบอก แต่กลับหยิบมีดพกที่ซ่อนอยู่ใต้กระโปรงยาวออกมา ถือมันไว้แน่นจนฝ่ามือชุ่มเหงื่อ เธอเริ่มก้าวเดิน... ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อจะไปเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่า ชายคนนั้นคือใครกันแน่ที่ทำลายครอบครัวของเธอ
ขณะที่มินตราคืบคลานเข้าใกล้รอยแตกของประตูหน้าต่างที่พังทลาย ลมพายุพัดพาเศษกระจกบาดผิวหนังจนเลือดซึมออกมา ทันใดนั้น เงาร่างของชายชุดดำไม่ได้พุ่งเข้ามาหาเธอ แต่มันกลับก้าวข้ามผ่านร่างของวิเวียนที่ล้มลง และหยุดยืนอยู่ตรงหน้ามินตรา
เขายกมือขึ้นช้าๆ ถอดฮู้ดออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ผิดกับน้ำเสียงที่แหบพร่า ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่มีสีเหมือนนกยูงคู่เดียวกับที่อยู่บนสร้อยคอของมินตรา
“เจ้าไม่ควรกลับมาที่นี่เลย... ท่านพี่”
ชายคนนั้นเอ่ยชื่อที่ทำให้มินตราแทบหยุดหายใจ เขากระชากดาบเงินออกจากพื้นแล้วชี้ปลายคมกริบมาที่อกซ้ายของเธอ “คฤหาสน์หลังนี้ไม่เคยมีที่ว่างสำหรับคนที่มีเลือดของ 'ตระกูลศิริมาศ' หลงเหลืออยู่... แม้แต่เจ้าที่เป็นคนรักของแม่มดนั่นก็ตาม”
มินตราตัวชาไปทั้งร่าง คำว่า 'ท่านพี่' ดังสะท้อนก้องในหัวราวกับเสียงระฆังมรณะ พร้อมกับที่วิเวียนที่ล้มอยู่เงยหน้าขึ้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เพราะเธอก็เพิ่งประจักษ์แก่ใจในวินาทีนี้ว่า 'ศัตรู' ที่เธอต้องปกป้องมินตราจากมาตลอด... แท้จริงแล้วคือเลือดเนื้อเชื้อไขของคนที่มินตราโหยหาที่สุด
มินตราก้าวถอยหลัง แต่เท้าของเธอกลับเหยียบเข้ากับร่างใครบางคนล้มลงทางด้านหลัง—ร่างของชายอีกคนที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลิ่นอายของเขากลับเหมือนกับสิ่งที่วิเวียนเคยพร่ำบอกว่า 'สิ่งที่จะทำลายโลกนี้ได้มีเพียงสิ่งเดียว'
ค่ำคืนนี้... กรงขังมยุรากำลังจะถูกทุบทำลายด้วยความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่าความตาย
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านรอยแยกของโชคชะตาไปกับฉันนะคะ... แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
บลัดดี้แมรี่
กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 32
รอยแยกในใจ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!