"หยุดเถอะค่ะ... การละเล่นของพวกคุณมันช่างน่าเวทนาจนดิฉันแทบกลั้นหัวใจไม่ไหว"
เสียงหวานใสปานกระดิ่งแก้วของ ‘เอเลน่า’ ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องโถงกว้าง เธอไม่ได้ตะโกน แต่น้ำเสียงนั้นกลับบาดลึกดั่งคมมีดที่กรีดลงบนผิวเนื้อ มินตราสะดุ้งสุดตัว เธอผละออกจากวงแขนของเลดี้วิเวียนอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของกุหลาบที่อบอวลอยู่รอบกายหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ดูเหมือนจะจางหายไปแทนที่ด้วยความเย็นเยือกจากสายตาของเอเลน่า—สมาชิกผู้เงียบขรึมที่สุดในปาร์ตี้ ที่บัดนี้กำลังจ้องมองพวกเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
เลดี้วิเวียนยังคงประคองท่าทีสง่างามไว้ได้อย่างไร้ที่ติ นางเพียงแค่ปัดปอยผมสีราตรีที่ปรกใบหน้าออกช้าๆ รอยยิ้มมุมปากที่เคยดูเย้ายวนใจมินตรา บัดนี้กลับดูอันตรายและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"ความเมตตาของเธอช่างล้นเหลือนะคะ เอเลน่า แต่ดูเหมือนมันจะถูกใช้ผิดที่ผิดทางไปหน่อย" วิเวียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศ ทว่ามือที่ถือแก้วไวน์สีเลือดในมือนั้นกลับบีบแน่นจนก้านแก้วคริสตัลส่งเสียงลั่นเบาๆ
"ผิดที่ หรือผิดคนกันแน่คะ?" เอเลน่าก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวจากเชิงเทียนส่องกระทบใบหน้าขาวซีดของเธอ เห็นเพียงแววตาที่วาวโรจน์ด้วยความเกลียดชัง "อย่าลืมสิคะว่าใครกันที่นำพากลิ่นอายของความตายเข้ามาในคฤหาสน์แห่งนี้ และอย่าลืมว่ามินตราเป็นเพียงมนุษย์เดินดินที่มีลมหายใจสั้นเพียงชั่วกะพริบตา... คุณกำลังหลอกใช้เด็กคนนี้เพื่อบรรลุแผนการอันชั่วร้ายของตัวเอง หรือคุณแค่ต้องการ 'ของเล่น' ชิ้นใหม่ที่พร้อมจะแหลกสลายคามือกันแน่คะ เลดี้?"
มินตรามวลท้องด้วยความอึดอัด คำพูดของเอเลน่าเหมือนหยิบเอาก้อนน้ำแข็งมาวางบนแผ่นหลังของเธอ ความสงสัยที่พยายามกดทับไว้เริ่มตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง เธอหันไปมองใบหน้าด้านข้างของวิเวียน หวังจะเห็นความปฏิเสธหรือคำอธิบายที่ปลอบประโลมใจ ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือความนิ่งงันที่เงียบเชียบดุจหลุมศพ
"ถ้าเธอคิดว่านี่คือการหลอกใช้... เธอก็ช่างไร้รสนิยมเสียจริง" วิเวียนหันมาเผชิญหน้ากับเอเลน่าโดยตรง ร่างสูงสง่าแผ่รังสีอำนาจกดขี่จนบรรยากาศในห้องโถงดูบีบคั้น "ความรักที่ดิฉันมอบให้มินตรา ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาตีความ โดยเฉพาะกับคนที่แอบซ่อนคมมีดไว้ใต้ชุดผ้าไหมปักดิ้นทองแบบเธอ"
"ดิฉันไม่ได้มีไว้เพื่อตีความความรักของคุณ แต่มีไว้เพื่อปกป้อง 'ปาร์ตี้' ของเราจากการถูกทำลายโดยความใคร่ชั่วคราวของคุณต่างหาก!" เอเลน่าแผดเสียงขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของเธอจ้องมินตราเหมือนจะแผดเผา "มินตรา... ถามตัวเองดูสิคะ ว่าที่ผ่านมารอยยิ้มที่เธอมอบให้คุณ มันเปื้อนเลือดของใครมาบ้าง? คุณคิดว่าความอบอุ่นที่คุณสัมผัสได้จากนาง มันคือความจริง หรือเป็นเพียงกับดักล่อเหยื่อที่นางถนัดนักล่ะ?"
มินตราถอยหลังไปหนึ่งก้าว ความสับสนกัดกินหัวใจเธอเหมือนปลวกที่แทะเล็มไม้ผุ เธอจำเหตุการณ์ในค่ำคืนที่ครอบครัวของเธอถูกพรากไปได้... กลิ่นคาวเลือด กลิ่นหอมประหลาดที่ลอยวนอยู่ในอากาศ และเงาสีดำที่ดูละม้ายคล้ายกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้
"มินตรา อย่าไปฟังนาง" วิเวียนขยับกายเข้ามาใกล้ หญิงสาวผู้สูงศักดิ์ยกมือขึ้นแตะแก้มมินตราเบาๆ สัมผัสที่ปลายนิ้วเย็นเยียบแต่แฝงด้วยกระแสไฟฟ้าบางอย่างที่ทำให้มินตราสั่นสะท้าน "เธอก็แค่กลัว... กลัวว่าอำนาจที่เธอเคยมีจะถูกแบ่งแยกออกไป เอเลน่าไม่ได้ปกป้องใครหรอกค่ะ นางแค่ปกป้อง 'ผลประโยชน์' ของตัวเอง"
"อำนาจหรือคะ?" เอเลน่าหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะฟังดูแห้งแล้งและน่าขนลุก เธอล้วงบางอย่างออกมาจากใต้แขนเสื้อ มันเป็นล็อกเก็ตทองเก่าคร่ำคร่าที่ดูคุ้นตาจนมินตราต้องหยุดหายใจ "งั้นลองบอกมินตราดูสิคะ ว่าของสิ่งนี้... ของที่พบในห้องลับของ 'อดีตคนรักของคุณ' มาอยู่ในมือของดิฉันได้อย่างไร และทำไม... กลิ่นอายของมันถึงมีพลังงานชีวิตของมินตราติดอยู่เพียงจางๆ เหมือนกับว่าเจ้าของของมันพยายามจะดูดกลืนชีวิตของนางตั้งแต่แรกพบ?"
มินตรามองล็อกเก็ตสีทองในมือเอเลน่า หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ มันคือล็อกเก็ตที่เธอเคยทำหายไปในคืนที่เกิดโศกนาฏกรรม... ของที่เธอเชื่อว่ามันสูญหายไปพร้อมกับร่างของมารดา
วิเวียนหรี่ตาลง แววตาที่เคยอ่อนหวานบัดนี้เปลี่ยนเป็นคมกริบดุจสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำคอเหยื่อ นางไม่พูดอะไร เพียงแค่ยื่นมือออกไปหาเอเลน่าอย่างช้าๆ ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วของทั้งคู่เกือบจะสัมผัสกัน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากความมืดในมุมอับของห้องโถง... เสียงฝีเท้าที่หนักแน่น มั่นคง และคุ้นเคยอย่างประหลาดจนทำให้มินตราแทบทรุดเข่าลงกับพื้น
"ดูเหมือนว่า... ข้าจะมาขัดจังหวะความสัมพันธ์อันแสนอบอุ่นของพวกเจ้าสินะ"
มินตราหันไปตามเสียงนั้น ร่างสูงใหญ่ที่ก้าวออกมาจากเงามืดทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วงไปทันที เขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นชายที่เธอควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน... ชายที่เคยเป็นคนรักของแม่เธอ และเป็นคนเดียวกับที่วิเวียนเคยเอ่ยถึงว่าเป็น 'เหยื่อคนโปรด' ที่นางไม่มีวันปล่อยให้ไปเกิดใหม่!
บลัดดี้แมรี่หวังว่าบทนี้จะทำให้คุณรี้ดเดอร์ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ และเฝ้ารอคอยความจริงที่กำลังจะเปิดเผยในตอนต่อไปนะคะ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในกรงขังมยุรานี้ไปด้วยกันค่ะ
กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด•ตอนที่ 13
ศัตรูในคราบมิตร
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กรงขังมยุรา: ปริศนาคฤหาสน์ราตรีสีเลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!