กลิ่นคาวสนิมเหล็กเข้มข้นคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว หยดเลือดสีแดงฉานที่ไหลรินจากบาดแผลฉกรรจ์บนหัวไหล่ของมินตราหยดลงกระทบพื้นพรมกำมะหยี่สีเลือดหมูทีละหยด... ติ๊ง... ติ๊ง... เสียงนั้นดังสะท้อนก้องในความเงียบงันของห้องโถงใหญ่ ราวกับนาฬิกาทรายแห่งความตายกำลังนับถอยหลังลมหายใจเฮือกสุดท้ายของเธอ
“อย่าขยับตัวสิคะ คนสวย...”
น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยียบเย็นเจือกระแสความกระหายอันตรายดังขึ้นใกล้ชิด เลดี้วิเวียนก้าวเข้ามาประชิดร่างที่กำลังสั่นเทาของมินตรา นัยน์ตาคู่คมกริบราวกับสัตว์นักล่าในความมืดจ้องมองบาดแผลนั้นด้วยความเร่าร้อนผสมความวิตกกังวลอย่างที่หาได้ยากยิ่ง
มินตรากัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความเจ็บปวดจากการถูกคมเขี้ยวของเงาสีดำเมื่อครู่กัดกินลึกถึงกระดูก พลังชีวิตของเธอกำลังรั่วไหลออกไปพร้อมกับหยดเลือดที่พรั่งพรู ใบหน้าที่เคยงดงามเย็นชาบัดนี้ซีดเซียวไร้สีเลือด ดวงตาปรือปรอยใกล้จะปิดลงเต็มที
“ปล่อยฉัน... วิเวียน...” มินตราเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายทรุดฮวบลงอิงแอบกับอ้อมแขนที่ทรงพลังและเย็นเยียบของอีกฝ่ายอย่างไม่ตั้งใจ ความอบอุ่นจากร่างกายที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดกำลังพ่ายแพ้ให้กับความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านมาจากตัวของวิเวียน
“ปล่อยให้เธอตายไปต่อหน้าฉันอย่างนั้นหรือคะ? ช่างเป็นคำขอที่ใจร้ายเสียจริง...” วิเวียนกระซิบข้างใบหู เส้นผมสีดำสนิทระต้นคอระAไปกับผิวแก้วเนียนของมินตรา ลมหายใจที่รินรดรดรินนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวานเย้ายวนของดอกกุหลาบป่าที่เคลือบยาพิษ
วิเวียนไม่รอให้มินตราได้เอื้อนเอ่ยปฏิเสธคำใดอีก นิ้วเรียวยาวที่เคลือบด้วยเล็บสีแดงเข้มดั่งหยดเลือดกดลงบนรอยแผลฉกรรจ์นั้นเบาๆ เรียกเสียงครางแผ่วด้วยความเจ็บปวดจากลำคอระหงของหญิงสาวในอ้อมกอด
ดวงตาสีอำพันของวิเวียนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งทับทิมในยามราตรี เขี้ยวคมกริบถูกดันออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีชาด เธอไม่ได้จู่โจมเพื่อพรากชีวิตเฉกเช่นที่เคยทำกับเหยื่อรายอื่นๆ ทว่าในครั้งนี้... มันคือการกระทำที่สวนทางกับสัญชาตญาณดิบเถื่อนโดยสิ้นเชิง
“ฉันจะรับความเจ็บปวดของเธอไว้เองค่ะ... มินตรา”
วิเวียนเอ่ยเสียงพร่า ก่อนจะฝังเขี้ยวคมลงบนข้อมือเรียวบางของตนเองอย่างเด็ดเดี่ยว เลือดสีสดพุ่งทะลักออกมาตามรอยแผลที่เธอสร้างขึ้นเอง กลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของสายเลือดอมตะตลบอบอวลไปทั่วบรรยากาศ มันคือพลัง... มันคือชีวิต... และมันคือพันธะสัญญาแห่งความมืดที่ไม่มีวันลบเลือน
วิเวียนประคองใบหน้าของมินตราให้แหงนเงยขึ้น บังคับให้อีกฝ่ายเปิดปากรับสัมผัสอันล้ำค่า รสชาติหวานล้ำเจือความฝาดเฝื่อนของเลือดวิเวียนไหลผ่านริมฝีปากที่สั่นเทาลงสู่ลำคอของมินตราอย่างจำยอม ดวงตาของมินตราเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสความร้อนระอุที่พุ่งพล่านเข้าสู่เส้นเลือด ดุจเปลวเพลิงที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางความหนาวเหน็บของฤดูหนาว
“อึก...!” มินตราสำลักเล็กน้อย พยายามจะเบือนหน้าหนีความอัศจรรย์ที่กำลังแผดเผาภายในร่างกาย แต่ทว่าอ้อมแขนของวิเวียนกลับรัดแน่นราวกับกรงเหล็กที่หลอมละลาย เธอบังคับให้มินตรากลืนกินหยดเลือดแห่งชีวิตของเธอจนหมดสิ้น
ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วห้องโถง มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคนทั้งสอง กลิ่นเลือดของมนุษย์และอมตะผสมผสานกลมกลืนกันราวกับพิธีกรรมทางไสยศาสตร์อันศักดิ์สิทธิ์ มินตราบังเกิดความรู้สึกแปลกประหลาด ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินหัวไหล่ค่อยๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความรู้สึกซ่านเสียว ร่างกายที่เคยอ่อนแรงเริ่มมีพลังงานสายใหม่สูบฉีดเข้าสู่หัวใจทุกห้องอย่างบ้าคลั่ง
ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวกลับเปล่งประกายเรืองรองขึ้นท่ามกลางเงาสลัว นัยน์ตาสีรัตติกาลของมินตราสะท้อนภาพใบหน้าของวิเวียนที่อยู่ใกล้แค่ลมหายใจกั้น วิเวียนมีรอยเลือดเปรอะเปื้อนอยู่ที่มุมปาก ทว่ารอยยิ้มที่ประดับอยู่บนเรียวปากนั้นกลับงดงามเย้ายวนจนน่ากลัว
“รู้สึกดีขึ้นบ้างไหมคะ... ที่รักของฉัน” วิเวียนกระซิบถาม เสียงของเธอนุ่มนวลราวกับเสียงเพลงกล่อมเด็กในความมืด แต่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างชัดเจน
มินตรารู้สึกได้ถึงพลังอำนาจมหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในกาย พลังที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันคือส่วนหนึ่งของวิเวียน เธอกำหมัดแน่น พยายามดึงสติอันเลือนรางกลับคืนมาท่ามกลางความมึนงงจากฤทธิ์เลือด
“เธอ... ทำบ้าอะไรลงไป...” มินตราเค้นเสียงถาม มือเรียวที่เพิ่งได้รับพลังใหม่เอื้อมขึ้นสัมผัสกรอบหน้าของวิเวียนอย่างไม่รู้ตัว ความเย็นเยียบของผิวอีกฝ่ายไม่ได้ทำให้เธอสะดุ้งกลัวอีกต่อไป ตรงกันข้าม... เธอกลับรู้สึกโหยหาสัมผัสนี้อย่างประหลาด
วิเวียนหลับตาลงรับสัมผัสจากมือของมินตรา มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ เธอกุมมือของมินตราไว้แนบแก้มของตนเอง ราวกับลูกแมวตัวน้อยที่ยอมจำนนต่อนักล่า—หรือบางที อาจเป็นนักล่าเสียเองที่ตกหลุมพรางของเหยื่อ
“ฉันแค่ช่วยชีวิตคนดื้อรั้นค่ะ...” วิเวียนลืมตาขึ้นสบตากับมินตราโดยตรง แววตาคู่พญาหงส์คู่นั้นเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง “และตอนนี้... เลือดครึ่งหนึ่งในกายของเธอก็มีฉันเป็นเจ้าของแล้วนะคะ มินตรา”
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางใจ มินตราบัดนี้ตระหนักดีว่าเธอกับวิเวียนได้ถูกผูกติดกันด้วยพันธะโลหิตที่ไม่มีวันตัดขาดได้อีกต่อไปแล้ว และในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาต้องห้ามอันเย้ายวนนั้นเอง...
เสียงปรบมือช้าๆ และก้องกังวานจากมุมมืดของห้องโถงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทที่ก้าวออกมาจากเงาสลัว พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ทำให้เลือดในกายของวิเวียนเย็นเฉียบลงทันที
บลัดดี้แมรี่ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในบทที่ยี่สิบเอ็ดนี้ไปด้วยกันนะคะ
กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 21
การเยียวยาด้วยเลือด
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!