กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 27

หน้ากากหลุด

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
"หยุดสั่นเสียที มินตรา... ความทรงจำไม่ได้ฆ่าเจ้า แต่มันกำลังจะทำให้เจ้าเห็นความจริงที่ปิดตายไว้นานแสนนาน" เสียงกระซิบที่เยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้นใกล้ใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนของเลดี้วิเวียนรดรินอยู่ตรงซอกคอ ขณะที่ปลายนิ้วเรียวยาวดุจงาช้างของหล่อนเชยคางหญิงสาวขึ้นอย่างถือสิทธิ์ มินตราพยายามกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความเจ็บปวดทางกายไม่ได้ช่วยบรรเทาภาพนิมิตที่กำลังฉีกกระชากจิตวิญญาณของเธอออกเป็นชิ้นๆ ในหัวของเธอกำลังปรากฏภาพของคฤหาสน์หลังเดิม แต่ทว่ามันไม่ใช่สถานที่พำนักอันงดงาม มันคือทุ่งสังหารที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คลุ้งกระจายจนหายใจไม่ออก "ไม่... หยุดนะ... ข้าไม่อยากเห็น..." มินตราสะอื้น แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้สั่นระริกด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด วิเวียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเศร้าสร้อยและเปี่ยมไปด้วยแรงอาฆาตในคราเดียวกัน หล่อนไม่ได้ดึงมินตราขึ้นมาจากพื้น แต่กลับนั่งลงข้างๆ อย่างสง่างามบนพรมกำมะหยี่สีแดงสด ชุดกระโปรงลูกไม้สีดำสนิทของวิเวียนแผ่สยายราวกับปีกของอีกาที่โอบล้อมร่างที่กำลังสั่นเทาของมินตราไว้ "คนเรามักจะหวาดกลัวเงาของตัวเอง แต่มินตรา... เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเงาของเจ้านั่นแหละที่ปกป้องเจ้ามาตลอดในปาร์ตี้แห่งความตายนี้" วิเวียนเอื้อมมือไปปลดหน้ากากสีเงินที่ปกปิดใบหน้าของมินตราออกอย่างช้าๆ จังหวะที่หน้ากากถูกถอดออก เสียงหัวใจของมินตราเต้นระรัวราวกับกลองรบ รอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากของเธอเริ่มปรากฏเด่นชัดขึ้นราวกับมีรอยหมึกสีแดงฉานไหลผ่านใต้ผิวหนัง มันไม่ใช่บาดแผลธรรมดา แต่มันคือตราประทับ... ตราประทับของสมาชิกกลุ่ม 'นกยูงรัตติกาล' ที่หายสาบสูญ มินตราเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสะท้อนของตนเองในกระจกเงาบานใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องโถง ชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ที่เธอสวมใส่อยู่ค่อยๆ เปลี่ยนสี... มันเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้มราวกับเลือดที่กำลังไหลซึมออกมาจากเนื้อผ้า ไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือ 'ตัวตน' ที่แท้จริงที่กำลังถูกปลดปล่อย "เจ้าไม่ใช่เหยื่อ มินตรา" วิเวียนกระซิบ สายตาของหล่อนที่มองมานั้นเปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความเอ็นดูแบบที่พี่สาวมองน้อง แต่เป็นสายตาของนักล่าที่กำลังจ้องมองสหายร่วมอุดมการณ์ที่ลืมเลือนหน้าที่ "เจ้าคือเพชฌฆาตที่ถูกส่งมาเพื่อล้างบางพวกเราในคืนนั้น แต่เจ้าดันพลาดท่า... ลืมแม้กระทั่งคมดาบที่อาบยาพิษของเจ้าเอง" มินตรานิ่งงัน ความทรงจำที่บิดเบี้ยวเริ่มเรียงร้อยเข้าหากัน ภาพในคืนนั้นไม่ใช่การหลบหนี แต่คือการไล่ล่า เธอไม่ได้สูญเสียครอบครัวเพราะคนอื่น แต่เธอคือผู้ที่ลงมือ... ด้วยมือของเธอเอง "เจ้าโกหก..." มินตราเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก วิเวียนลุกขึ้นยืนพลางจัดชุดของตนให้เข้าที่ หล่อนหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับมินตราด้วยท่าทีที่เยือกเย็น ก่อนจะหยิบหน้ากากที่สลักลวดลายกรงขังมยุราออกมาจากแขนเสื้อ "หากข้าโกหก... แล้วคราบเลือดที่ติดอยู่บนปลายนิ้วของเจ้าตอนนี้ คืออะไรล่ะ?" มินตราก้มมองมือของตัวเองที่สั่นเทา เลือดสีแดงสดกำลังหยดลงบนพื้นหินอ่อนทีละหยด ราวกับดอกไม้พิษที่กำลังเบ่งบานกลางความมืดมิด สมาชิกคนอื่นๆ ในปาร์ตี้ที่เคยเฝ้ามองจากในเงามืดเริ่มก้าวออกมา แสงไฟจากเชิงเทียนวูบไหวเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของพวกเขา... ทุกคนล้วนแต่มีรอยแผลเป็นแบบเดียวกับเธอ มินตราเงยหน้าขึ้นมองทุกคน หัวใจของเธอแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเกลียดชังที่เธอเคยมีต่อพวกเขามันกลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม วิเวียนก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจของทั้งคู่ประชิดกัน หล่อนยกหน้ากากขึ้นครอบใบหน้าของตนเอง เผยให้เห็นดวงตาคู่สวยที่เปลี่ยนเป็นสีทองดุจนักล่า ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้มินตราแทบหยุดหายใจ "ยินดีต้อนรับกลับสู่กรงขังมยุราอย่างเต็มตัวนะ... ท่านหญิงผู้ทรยศ ต่อไปนี้เจ้าไม่ใช่แขกผู้โศกเศร้าอีกต่อไป แต่เจ้าคือเครื่องสังเวยคนสุดท้ายที่จะทำให้ประตูแห่งนิรันดร์เปิดออก" เสียงประตูปราสาทบานยักษ์ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาลจากภายนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีชีวิตรอดมาถึงที่นี่ได้ กลิ่นกุหลาบที่อาบไปด้วยเลือดตลบอบอวลไปทั่วห้องโถง พร้อมกับคมดาบที่พุ่งตรงมายังลำคอของวิเวียนอย่างแม่นยำ "ลาก่อน... เลดี้วิเวียน" เสียงของชายผู้สวมผ้าคลุมสีเทาเอ่ยขึ้นด้วยความอาฆาตที่ทำให้มินตราต้องเบิกตากว้างจนแทบหลุดออกมาจากเบ้า ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดไปพร้อมกับบลัดดี้แมรี่นะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%