เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน•ตอนที่ 9

พิษร้ายในถ้วยชา

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“รสชาของวันนี้... ดูจะขมปร่ากว่าทุกวันนะเพคะ พระสนมเหม่ยหลิง” หลินฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย นิ้วเรียวยาวดุจลำเทียนของนางแตะขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตา แววตาของนางนิ่งสงบดุจผิวน้ำในยามไร้ลม ทว่ากุ้ยเฟยเหม่ยหลิงกลับเห็นประกายคมปลาบที่ซ่อนอยู่ใต้แพขนตานั้นอย่างชัดเจน เหม่ยหลิงแค่นหัวเราะในลำคอ นางขยับพัดปักลายดอกโบตั๋นในมือเบาๆ กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่ในตำหนักดูจะหนาหนักจนชวนอึดอัด “อาจเป็นเพราะข้าใส่ใจเลือกชาชั้นดีมาต้อนรับเจ้ามากเกินไปจนรสชาติเข้มข้นจนเกินงาม หรือว่าเจ้า... ไม่คุ้นชินกับความหวังดีของข้ากันแน่ ฟางเซียน” ฟางเซียนเลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากของนางมิได้ส่งไปถึงดวงตา “ความหวังดีที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของดอกราตรีพิษ... ข้าเกรงว่าจะรับไว้ไม่ไหว” บรรยากาศในตำหนักพลันเงียบกริบลงทันที ขันทีและนางกำนัลรอบข้างต่างก้มหน้าต่ำจนแทบติดพื้น เสียงเข็มตกในยามนี้ย่อมดังกว่าเสียงหัวใจของเหล่าข้าหลวงที่กำลังเต้นระรัว เหม่ยหลิงชะงักพัดในมือ ใบหน้าที่เคยฉาบด้วยความงามสง่าเริ่มบิดเบี้ยวเล็กน้อยด้วยโทสะที่พยายามสะกดไว้ “เจ้ากล่าววาจาเลอะเทอะอันใด” เหม่ยหลิงเค้นเสียง “นี่คือชาอวี้หลงที่ฮ่องเต้ประทานให้ข้า เจ้ากำลังจะบอกว่า... ของที่ฝ่าบาทมอบให้นั้นมีพิษงั้นหรือ? เจ้าคิดจะใส่ร้ายข้าหรือคิดจะหมิ่นพระเกียรติฝ่าบาทกันแน่!” ฟางเซียนวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม เสียงกระทบกันเบาๆ นั้นกลับดังกังวานในความรู้สึกของทุกคน นางไม่รีบร้อนที่จะแก้ต่าง กลับลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินอ้อมไปด้านหลังของเหม่ยหลิง กลิ่นหอมเย็นจากตัวนางกดทับกลิ่นกำยานจนน่าอึดอัด “ข้ามิได้บอกว่าฝ่าบาทประทานยาพิษ” ฟางเซียนกระซิบข้างหูอีกฝ่าย น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง “แต่ข้ากำลังจะบอกว่า... คนรอบข้างพระสนมต่างหาก ที่มือสะอาดเสียจนน่ากลัว” ในจังหวะที่เหม่ยหลิงจะหันกลับมาต่อปากต่อคำ ฟางเซียนอาศัยจังหวะที่นางกำนัลคนสนิทของเหม่ยหลิงเผลอ ปัดถ้วยชาของตนให้ล้มลงไปบนตักของอีกฝ่ายโดยตั้งใจ ของเหลวสีเข้มราดรดอาภรณ์ผ้าไหมปักดิ้นทองของกุ้ยเฟยจนเปรอะเปื้อน “ว้าย! เจ้าทำบ้าอะไร!” เหม่ยหลิงหวีดร้อง ลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มระเนระนาด “ข้าขออภัย!” ฟางเซียนทำท่าตกใจอย่างสมบทบาท ทว่าสายตานางกลับจับจ้องไปที่นางกำนัลคนสนิทของเหม่ยหลิงที่พยายามจะถอยหนี นางคว้าข้อมือนางกำนัลผู้นั้นไว้แน่น “เจ้าจะไปไหน? ถ้วยชาของข้าเปื้อนอาภรณ์ของพระสนม... เจ้าต้องช่วยเช็ดให้สะอาดมิใช่หรือ?” “ข้า... ข้าจะไปเอาน้ำสะอาดมาเพคะ!” “ไม่ต้อง” ฟางเซียนกดเสียงต่ำ “ในเมื่อน้ำชานี้หอมนัก... ก็จงดื่มน้ำชาที่นองอยู่บนพื้นนี้เสียหน่อยเถิด เผื่อว่าข้าจะเข้าใจผิดไปเองว่าในถ้วยนี้มีพิษร้าย” นางกำนัลผู้นั้นหน้าถอดสี เหม่ยหลิงเริ่มรับรู้ถึงสถานการณ์ที่ไม่ชอบมาพากล นางถลึงตาใส่นางกำนัลของตนก่อนจะตวาด “ฟางเซียน! อย่าให้มันมากเกินไป นี่ตำหนักของข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้าหรือคนของข้า!” ฟางเซียนปล่อยมือนางกำนัลผู้นั้นด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์กล “ข้าไม่ได้สั่งพระสนม แต่ข้ากำลัง 'เตือน' ว่าหากคนของพระสนมไม่กล้าดื่ม... ข้าก็คงต้องเชิญฝ่าบาทมาตัดสินความเรื่องรสชาติของชาถ้วยนี้ด้วยพระองค์เอง” ชื่อของ 'จ้าวเฟยหลง' สั่นสะเทือนไปทั่วตำหนัก ความเงียบงันกลับมาเข้าครอบงำอีกครั้ง เหม่ยหลิงกัดริมฝีปากจนห่อเลือด นางรู้ดีว่าหากฮ่องเต้เสด็จมา ทุกอย่างที่นางวางแผนไว้จะพังพินาศในพริบตา ฟางเซียนไม่ใช่คนโง่ นางรู้ว่านางเอกผู้นี้กำลังดึงเกมให้ถึงที่สุดเพื่อบีบให้ศัตรูจนมุม ฟางเซียนเดินกลับไปนั่งที่เดิม สายตาจับจ้องที่คราบชาบนพื้นราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงเจตนาชั่วร้ายของเหม่ยหลิง “พระสนมเหม่ยหลิง... ในวังหลังแห่งนี้ ใครที่ไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมย่อมตายศพไม่สวย แต่ใครที่คิดใช้เล่ห์เหลี่ยมกับข้า... บางทีอาจจะต้องลองชิมรสชาติของความพ่ายแพ้ดูบ้างนะเพคะ” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นของบุรุษดังขึ้นจากด้านนอกตำหนัก ประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออกด้วยฝีมือของมหาดเล็กหลวง ร่างสูงโปร่งของจ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตาดั่งพญาอินทรีนั้นกวาดมองคราบชาบนพื้นและใบหน้าที่ซีดเผือดของเหม่ยหลิงเพียงครู่เดียว “ดูเหมือนชาถ้วยนี้จะทำให้นางสนมของข้ามีเรื่องต้องปรึกษากันอย่างเคร่งเครียดทีเดียวนะ” ฮ่องเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวาน ทว่าแฝงไว้ด้วยความเย็นชาที่ทำเอาทุกคนในห้องต้องทรุดตัวลงคุกเข่า จ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามาใกล้ฟางเซียน ก่อนจะหันไปสบตากับเหม่ยหลิงที่กำลังตัวสั่น “บอกข้าซิเหม่ยหลิง... ชาที่เจ้าเตรียมไว้ต้อนรับฟางเซียน เหตุใดจึงหกเลอะเทอะเช่นนี้ หรือว่ามีผู้ใดในตำหนักเจ้า... 'แอบเติมรสชาติ' ที่ข้าไม่เคยอนุญาตลงไป?” เหม่ยหลิงตัวชาวาบ ก้มหน้าต่ำจนแทบชิดพื้น หัวใจเต้นรัวราวกับกลองศึก “ฝ่าบาท... หม่อมฉัน...” ฟางเซียนเหลือบมองจ้าวเฟยหลงที่ยืนอยู่ข้างกาย ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนคนแปลกหน้าในบางครา กลับมีความเข้าอกเข้าใจกันในฐานะผู้เล่นเกมกระดานเดียวกันในยามนี้ แต่ก่อนที่เหม่ยหลิงจะได้เอ่ยแก้ต่าง ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ก็ก้าวเข้ามาถวายรายงานด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “ฝ่าบาท! เกิดเรื่องแล้วพ่ะย่ะค่ะ! นางกำนัลที่คอยต้มชาในห้องเครื่องถูกพบเป็นศพ... และในมือของนางกำมือไว้ด้วยสมุนไพรชนิดหนึ่งที่... ที่ระบุไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ!” ฟางเซียนหันขวับไปมองเหม่ยหลิงทันที ความตกใจในแววตาของศัตรูไม่ได้มาจากแผนการที่ล้มเหลว แต่มันมาจากสิ่งที่นางไม่ได้เป็นคนทำ... มี 'มือที่สาม' กำลังแทรกแซงเกมของพวกนางอยู่ ขอให้ทุกท่านร่วมลุ้นระทึกไปกับการหักเหลี่ยมในวังหลวงกับไป๋เหลียนฮวาในตอนหน้า แล้วท่านจะพบว่า... เล่ห์กลที่แท้จริง เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%