กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 15

การตามล่าเริ่มต้น

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
“ถ้าเจ้าคิดว่าจะรอดพ้นไปได้ด้วยการซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของคฤหาสน์หลังนี้ ก็จงจำไว้เถิดว่า กลิ่นอายของความตายนั้นหอมหวานเกินกว่าที่เหล่าเพชฌฆาตจะมองข้ามไปได้” เสียงกระซิบแหบพร่าดุจเสียงกรีดของใบมีดบนกำมะหยี่ดังขึ้นข้างใบหูของมินตรา ร่างกายของหญิงสาวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อดวงตาสีเทาเย็นเยียบของ ‘อาร์เธอร์’ ปรากฏชัดขึ้นในครรลองสายตา เขาไม่ได้มาคนเดียว รอบกายของชายหนุ่มมีกลุ่มคนในชุดคลุมสีดำสนิทที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดดุจฝูงอีกาที่กำลังรอจิกทึ้งซากศพ มินตราพยายามควบคุมลมหายใจที่สั่นสะท้าน เธอเบนสายตาไปทางประตูบานมหึมาที่เพิ่งเปิดออก ร่างที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ ‘เลดี้วิเวียน’ ผู้เปรียบเสมือนกุหลาบดำท่ามกลางทุ่งเลือด วิเวียนยืนนิ่งดุจรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้ซึ่งความรู้สึก ทว่าแววตาที่จ้องมองมายังกลุ่มนักล่ากลับแฝงไปด้วยความรังเกียจที่ถูกเคลือบไว้ด้วยรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัว “แขกที่ไม่ได้รับเชิญ... ดูเหมือนคฤหาสน์ของฉันจะเริ่มมีกลิ่นสาบของพวกหมาล่าเนื้อเสียแล้ว” วิเวียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนอากาศรอบข้างดูจะหนักอึ้งขึ้นทันตา “เราไม่ได้มาเพื่อทำลายงานปาร์ตี้ของท่าน เลดี้วิเวียน” อาร์เธอร์ก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาดูไร้เดียงสาอย่างน่าสะอิดสะเอียน “เราแค่มาตามหา ‘สมบัติ’ ที่หายไป... สมบัติที่บังอาจขโมยเลือดบริสุทธิ์ของเหล่าผู้สูงส่งไป” สายตาของอาร์เธอร์กวาดมองไปทั่วโถงงานเลี้ยง ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่มินตรา ซึ่งหลบอยู่หลังเสาหินอ่อน มือที่กำแน่นของมินตราสั่นระริก เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นเยือกที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง นี่ไม่ใช่แค่การตามล่าธรรมดา แต่มันคือการประกาศสงครามระหว่างเงามืดด้วยกันเอง “สมบัติชิ้นนี้... ฉันเป็นคนเก็บมันไว้เอง” วิเวียนเดินนวยนาดเข้ามาหามินตรา มือเรียวบางที่สวมถุงมือลูกไม้สีดำประคองใบหน้าของมินตราขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ทว่าดวงตาสีมรกตของนางกลับสื่อความหมายบางอย่างที่มินตราไม่เข้าใจ “เจ้าเป็นของฉัน มินตรา... ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ในกรงขังนี้ ไม่มีใครหน้าไหนพรากเจ้าไปได้ แม้กระทั่งความตาย” บรรยากาศในงานเลี้ยงเปลี่ยนไปทันที แขกเหรื่อที่เคยเต้นรำกลับหยุดชะงัก ทุกสายตาจับจ้องมายังจุดศูนย์กลางของโถงใหญ่ เสียงดนตรีคลาสสิกที่เคยบรรเลงอย่างแผ่วเบากลับแปรเปลี่ยนเป็นท่วงทำนองที่บีบคั้นและรวดเร็ว กลุ่มนักล่าเริ่มชักอาวุธเงินวาววับออกมาจากใต้ชุดคลุม “อย่าได้พยายามขัดขืนเลย เลดี้” อาร์เธอร์ส่งสัญญาณมือเพียงเล็กน้อย เหล่านักล่าก็แยกย้ายกันออกเป็นวงล้อม “ค่ำคืนนี้ยาวนานนัก และข้าเชื่อว่าความเจ็บปวดจะช่วยให้ท่านเข้าใจ... ว่าอะไรควรเก็บไว้ และอะไรที่ควรปล่อยให้เน่าเปื่อยไปกับกาลเวลา” มินตราเม้มปากแน่น ความหวาดกลัวในตอนแรกเริ่มถูกแทนที่ด้วยความโกรธแค้นและสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เธอเหลือบมองวิเวียนที่ยังคงแสดงท่าทีนิ่งเฉย ราวกับว่าสถานการณ์ที่กำลังจะสังหารตนนั้นเป็นเพียงเรื่องตลกขบขัน “หมาล่าเนื้อก็ยังเป็นหมาล่าเนื้ออยู่วันยังค่ำ” วิเวียนแค่นหัวเราะ เสียงของนางกังวานไปทั่วโถง “พวกเจ้าไม่รู้เลยหรือว่า ยิ่งไล่ต้อนมยุราให้จนมุม ขนหางของนางก็จะยิ่งกางออกเพื่อเผยให้เห็นความตายที่ซ่อนอยู่ในลวดลายสีเลือดนั่น” ทันใดนั้น แสงไฟในโถงใหญ่ก็ดับพรึบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมไปทั่ว กลิ่นอายของดอกกุหลาบที่เน่าเปื่อยอบอวลไปทั่วห้อง เสียงการต่อสู้เริ่มปะทะกันอย่างรุนแรง มินตราถูกกระชากข้อมือให้หลบเข้าสู่มุมลับของทางเดินหิน เธอรู้สึกถึงแรงบีบที่หนักแน่นจากฝ่ามือของวิเวียน “วิ่งไปทางห้องลับใต้ดิน... อย่าหันหลังกลับไม่ว่าจะมีเสียงอะไรเกิดขึ้นก็ตาม” วิเวียนกระซิบข้างหู น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยความกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “แล้วคุณล่ะ?” มินตราถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ แม้จะรู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเธอคือความลุ่มหลงที่เต็มไปด้วยเล่ห์กล แต่ในวินาทีนี้ หัวใจของเธอกลับเรียกร้องให้หญิงสาวตรงหน้าปลอดภัย วิเวียนหันกลับมามองเธอ ดวงตาคู่นั้นวูบไหวด้วยประกายของความเศร้าสร้อยที่หาได้ยากยิ่ง นางยกมือขึ้นลูบแก้มของมินตราเบาๆ “ถ้าฉันต้องดับสูญ ขอให้จงจำไว้ว่าเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายเจ้า... คือส่วนเดียวของฉันที่ยังคงมีความหมายบนโลกใบนี้” ขณะที่มินตรากำลังจะก้าวหนี พลันร่างของอาร์เธอร์ก็ปรากฏขึ้นดุจภูตผี เขาคว้าคอเสื้อของมินตราไว้ได้ทันท่วงทีพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว แรงกระชากนั้นทำเอามินตราเซถลาไปปะทะกับกำแพงไม้โอ๊คเก่าแก่ จนเสียงลั่นของกลไกลับบางอย่างดังขึ้น มินตราเบิกตากว้างเมื่อผนังห้องที่ควรจะเป็นไม้ตันกลับค่อยๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นห้องลับที่ซ่อนอยู่ภายใน... ทว่าสิ่งที่อยู่ในห้องนั้นกลับไม่ใช่ทางหนี แต่มันคือโลงศพแก้วขนาดมหึมาที่บรรจุร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่มีใบหน้าเหมือนกับมินตราทุกกระเบียดนิ้ว แต่ใบหน้านั้นกลับเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากอาวุธเงินและดวงตาที่เบิกโพลงราวกับจ้องมองความตายอยู่ตลอดเวลา! อาร์เธอร์หัวเราะร่าในลำคอพลางลากมินตราให้ก้าวเข้าไปใกล้ร่างในโลงนั้น “ดูให้ดีสิ มินตรา... เจ้าไม่ได้เป็นแค่ผู้ถูกล่า แต่เจ้าคือ ‘อะไหล่’ ที่เลดี้วิเวียนเก็บไว้เพื่อชุบชีวิตคนรักเก่าที่ตายไปเมื่อร้อยปีก่อน!” มินตราตัวสั่นเทาเมื่อความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้ากลางใจ ในขณะที่เสียงฝีเท้าของวิเวียนที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้พร้อมกับดาบอาบเลือดในมือ กลับหยุดชะงักลงที่หน้าประตูห้องลับนั้นด้วยสีหน้าตกตะลึงราวกับคนกำลังจะขาดใจ! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดไปกับบลัดดี้แมรี่นะคะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%