"ถอดรอยยิ้มจอมปลอมนั่นออกไปเสียทีเถอะค่ะ... มันบาดตาฉันเหลือเกิน"
เสียงของมินตราเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งที่เกาะอยู่บนกระจกหน้าต่าง คฤหาสน์ราตรีสีเลือดในยามนี้เงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง เธอจ้องมองใบหน้าสวยคมของเลดี้วิเวียนผ่านเงาสะท้อนในกระจกเงาบานยักษ์กลางห้องโถงที่มืดมิด มีเพียงแสงเทียนเล่มสุดท้ายที่กำลังจะมอดดับลงทำหน้าที่เป็นพยาน
เลดี้วิเวียนไม่ตอบในทันที เธอเพียงขยับตัวเข้าใกล้ ช้าๆ ราวกับนักล่าที่กำลังหยอกเย้าเหยื่อ กลิ่นหอมจางๆ ของกุหลาบดำและกลิ่นคาวเลือดที่ฝังลึกอยู่ในเนื้อผ้าของชุดราตรีสีดาร์กเบอร์กันดีโชยเข้าปะทะจมูกมินตรา วิเวียนยกมือขึ้นเรียวสวยนั้นลูบไล้แก้มของมินตราอย่างแผ่วเบา ทว่าปลายนิ้วที่เย็นจัดกลับทำให้มินตรารู้สึกเหมือนถูกคมมีดกรีดผ่านผิวหนัง
"ความรัก... เป็นเรื่องของความเชื่อใจนะคนดี" วิเวียนกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงของนางดุจกำมะหยี่ที่เคลือบด้วยยาพิษ "หากเธอหวาดระแวงทุกสัมผัสของฉัน แล้วเธอจะเอาอะไรไปวัดค่าความจริงที่ฉันมอบให้ล่ะคะ?"
มินตราเบือนหน้าหนี สายตาของเธอเหลือบไปเห็นรอยเลือดจางๆ ที่มุมปากของวิเวียน—ไม่ใช่รอยจากเครื่องสำอาง ไม่ใช่บาดแผลสด แต่เป็นร่องรอยของการกลืนกินบางอย่างที่ไม่อาจเอ่ยชื่อ
"ที่ผ่านมา... ค่ำคืนที่ท่านกอดฉันไว้ในอ้อมแขน หรือแม้แต่วันที่บอกว่าฉันคือสิ่งที่ท่านหวงแหนที่สุด มันเป็นเพียงบทละครฉากหนึ่งที่ท่านเขียนขึ้นเพื่อหลอกล่อให้ฉันตายใจใช่ไหมคะ?" มินตราถาม พยายามบังคับไม่ให้น้ำเสียงสั่นเครือ "ท่านบอกว่าท่านมีศัตรูที่อยู่ข้างนอก... แต่คนที่อยู่ข้างในล่ะ? คนที่ถือมีดรออยู่ข้างหลังฉันคือใครกันแน่?"
วิเวียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ นางจับไหล่มินตราไว้แน่น บังคับให้หันกลับมาเผชิญหน้า สายตาสีอำพันคู่นั้นดูราวกับหลุมลึกที่พร้อมจะดูดกลืนวิญญาณของผู้ที่เผลอมอง
"ถ้าความรักของฉันคือกลอุบาย... ทำไมเธอถึงยังไม่ตายล่ะคะ มินตรา?" วิเวียนเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจเย็นๆ รดลงบนริมฝีปากของมินตรา "ในเมื่อฉันมีโอกาสสังหารเธอตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอเหยียบย่างเข้าสู่ปราสาทแห่งนี้ แต่ฉันกลับเลือกที่จะเลี้ยงดูเธอไว้... ในกรงขังที่สวยงามที่สุดเท่าที่ฉันจะเนรมิตให้ได้"
มินตรากำหมัดแน่น เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนเลือดซึม ความสับสนปั่นป่วนในใจราวกับพายุ เธอรู้ดีว่าวิเวียนเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจคาดเดาได้ แต่สัมผัสที่อบอุ่นลวงๆ เหล่านั้นกลับกลายเป็นสารเสพติดที่ทำให้เธอโงหัวไม่ขึ้น
"ท่านหลอกใช้ฉันเพื่อเป็นโล่กำบังจากคำสาปของพวกมัน... ใช่ไหม?" มินตราเค้นเสียงถาม
วิเวียนไม่ได้ตอบ แต่กลับหยิบกำไลเงินลวดลายเถาวัลย์ที่เปื้อนคราบเลือดเก่าแก่ขึ้นมาสวมให้มินตรา มันรัดแน่นราวกับโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น
"คืนนี้... เลือดของเธอจะไม่ได้ใช้เพื่อรักษาสัญญาของฉัน แต่จะใช้เพื่อปลุกบางอย่างที่หลับใหลอยู่ใต้พื้นห้องนี้" วิเวียนเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นเย็นชาเฉียบขาด "จงเตรียมตัวให้พร้อม เพราะเมื่อนาฬิกาตีครบสิบสองครั้ง ความลับที่เธอพยายามขุดคุ้ย... จะกลายเป็นความจริงที่ทำให้เธอต้องร่ำไห้จนสายเลือดขาดใจ"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้มาเยือนจากเงามืดก็ดังขึ้น มินตราสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นเงาร่างของชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดที่ควรจะว่างเปล่า เขาสวมหน้ากากนกฮูกสีเงินและถือจดหมายที่มีตราประทับเลือดสดๆ อยู่ในมือ
วิเวียนหันไปมองร่างนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... ไม่ใช่สายตาของความรัก แต่เป็นความหวาดกลัวที่มินตราไม่เคยเห็นมาก่อน ชายปริศนาผู้นั้นยื่นจดหมายให้มินตราแทนที่จะเป็นวิเวียน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำให้มินตราตัวชาไปทั้งร่าง
"ท่านหญิงคะ... กรงขังนี้กำลังจะพังทลาย แต่คนที่ถือกุญแจไม่ได้มีแค่ท่าน... แต่มันคือผู้หญิงที่ท่านกำลังกอดอยู่คนนี้ต่างหาก"
มินตราก้มลงมองจดหมายในมือ เมื่อเปิดออกเธอก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพวาดใบหน้าของตัวเอง... แต่มันไม่ใช่ภาพวาดของมนุษย์ทั่วไป หากแต่เป็นภาพของ 'นักล่า' ที่วิเวียนพยายามตามหามาตลอดกาล
วิเวียนก้าวถอยหลังราวกับถูกผลัก สายตาของนางที่มองมินตราในตอนนี้เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและสิ้นหวัง... หรือนี่คือจุดจบของความรักที่เธอกลัวมาโดยตลอด
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่สิบแปดนี้ด้วยกันนะคะ บลัดดี้แมรี่จะรอให้ทุกท่านมาสัมผัสความระทึกขวัญในตอนถัดไปค่ะ
กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 18
ความลวงของความรัก
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!