"ข้าไม่ได้ต้องการชีวิตของท่านหรอกนะ ท่านแม่ทัพฉิน... แต่ข้าต้องการเพียงความจริงที่ท่านซ่อนไว้ใต้เกราะเหล็กแกร่งกล้านั่น"
น้ำเสียงของหลินฟางเซียนราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ทว่าดวงตาเรียวรีกลับคมปลาบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการชุบเย็น เธอวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม เสียงกระทบกันเบาหวิวกลับดังก้องในโถงรับรองที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า ตรงหน้าของเธอคือฉินจง แม่ทัพผู้กุมกำลังทหารครึ่งหนึ่งของเมืองหลวง ชายผู้มีใบหน้าบากเป็นรอยแผลเป็นแห่งเกียรติยศ ทว่าในเวลานี้เขากลับกำลังเหงื่อตกพลั่ก
"พระสนม... ท่านกำลังกล่าวหาข้าด้วยเรื่องเหลวไหลอะไร" ฉินจงเค้นเสียงตอบ มือที่วางบนเข่าสั่นระริกโดยพยายามปกปิดอย่างสุดกำลัง
ฟางเซียนยกยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่มิได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทำให้คนมองรู้สึกหนาวเหน็บถึงกระดูกสันหลัง เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย ต่างจากบรรยากาศรอบตัวที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"เหลวไหลงั้นหรือ?" เธอทวนคำ "จดหมายฉบับนี้... ที่ส่งถึงกุ้ยเฟยเหม่ยหลิงเมื่อสามวันก่อน ข้าเกรงว่ามันจะไม่ใช่จดหมายรักของหนุ่มสาวหรอกนะ ท่านแม่ทัพ"
เธอดันกระดาษแผ่นหนึ่งไปตรงหน้าเขา มันคือสำเนาข้อความลับที่เธอยอมเสี่ยงชีวิตบุกเข้าห้องลับของเหม่ยหลิงเพื่อช่วงชิงมา แม้จะเป็นเพียงสำเนาที่เขียนขึ้นใหม่ด้วยลายมือที่เลียนแบบได้แนบเนียน แต่มันก็เพียงพอที่จะจุดไฟเผาไหม้ความเชื่อใจที่เหม่ยหลิงมีต่อฉินจงจนมอดไหม้
"ท่านกุ้ยเฟยให้สัญญากับท่านว่าอย่างไรหรือ? บัลลังก์มังกร? หรือตำแหน่งผู้สำเร็จราชการ? ช่างน่าขันนัก ท่านไม่รู้ตัวเลยหรือว่าหลังจากที่ท่านสังหารฝ่าบาทให้พระนางแล้ว คนแรกที่จะถูกกำจัดทิ้งเพื่อปิดปากก็คือ 'แม่ทัพผู้ทรยศ' อย่างท่านเอง"
ฉินจงชะงัก สายตาเขาสั่นไหว ความระแวงที่ฟางเซียนหยอดเมล็ดพันธุ์ไว้เมื่อหลายวันก่อนบัดนี้เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่พร้อมจะพังทลายสติสัมปชัญญะของเขา
"เจ้า... เจ้าโกหก! นางไม่มีทาง..."
"นางไม่มีทางทำเช่นนั้นหรือ?" ฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ลองคิดดูเถิด ท่านแม่ทัพ ในคืนที่ข้าถูกลอบสังหาร คนของใครกันที่จู่ๆ ก็ถอนกำลังออกไปอย่างปริศนา? ใครกันที่ทิ้งให้ท่านต้องเผชิญหน้ากับองครักษ์ของฝ่าบาทเพียงลำพัง? ท่านคิดว่านั่นคือความผิดพลาดงั้นหรือ? หึ... นั่นคือการคัดกรองขยะทิ้งอย่างไรล่ะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ฉินจงขบกรามแน่น จินตภาพในหัวของเขาเริ่มเปลี่ยนไป เหตุการณ์ร้ายแรงที่เคยผ่านมาถูกฟางเซียนนำมาเรียบเรียงใหม่จนกลายเป็นหลักฐานความไม่ไว้วางใจที่สมบูรณ์แบบ จิตวิทยาที่เธอใช้ไม่ใช่การใส่ความ แต่คือการจี้จุดที่เขาหวาดกลัวที่สุด—นั่นคือการถูกหักหลังโดยคนที่เขาหลงรักและจงรักภักดี
ในขณะนั้นเอง ประตูโถงก็ถูกผลักออกอย่างแรง กุ้ยเฟยเหม่ยหลิงก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง นางสวมชุดสีแดงสดราวกับเลือดที่พร้อมจะหลั่งริน สายตาของนางกราดมองฉินจงและฟางเซียนด้วยความอาฆาต
"ท่านแม่ทัพ! เจ้ามาทำอะไรในตำหนักของนางแพศยานี่!" เหม่ยหลิงตะคอก ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความโกรธ
ฉินจงลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาของเขามิได้อ่อนโยนเหมือนทุกครั้งที่มองนาง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเคลือบแคลง "พระสนม... หม่อมฉันแค่มาเจรจาเรื่องความปลอดภัยของตระกูล"
"เจรจา? หรือมารายงานความล้มเหลวของเจ้า!" เหม่ยหลิงก้าวเข้ามาใกล้ เงื้อมมือตบหน้าฉินจงฉาดใหญ่ "เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเจ้าแอบส่งคนไปติดต่อกับตระกูลหลินลับหลังข้า!"
ฟางเซียนมองภาพนั้นด้วยความพึงพอใจ หัวใจของเธอกระตุกยิ้มอย่างเงียบเชียบ เธอไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากวางหมากให้พวกเขาสงสัยในตัวกันเอง ความระแวงเพียงเล็กน้อยที่เธอปลูกฝัง เมื่อบวกกับนิสัยเผด็จการและหวาดระแวงของเหม่ยหลิง มันจึงกลายเป็นเชื้อไฟที่โหมกระหน่ำได้อย่างรวดเร็ว
"เจ้าฆ่าข้าเถิด หากเจ้าคิดว่าข้าเป็นคนทรยศ!" ฉินจงตะคอกกลับ ความอดทนที่มีต่อหญิงสาวผู้เย่อหยิ่งคนนี้ขาดผึงลง "แต่ข้าอยากรู้เหลือเกินว่า ความลับเรื่อง 'ยาพิษในตำหนักบรรทม' นั้น... ถ้าฝ่าบาทรู้ว่าใครเป็นคนจัดหามาให้ ท่านยังจะยืนหัวเราะอยู่ตรงนี้ได้นานแค่ไหน!"
ใบหน้าของเหม่ยหลิงซีดเผือดลงทันที นางถอยกรูดไปด้านหลัง สายตาสั่นระริกด้วยความตกใจ นางไม่เคยบอกเรื่องยาพิษนี้กับใคร นอกจากคนสนิทที่นางฆ่าทิ้งไปหมดแล้ว แล้วฉินจงรู้ได้อย่างไร?
"ท่าน... ท่านรู้ได้อย่างไร..." เสียงของเหม่ยหลิงสั่นเครือ
ฟางเซียนยืนขึ้น ชายผ้าไหมสีฟ้าอ่อนพริ้วไหวตามแรงขยับ เธอเดินผ่านทั้งสองคนไปราวกับเป็นเพียงผู้ชมละครเวทีฉากหนึ่งที่กำลังจะถึงจุดจบ เธอหยุดเดินที่หน้าประตู หันกลับมามองสองศัตรูที่กำลังแตกคอกันเองด้วยสายตาเย็นชา
"ความลับไม่มีในโลกหรอกนะ ท่านทั้งสอง" ฟางเซียนเอ่ยเสียงนุ่ม "เพียงแต่ข้าหวังว่า... ค่ำคืนนี้พวกท่านจะยังนอนหลับฝันดี เพราะดูเหมือนว่าจะมีใครบางคน กำลังจับจ้องท่านทั้งสองอยู่จากในเงามืด"
ฉินจงและเหม่ยหลิงหันไปมองรอบกายด้วยความตื่นตระหนก ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์หลวงนับสิบชีวิตก็ดังขึ้นจากหน้าประตูพร้อมกับเสียงกระบี่ที่ชักออกจากฝัก
ประตูตำหนักถูกเปิดออกโดยแรง ร่างสูงสง่าในชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองของจักรพรรดิจ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามา สายพระเนตรดุดันคมกริบกวาดมองไปที่แม่ทัพและพระสนมที่กำลังยืนประจันหน้ากันด้วยท่าทางพิรุธ
"ดูเหมือนว่า... ข้าจะมาขัดจังหวะการสารภาพบาปของพวกเจ้าสินะ?"
จ้าวเฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความกดดันอันมหาศาล เขาปรายตามามองฟางเซียนเพียงชั่วครู่ แววตาของเขามีความชื่นชมปนความกังวลซ่อนอยู่ ก่อนจะเบนความสนใจกลับไปที่คนทั้งสองที่บัดนี้ไร้ทางหนี
ฟางเซียนก้มศีรษะลงเล็กน้อย รอยยิ้มหวานซ่อนเร้นปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง... ใช่แล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เธอวางไว้ แต่ในตอนนั้นเอง เธอกลับสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบที่ต้นคอจากมีดสั้นเล่มหนึ่งที่ถูกจ่อเข้ามาจากด้านหลังโดยคนที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน!
"ฝ่าบาท... ห้ามขยับแม้แต่ก้าวเดียว มิเช่นนั้นหัวใจของพระสนมคนโปรดของท่าน จะต้องหยุดเต้นในวินาทีนี้" เสียงแหบพร่าของ 'คนใกล้ตัว' ที่เธอไว้วางใจที่สุดดังขึ้นข้างหู ทำให้ฟางเซียนถึงกับตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป!
ไป๋เหลียนฮวาขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันนี้นะคะ
เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน•ตอนที่ 25
รอยร้าวในใจศัตรู
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!