"ฆ่าฉันเสียสิ... ถ้าการดื่มกินโลหิตของฉันคือวิธีเดียวที่จะทำให้คุณหลุดพ้นจากความทรมานนี้"
เสียงของมินตราสั่นพร่า ทว่าแววตากลับแน่วแน่ราวกับศิลาที่ไม่มีวันสั่นคลอน เธอคุกเข่าลงบนพื้นหินอ่อนเย็นเยียบภายในห้องโถงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ เบื้องหน้าของเธอคือเลดี้วิเวียน—กุหลาบดำแห่งคฤหาสน์ราตรีสีเลือด ผู้ที่บัดนี้กำลังสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ เงาของปีศาจร้ายที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้รูปลักษณ์งดงามกำลังกัดกินจิตวิญญาณของเจ้าหล่อนจากภายใน
วิเวียนพยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่น้อยนิด เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาสีอเมทิสต์ที่เคยเรืองรองด้วยอำนาจ บัดนี้กลับหม่นแสงลงด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้ง
"เจ้าไม่เข้าใจ..." วิเวียนเค้นเสียงผ่านไรฟัน กรงเล็บแหลมคมที่งอกออกมาจากปลายนิ้วขูดกับพื้นหินจนเกิดเสียงน่าขนลุก "สิ่งที่ข้าเป็น... สิ่งที่ข้าแบกรับมาตลอดหลายศตวรรษ หากเจ้าลิ้มรสแห่งบาปนี้ไปแล้ว เจ้าจะไม่มีวันหวนกลับไปเป็นมนุษย์ที่สะอาดบริสุทธิ์ได้อีก มินตรา... ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้าต้องแปดเปื้อนไปด้วย"
มินตราขยับกายเข้าไปใกล้ ความเย็นเยียบจากร่างของวิเวียนแผ่ซ่านเข้ามากระทบผิวหนัง แต่นั่นไม่ได้ทำให้หญิงสาวถอยหนี กลับกัน เธอกลับเอื้อมมือไปกุมมือที่สั่นเทานั้นไว้ มินตราบรรจงปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตของตนเองออก เผยให้เห็นลำคอระหงที่ขาวนวลราวกับงาช้าง
"คุณคิดว่าโลกที่ฉันสูญเสียทุกอย่างไปในคืนนั้น มันยังมีคำว่าบริสุทธิ์เหลืออยู่อีกหรือคะ?" มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความร้าวรานที่กรีดลึกถึงกระดูก "ครอบครัวของฉันตายไปพร้อมกับความแค้น เลือดที่อาบย้อมพื้นบ้านในวันนั้นมันยังคงติดอยู่ในความทรงจำฉันไม่เคยจางหาย... ถ้าคุณคือปีศาจ ฉันเองก็คงเป็นเพียงวิญญาณที่รอวันแตกสลายไปนานแล้ว"
วิเวียนชะงัก ลมหายใจที่หอบกระชั้นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่แสนบีบคั้น ร่างกายของปีศาจสาวเริ่มแสดงอาการตอบสนองต่อกลิ่นกายหอมหวานที่ยั่วเย้าประสาทสัมผัส ดวงตาของวิเวียนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต ความหิวกระหายที่ถูกสะกดไว้เริ่มพังทลายลงเหมือนเขื่อนที่แตกออก
"เจ้าจะเสียใจ..." วิเวียนพึมพำ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้ ลมหายใจเย็นเยียบสัมผัสที่ซอกคอของมินตรา
"ฉันจะไม่เสียใจ" มินตรากระซิบตอบ เธอหลับตาลง ปล่อยให้ความเปราะบางของตนเองกลายเป็นของกำนัลให้แก่อีกฝ่าย "หากชีวิตที่เหลืออยู่ต้องจมอยู่กับความอ้างว้างในกรงขังมยุราแห่งนี้ ฉันขอเลือกที่จะร่วมกรงขังนี้ไปกับคุณ... ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นความเป็นหรือความตายก็ตาม"
วินาทีนั้น วิเวียนไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป เธอกดริมฝีปากที่เย็นเฉียบลงบนผิวเนื้ออ่อนนุ่มของมินตรา ความเจ็บปวดจากการถูกคมเขี้ยวฝังลงไปทำให้มินตราสะดุ้งเฮือก แต่มันกลับเป็นความเจ็บปวดที่แฝงไปด้วยความยินยอมพร้อมใจอย่างประหลาด เลือดอุ่นๆ ที่ไหลรินออกมาจากบาดแผลไม่ได้เพียงเพื่อหล่อเลี้ยงปีศาจที่กำลังหิวโหยเท่านั้น แต่มันคือพันธสัญญาที่ไร้คำพูด... พันธสัญญาแห่งเลือดที่ผูกมัดดวงวิญญาณของมนุษย์สาวเข้ากับราชินีปีศาจไปตลอดกาล
ในความเงียบงันที่วังเวงนั้น เสียงหยดเลือดที่กระทบพื้นหินดังก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกาที่บอกเวลาแห่งจุดเปลี่ยน วิเวียนผละออกมาชั่วครู่ ดวงตาของเธอยังคงแดงก่ำ ทว่าแววตากลับเปลี่ยนไปจากเดิม... มันคือความโหยหาที่ถูกเติมเต็มด้วยความรักที่บิดเบี้ยวและทรงพลัง
"ทำไม..." วิเวียนเอ่ยถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ "ทำไมเจ้าถึงยอมแลกชีวิตอันมีค่าของมนุษย์เพื่อปีศาจเช่นข้า?"
มินตราลืมตาขึ้นมองอีกฝ่าย แววตาของเธอไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความอ่อนโยนที่ฉายชัดออกมาท่ามกลางบรรยากาศที่หม่นหมอง "เพราะในโลกที่โหดร้ายใบนี้... คุณคือสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังมีตัวตนอยู่จริงๆ ค่ะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง ทว่าในครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด แต่มันคือความผูกพันที่หลอมรวมเป็นหนึ่ง วิเวียนกอดมินตราไว้แน่น อ้อมกอดที่เคยเย็นเยียบเริ่มมีความอุ่นจากเลือดที่ไหลเวียนผ่านรอยแผลที่ลำคอของมินตราเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในร่างของเธอ
ทว่า... ก่อนที่ความหวานล้ำของชั่วขณะนั้นจะจางหายไป เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังขึ้นจากโถงทางเดินที่มืดมิด เสียงไม้เท้าเคาะพื้นหินเป็นจังหวะที่ฟังดูคุ้นหูและน่าหวาดหวั่น กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลมาพร้อมกับการปรากฏตัวนั้น ทำให้วิเวียนผละออกจากมินตราด้วยท่าทีที่ตื่นตระหนก
เงามืดที่ปลายสุดของทางเดินเริ่มขยายตัว ร่างของชายชราในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบก้าวออกมา เขาคือบุคคลที่วิเวียนพยายามหลบหน้ามาตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
"ดูเหมือนว่า... ข้าจะมาขัดจังหวะการทำพันธสัญญาที่แสนเร่าร้อนของพวกเจ้าเสียแล้วนะ" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่เต็มไปด้วยเลศนัย "แต่เกรงว่า 'ของขวัญ' ที่ท่านมอบให้แก่กันในวันนี้ จะเป็นสิ่งที่ทำให้กรงขังแห่งนี้พังทลายลงเร็วกว่าที่ข้าคิดไว้มากเชียวล่ะ"
วิเวียนผุดลุกขึ้นยืนบังมินตราไว้ด้านหลังทันที ดวงตาของเธอฉายแววอาฆาตแค้น "เจ้ามาทำไม! บรรพชนแห่งตระกูลวอล์คเกอร์... ที่นี่ไม่ต้อนรับเจ้า!"
ชายชรายิ้มบาง แต่ดวงตากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึก "ข้าไม่ได้มาเพื่อเยือน แต่ข้ามาเพื่อ 'ทวงคืน' สิ่งที่คฤหาสน์แห่งนี้กักขังเอาไว้... ซึ่งไม่ใช่แค่เลดี้วิเวียน แต่รวมถึง 'หัวใจ' ดวงใหม่ที่เพิ่งจะถวายชีวิตให้แก่ท่านด้วย"
บลัดดี้แมรี่หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นจนแทบหยุดหายใจนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ
กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 29
ความรักที่ข้ามผ่านความเป็นตาย
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!