กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 35

เสียงกรีดร้องในค่ำคืน

ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
"ความตายที่ไร้ค่ามักจะส่งเสียงดังเสมอ... เธอไม่คิดเช่นนั้นหรือคะ มินตรา?" เลดี้วิเวียนเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกฉาบด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ ในโถงพิธีกรรมชั้นใต้ดิน แสงเทียนสีแดงก่ำวูบไหวราวกับลมหายใจสุดท้ายของผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกพันธนาการอยู่บนแท่นหินใจกลางห้อง นัยน์ตาสีรัตติกาลของนางจ้องมองไปยังร่างที่สั่นเทาของมินตรา ความสง่างามที่เปื้อนคราบสีชาดนั้นช่างดูงดงามและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน มินตรากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เธอไม่ได้ตอบรับ แต่สายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งนั้นสะท้อนความเจ็บปวดที่พยายามซ่อนเร้นเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "คุณทำเพื่ออะไร... วิเวียน? พลังที่ได้มาจากการพรากชีวิตคนบริสุทธิ์ มันจะจีรังไปได้สักเท่าไหร่กัน" วิเวียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นนุ่มนวลทว่าบาดลึก นางก้าวเท้าที่สวมรองเท้าส้นสูงสีดำสนิทเดินวนรอบร่างมินตรา ราวกับเสือดาวที่กำลังหยอกเย้าเหยื่อ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้า หญิงสาวสูงศักดิ์เชิดคางมินตราขึ้นด้วยปลายนิ้วที่เย็นเยียบ "เพื่อที่จะรักษา 'กรงขัง' แห่งนี้เอาไว้ไงคะ เพื่อให้เรายังคงเป็นอมตะอยู่ในค่ำคืนนี้ตลอดไป... และที่สำคัญที่สุด เพื่อให้เธอยังคงอยู่เคียงข้างฉันในนรกที่สวยงามแห่งนี้อย่างไรล่ะคะ" มินตราสะบัดหน้าหนี แววตาของเธอสั่นไหวเมื่อเหลือบไปเห็นเงาของร่างที่กำลังถูกสูบพลังชีวิต เสียงกรีดร้องที่ถูกกักขังอยู่ในม่านพลังงานไม่ได้ดังออกมาภายนอก แต่มันกรีดแทงลงไปในโสตประสาทของทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ ความรู้สึกผิดบาปกัดกินหัวใจของหญิงสาวราวกับสนิมที่เกาะกินเหล็กกล้า "คุณมันปีศาจ..." มินตราเค้นคำพูดออกมาผ่านไรฟัน "ปีศาจที่รักเธอที่สุดไงคะ" วิเวียนกระซิบชิดใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนตัดกับความเย็นเฉียบของบรรยากาศรอบข้าง มือเรียวสวยเลื่อนลงมาโอบรัดเอวบางของมินตราไว้แน่น ราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของ "ดูสิ... การสังเวยครั้งนี้กำลังจะสัมฤทธิ์ผล พลังของฉันกำลังกลับมาเข้มข้น และสายเลือดของเธอก็คือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้นัยน์ตาแห่งมยุราตื่นขึ้น" มินตราตัวแข็งทื่อ เธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของพิธี แต่เพราะคำลวงที่วิเวียนหว่านล้อมไว้ว่าจะเป็นการยุติเรื่องราวทั้งหมด หากแต่นี่คือกับดัก... กับดักที่หล่อนเดินเข้ามาด้วยความโง่เขลาเอง พลังงานสีม่วงอมดำเริ่มไหลเวียนจากร่างของเครื่องสังเวยพุ่งเข้าสู่ร่างกายของเลดี้วิเวียน เรือนผมสีเงินยวงของนางพริ้วไหวอย่างไร้แรงลม รัศมีอำนาจมหาศาลกดทับจนมินตราแทบหายใจไม่ออก ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง มินตราสังเกตเห็นบางอย่าง... เงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่มุมห้องไม่ได้แสดงภาพของวิเวียนที่กำลังมีอำนาจ แต่เป็นร่างที่ผอมโซและเน่าเปื่อยตามกาลเวลาที่แท้จริง 'นี่คือราคาที่นางต้องจ่ายสินะ...' มินตราคิดในใจ ความสงสารแล่นเข้าสู่หัวใจแม้จะถูกกระทำอย่างเหี้ยมโหด "วิเวียน... หยุดเถอะค่ะ" มินตราเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นอ่อนโยนอย่างที่นางไม่เคยทำมาก่อน เธอเอื้อมมือไปแตะใบหน้าของหญิงตรงหน้า "ถ้าคุณต้องการพลังเพื่อความอมตะ ทำไมไม่ใช้ความรักแทนที่จะเป็นเลือด? ทำไมต้องสร้างกำแพงกั้นระหว่างเราด้วยความตาย?" วิเวียนชะงัก ร่องรอยความสับสนฉายชัดในดวงตาที่เคยเด็ดขาด "ความรัก? ของไร้สาระแบบนั้นจะยื้อเวลาไว้ได้สักกี่ปีกันคะมินตรา... มันก็แค่ฝุ่นผงเมื่อเทียบกับความเป็นนิรันดร์" "แต่ในความว่างเปล่าของความเป็นนิรันดร์นั้น คุณกลับต้องโดดเดี่ยวไม่ใช่หรือคะ?" คำถามของมินตราดั่งคมดาบที่พุ่งตรงเข้าสู่หัวใจของวิเวียน ทันใดนั้น แท่นหินที่ใช้สังเวยก็เกิดรอยร้าว เสียงกรีดร้องที่ถูกกักขังทะลักออกมาดั่งพายุคลั่ง ม่านพลังงานแตกกระจายกลายเป็นเศษเสี้ยวของความแค้น พลังงานที่ยังไม่เสถียรย้อนกลับเข้าหาผู้ทำพิธีอย่างรุนแรง วิเวียนกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด พลังของนางเริ่มรั่วไหลและกัดกินตัวนางเอง มินตราถลาเข้าไปจะช่วย แต่กลับถูกแรงผลักจากพลังลี้ลับกระเด็นไปติดผนังห้อง เลือดสดๆ ไหลออกจากมุมปากของมินตรา แต่เธอกลับไม่ได้สนใจอาการบาดเจ็บของตนเองเลย ในความวุ่นวายนั้นเอง ประตูโถงทางเดินที่ปิดตายมานานหลายทศวรรษก็เปิดออก กลิ่นอายที่มินตราคุ้นเคยดี กลิ่นอายของความตายที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดชีวิตแผ่ซ่านเข้ามา ร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด—ชายผู้สวมหน้ากากกวางที่มินตราเห็นในฝันร้ายซ้ำๆ มานับครั้งไม่ถ้วน เขาไม่ได้เดิน แต่ร่างนั้นดูราวกับลอยละล่องเหนือกาลเวลา ในมือเขากำเศษเสี้ยวของสร้อยคอที่มินตราเคยทำหายไปในคืนที่ครอบครัวของเธอถูกฆ่าล้างตระกูล "มินตรา... ในที่สุดเราก็ได้พบกัน" เสียงทุ้มต่ำนั้นเย็นเยียบเสียยิ่งกว่าพลังของวิเวียนเสียอีก เลดี้วิเวียนที่กำลังสั่นสะท้านจากพลังย้อนกลับจ้องมองบุคคลที่ปรากฏตัวขึ้นด้วยสายตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด "เจ้า... เจ้ากลับมาทำไม! ข้อตกลงของเรามันจบลงตั้งแต่วันที่คฤหาสน์หลังนี้ถูกปิดตายแล้ว!" ชายหน้ากากกวางไม่ตอบ เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นชี้มาที่มินตรา "เลือดที่ไหลรินในค่ำคืนนี้ ไม่ใช่เพื่อรักษาพลังของมยุราหรอกนะวิเวียน... แต่มันคือบัตรเชิญให้ผู้ที่ตายไปแล้วได้กลับมาทวงคืนสิ่งที่เสียไป" มินตราลุกขึ้นยืนด้วยความสั่นเทา เธอจ้องมองชายปริศนาคนนั้นด้วยความรู้สึกที่แตกสลายและสับสน ในขณะที่วิเวียนพยายามจะขยับตัวแต่กลับพบว่าร่างกายของนางกลายเป็นหินไปครึ่งหนึ่งแล้ว ความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้คฤหาสน์สีเลือดนี้กำลังจะพังทลายลงพร้อมกับความจริงที่ว่า... คนที่ฆ่าครอบครัวของเธอ อาจไม่ใช่คนอื่นไกล แต่มันคือตัวเธอเองในอดีตชาติที่กำลังรอเวลาจะตื่นขึ้น! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งไปกับความมืดมิดในค่ำคืนนี้ แล้วเรามาพบกับความจริงที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิมในตอนหน้ากันนะคะ บลัดดี้แมรี่ค่ะ
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%