“ถ้าเจ้าคิดจะเผาคฤหาสน์นี้ทิ้ง ก็จงทำเสียตั้งแต่วินาทีนี้เถอะมินตรา ก่อนที่จิตวิญญาณของเจ้าจะถูกผนึกรวมเข้ากับผืนผนังเหล่านี้จนแยกไม่ออก”
เสียงของเลดี้วิเวียนไม่ได้แผดกร้าว แต่มันกลับกังวานราวกับเสียงกรีดร้องที่ถูกบีบอัดไว้ในกล่องแก้ว ร่างสูงโปร่งในชุดกระโปรงผ้าไหมสีดำสนิทขยับกายอย่างเชื่องช้า นางยืนอยู่หน้าภาพวาดขนาดยักษ์ที่ไร้เงาสะท้อน แสงเทียนในห้องโถงวูบไหวดับลงทีละเล่ม ราวกับจะประโคมความมืดมิดให้โอบล้อมคนทั้งสองไว้
มินตรากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเย็นเยียบจากปลายมีดสั้นที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อไม่ได้ช่วยให้ใจของเธอสงบลงแม้แต่น้อย สายตาของเธอจับจ้องไปที่ร่างปริศนาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่เบื้องหน้า—ร่างที่ดูเหมือนเด็กสาว แต่กลับมีดวงตาที่ว่างเปล่าลึกซึ้งราวกับบ่อน้ำที่กักขังวิญญาณนับล้านเอาไว้
“ท่านพูดเหมือนกับว่า... ความตายเป็นทางเลือกที่หรูหราสำหรับคนอย่างเรา” มินตราแค่นหัวเราะ น้ำเสียงของเธอเย็นชาและบาดลึก “แต่ในเมื่อท่านบอกว่าฉันเป็นหมากในเกมนี้ งั้นก็ช่วยเฉลยให้ชัดเสียทีว่าจุดจบของหมากตัวนี้คือการถูกทำลาย หรือการถูกเชิดให้กลายเป็นตุ๊กตาที่มีชีวิตอมตะเหมือนกับท่านกันแน่?”
วิเวียนหันกลับมา แสงจากจันทร์เสี้ยวที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานแคบตกกระทบบนใบหน้าเรียบเนียนราวกับรูปสลักของนาง แต่นัยน์ตาสีรัตติกาลนั้นกลับฉายแววโศกศัลย์ที่มินตราไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ความเสียใจแบบมนุษย์ แต่มันคือความเหนื่อยล้าของกาลเวลาที่ไหลผ่านตัวนางไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ความโดดเดี่ยว... คือราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการรักษาสิ่งที่รักเอาไว้” วิเวียนขยับเข้าไปใกล้มินตรา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกกุหลาบที่เริ่มเน่าเปื่อยลอยปะทะจมูก “เจ้าคิดว่าฉันพยายามยื้อชีวิตเด็กคนนี้ไว้เพราะอะไร? เพื่อความสนุกหรือ? เพื่อการทดลองที่น่ารังเกียจอย่างที่เจ้าคิดหรือ? ไม่เลยมินตรา... เด็กคนนี้คือบันทึกเพียงหนึ่งเดียวที่จำได้ว่า ‘หัวใจของฉัน’ เคยเต้นเป็นจังหวะแบบมนุษย์ได้อย่างไร”
มินตรานิ่งงัน คำพูดนั้นเปรียบเสมือนแส้ที่ฟาดลงกลางใจเธอ ความเย็นชาที่เธอพยายามสร้างขึ้นเป็นเกราะป้องกันเริ่มร้าวราน “ท่านกำลังจะบอกว่า... ความเหงาของท่านมันหนักหนาเสียจนต้องกักขังชีวิตคนอื่นไว้เป็นกระจกเงาเพื่อเตือนความจำตัวเองงั้นหรือ? นั่นมันเห็นแก่ตัวเกินไป!”
“ใช่ มันเห็นแก่ตัว” วิเวียนยอมรับหน้าตาเฉย มุมปากยกยิ้มสมเพชตนเอง “หนึ่งพันปีที่ฉันเฝ้ามองดวงดาวดับแสงไปนับไม่ถ้วน มองคนรักที่ฉันเคยประคองในอ้อมกอดกลายเป็นเถ้าถ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เจ้าคิดว่ามันเหลืออะไรให้หลงเหลือบ้างนอกจากความว่างเปล่า? ฉันไม่ใช่ราชินีที่ครองอำนาจ มินตรา... ฉันเป็นเพียงนักโทษที่ถูกจองจำอยู่ในกรงขังมยุราแห่งนี้ โดยมี ‘เวลา’ เป็นผู้คุมคุก”
นางก้าวเข้ามาใกล้จนมินตราสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย “ถ้าเจ้าอยากจุดไฟเผามัน ก็จงเอาคบไฟมาวางที่มือฉันนี่สิ แต่จงจำไว้ว่า เมื่อคฤหาสน์นี้พังทลาย สิ่งที่จะหายไปไม่ใช่แค่โครงสร้างปูนหรือผ้าผ่อน แต่มันคือพันธสัญญาที่ผูกมัดดวงวิญญาณของครอบครัวเจ้า... ที่ยังคงวนเวียนอยู่ในห้องลับใต้ดินนี้!”
หัวใจของมินตรากระตุกวูบ ภาพความทรงจำคืนที่คฤหาสน์ถูกย้อมด้วยสีเลือดฉายชัดขึ้นมาในหัว “ครอบครัวของฉัน... ท่านพูดถึงเรื่องอะไร? ท่านโกหก!”
“ฉันไม่เคยโกหกเรื่องความตาย” วิเวียนกระซิบข้างหู น้ำเสียงของนางเย้ายวนราวกับคำสาป “จงเดินไปที่หลังบานกระจกบานใหญ่ที่ห้องโถงกลาง ถ้าเจ้ากล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับ ‘ราคา’ ของความจริง จงไปที่นั่นคนเดียว... แล้วเจ้าจะได้รู้ว่าทำไมฉันถึงเลือกเจ้าให้มาอยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้”
มินตราถอยหลังออกมา จังหวะการเต้นของหัวใจเตลิดผิดจังหวะ เธอหันมองร่างปริศนาที่นั่งบนเก้าอี้อีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจสะบัดหน้าแล้วเดินตรงไปยังโถงกลางโดยไม่หันกลับไปมองหญิงสาวอมตะที่ยืนยิ้มเยาะอยู่ท่ามกลางความมืด
เสียงฝีเท้าของเธอดังสะท้อนไปตามทางเดินยาวที่ดูราวกับไม่มีวันสิ้นสุด ภาพวาดบนผนังดูเหมือนจะจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพช จนกระทั่งเธอมายืนอยู่หน้ากระจกเงาบานยักษ์ที่สูงจรดเพดาน
เธอยกมือขึ้นแตะพื้นผิวเย็นเฉียบของกระจก แต่แล้ว... มินตราก็ต้องชะงักงัน
สิ่งที่สะท้อนอยู่ในเงากระจกไม่ใช่ตัวเธอเพียงคนเดียว แต่มันมีร่างของเด็กสาวคนหนึ่งที่เธอเห็นในห้องโถงเมื่อครู่ กำลังยืนซ้อนหลังเธออยู่ พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ และมือเรียวบางที่กำลังค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาวางบนลำคอของเธอจากด้านหลัง
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... พี่สาว”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งไปในกรงขังสีเลือดนี้ไปพร้อมกับบลัดดี้แมรี่นะคะ
กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 25
ความโดดเดี่ยวของอมตะ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!