"ถอยไป... อย่าให้ฉันต้องทำในสิ่งที่เธอจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตเลยนะ"
เสียงของมินตราเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งในคืนฤดูหนาวที่ไร้ดวงจันทร์ นิ้วเรียวของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะกดปลายมีดเงินอาคมลงบนลำคอระหงของ 'รินดา' เพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวที่เธอเคยไว้ใจที่สุดในคฤหาสน์หลังนี้
บรรยากาศในห้องโถงกระจกมัวหมองด้วยคราบเลือดที่กระเซ็นอยู่บนพรมเปอร์เซียสีเลือดนก เสียงเปียโนที่เคยบรรเลงท่วงทำนองหวานหูยามค่ำคืนเงียบสนิทลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของหญิงสาวสองคนที่กำลังเผชิญหน้ากันด้วยความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นจากคำลวงหลอก
"ทำไมมินตรา... ทำไมต้องเป็นฉัน?" รินดาแค่นยิ้ม ดวงตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสมเพช "เธอคิดว่าความเป็นเพื่อนของเรามันมีค่ามากกว่าสัญญาเลือดที่เธอทำไว้กับเลดี้วิเวียนอย่างนั้นหรือ? โลกของพวกเราไม่ได้สร้างขึ้นด้วยมิตรภาพหรอกนะ... แต่มันสร้างขึ้นด้วยศพของผู้ที่โง่เขลาต่างหาก"
มินตรากำด้ามมีดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ความเจ็บปวดในอกนั้นรุนแรงยิ่งกว่าบาดแผลใดๆ คำว่า 'พี่สาว' ที่เธอเคยได้ยินเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท แต่มันกลับไม่ใช่เสียงของความรัก มันคือเสียงของกับดักที่ค่อยๆ บีบให้เธอจนมุม
"เธอขายข้อมูลของฉันให้กับวิเวียน เพื่อแลกกับความเป็นอมตะงั้นหรือ?" มินตราถามเบาหวิว กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในอากาศเริ่มมึนหัว เธอรู้สึกเหมือนกำลังจมลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้ง
รินดาไม่ตอบ แต่ขยับยิ้มที่มุมปาก เธอกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่บาดลึกถึงกระดูก "ทุกคนในที่นี้ไม่ได้อยู่ที่นี่เพราะรักใคร่หรอกมินตรา... ทุกคนล้วนรอจังหวะที่จะแทงข้างหลังกันทั้งนั้น แม้แต่เลดี้วิเวียน... ก็แค่รอเวลาที่จะกลืนกินเธอตอนที่เธอยังเหลือหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะสุดท้ายเท่านั้นเอง"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่สง่างามและหนักแน่นดังขึ้นจากทางเดินมืดมิด เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินดังก้องกังวานราวกับเสียงเข็มนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบของชีวิต มินตราหันไปมองตามสัญชาตญาณ และเธอก็พบกับร่างสูงระหงในชุดราตรีสีดำสนิทที่ดูราวกับเงามัจจุราช
เลดี้วิเวียนก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าสวยคมนั้นเรียบเฉย ทว่าดวงตาสีอำพันกลับวาวโรจน์ด้วยความพึงพอใจ เธอกรีดกรายนิ้วมือเรียวยาวลูบไล้ไปตามราวบันไดเหล็กดัดอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหยุดลงที่เบื้องหน้าของทั้งสอง
"ช่างเป็นภาพที่งดงามและน่าเวทนาเหลือเกิน..." วิเวียนเอ่ยเสียงนุ่มนวล ราวกับกำลังชมการแสดงละครเวทีที่เธอเป็นผู้กำกับเองกับมือ "ความไว้ใจคือพิษร้ายแรงที่สุดสำหรับพวกเธอ แต่มันกลับเป็นรสชาติที่หอมหวานที่สุดสำหรับฉัน มินตรา... ที่รัก เธอรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงอนุญาตให้รินดาอยู่ข้างกายเธอมาตลอด"
มินตรากัดริมฝีปากจนห้อเลือด เธอสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจที่กดทับลงมาจนหายใจลำบาก "เธอใช้รินดาเป็นหมาก... เพื่อดูว่าฉันจะแตกสลายเมื่อไหร่"
วิเวียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกเสียจนรินดาที่ถูกมินตรากดมีดไว้ยังต้องตัวสั่น "ไม่ใช่แค่แตกสลายหรอก... แต่เพื่อให้ฉันได้เห็นว่า เมื่อแกะน้อยถูกหมาป่าที่ตัวเองเลี้ยงไว้กัดกิน หัวใจของมันจะเปลี่ยนสีไปอย่างไร"
วิเวียนเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกเพียงก้าวเดียว เธอยื่นมือออกมาสัมผัสแก้มของมินตราอย่างแผ่วเบา แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกเยือกเย็นราวกับสัมผัสจากคนตาย มินตราพยายามถอยหนี แต่ทว่าขาของเธอกลับไร้เรี่ยวแรงเหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยเงาที่มองไม่เห็น
"รินดา... ขอบใจสำหรับงานวันนี้" วิเวียนกล่าวกับอีกฝ่ายโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง "เธอก็รู้ใช่ไหมว่าคนทรยศอย่างเธอ... ไม่เคยมีที่ยืนในบ้านของฉันตลอดไปหรอกนะ"
คำพูดนั้นทำให้รินดาหน้าถอดสี ทันใดนั้น ร่างของรินดาก็เริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เธอร้องออกมาด้วยความทรมานเมื่อเส้นเลือดสีดำขยายตัวไปทั่วลำคอราวกับรากไม้ที่ชอนไชไปตามผิวหนัง
มินตราเบิกตากว้าง เธอรีบปล่อยมือจากรินดาที่ร่วงลงไปกองกับพื้น มือของเธอยังคงถือมีดไว้ แต่ทว่าตอนนี้หัวใจของเธอกลับเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนก "วิเวียน! นี่มันเรื่องอะไรกัน!?"
"นี่คือการทำความสะอาดบ้านอย่างไรล่ะคะที่รัก" วิเวียนกระซิบข้างหูมินตรา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบดำที่อาบยาพิษโชยมาปะทะจมูก "เมื่อตัวหมากที่หมดประโยชน์ตายลง ก็ถึงเวลาที่ราชินีอย่างฉันต้องเลือกเป้าหมายใหม่... และดูเหมือนว่าหัวใจที่เปราะบางของเธอนี่แหละ ที่จะเป็นของเล่นชิ้นใหม่ที่สนุกที่สุด"
มินตรามองดูรินดาที่สิ้นใจไปต่อหน้าต่อตาด้วยความเจ็บปวด เธอหันกลับไปมองวิเวียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ความโศกเศร้าอีกต่อไป แต่คือความเกลียดชังที่ลุกโชนดุจเปลวเพลิงที่ถูกราดด้วยน้ำมัน
"ถ้าเธอคิดว่าจะทำให้ฉันกลายเป็นหุ่นเชิดของเธอได้ง่ายๆ ล่ะก็... เธอคิดผิดแล้ว" มินตราแค่นเสียง สติที่เคยพร่ามัวเริ่มกลับมาชัดเจน เธอรู้ตัวแล้วว่าหากต้องการรอดจากคฤหาสน์นรกแห่งนี้ เธอต้องเป็นฝ่ายกลืนกินวิเวียนก่อนที่เธอจะถูกกลืนกินเสียเอง
แต่ในวินาทีที่มินตรากำลังจะก้าวเข้าไปเผชิญหน้า เสียงประตูปราสาทบานใหญ่ก็เปิดออกกว้างพร้อมกับแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่เดินเข้ามาพร้อมกับดาบอาบเลือดในมือ เขาไม่ใช่คนแปลกหน้า... แต่เป็นคนเดียวกับที่เธอจำได้แม่นว่าตายไปในคืนที่คฤหาสน์ของครอบครัวเธอถูกเผาผลาญ
"พี่มินตรา... ในที่สุดผมก็หาพี่เจอเสียที" เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้มินตราต้องหยุดชะงัก ลมหายใจของเธอขาดห้วงไปทันที เมื่อชายคนนั้นหันมามองแล้วเอ่ยต่อด้วยประโยคที่ทำลายความจริงทั้งหมดที่เธอเคยยึดถือ "เลดี้วิเวียนไม่ได้ฆ่าครอบครัวเราหรอกนะ... แต่คนที่มีส่วนร่วมในคืนนั้น ก็คือคนที่เพิ่งจะสิ้นใจไปเมื่อครู่นี้ต่างหากล่ะ"
มินตราทรุดลงกับพื้นทันทีขณะที่ความทรงจำที่บิดเบี้ยวเริ่มถาโถมเข้ามาในหัวสมองอย่างบ้าคลั่ง
ขอบคุณทุกการติดตามและหวังว่าทุกท่านจะยังคงอยู่เคียงข้างมินตราในตอนต่อไปนะคะ
กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 26
การทรยศในกลุ่มเพื่อน
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!