เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน•ตอนที่ 24

หนีออกจากวังหลวง

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"อย่าหันหลังกลับไปมอง ถ้าไม่อยากเห็นหยาดเลือดของคนที่จงรักภักดีต้องย้อมแผ่นดินวังหลังให้กลายเป็นสีชาด" เสียงกระซิบของหลินฟางเซียนเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู ท่ามกลางความมืดมิดของอุโมงค์ลับใต้ตำหนักคุนหนิง กลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่ลอยมาตามสายลมจากเบื้องบนเป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า เวลานี้วังหลวงมิใช่สถานที่สำหรับผู้ที่มีลมหายใจอีกต่อไป จ้าวเฟยหลงกระชับมือที่กุมมือเรียวบางของนางไว้แน่น นัยน์ตาคมกริบของจักรพรรดิผู้กำลังถูกโค่นอำนาจฉายแววตัดพ้อ แต่ทว่าเด็ดเดี่ยว "เจ้าเสียสละมามากเกินไป ฟางเซียน หากข้าไม่ดึงดันจะสู้ในคืนนี้ ป่านนี้เจ้าคงไม่ต้องมาหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ในรูหนูเช่นนี้กับข้า" ฟางเซียนหยุดฝีเท้าลง นางหันกลับมาสบตาเขา แสงจากคบไฟวูบวาบสะท้อนให้เห็นแววตาที่มิได้สั่นคลอนแม้แต่น้อย "ความเสียสละของหม่อมฉันเทียบไม่ได้กับแผ่นดินที่ฝ่าบาทต้องรักษาไว้เพคะ กุ้ยเฟยเหม่ยหลิงมีกำลังทหารในมือเกินครึ่ง หากเราไม่หนีออกไปรวบรวมกองกำลังที่ชายแดนตะวันตก บัลลังก์ที่บรรพชนสร้างมาคงถูกนางเชิดหุ่นให้คนแซ่จางเถลิงอำนาจในชั่วข้ามคืน" นางดึงหน้ากากหนังบางเบาขึ้นปิดบังใบหน้า ก่อนจะขยับกายนำไปข้างหน้าด้วยท่าทีคล่องแคล่วราวกับพยัคฆ์ที่คุ้นชินกับการล่า "อย่าให้ความรู้สึกผิดมาฉุดรั้งเราไว้เลยเพคะ ความแค้นของหม่อมฉัน... มันหนักอึ้งพอที่จะทำให้หม่อมฉันยอมแลกแม้กระทั่งวิญญาณเพื่อดับลมหายใจของเหม่ยหลิง" ทางเดินแคบๆ ทอดยาวออกสู่ป่าทึบนอกกำแพงวัง ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความระแวดระวัง เสียงฝีเท้าของพวกเขาสอดประสานไปกับเสียงแมลงกลางคืนที่ดูเหมือนจะเงียบงันผิดปกติ ในใจของฟางเซียนประมวลผลอยู่ตลอดเวลา การหนีครั้งนี้มิใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นการถอยเพื่อตั้งหลักให้นิ่งที่สุด "หยุด" นางยกมือห้ามจ้าวเฟยหลงพร้อมกับดึงเขาเข้าหลบหลังโขดหินใหญ่ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองทหารรักษาการณ์ดังใกล้เข้ามา แสงคบไฟสว่างวาบไปทั่วบริเวณที่พวกเขาเพิ่งเดินผ่านมา ขุนนางฝ่ายเหม่ยหลิงคนหนึ่งกำลังตะโกนสั่งการด้วยน้ำเสียงกร้าว "ค้นหาให้ทั่ว! ใครที่กล้าช่วยฮ่องเต้หลบหนี ตัดหัวเสียบประจานที่หน้าประตูวัง!" จ้าวเฟยหลงกำกระบี่คู่กายแน่น เส้นเลือดบนหลังมือปูดโปนด้วยความโกรธแค้น ทว่าฟางเซียนกลับวางมือทาบทับลงบนหลังมือของเขา นางส่ายหน้าช้าๆ สบตาเขาด้วยสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งว่า 'อดทนไว้' ขณะที่ทหารกลุ่มนั้นเดินผ่านพวกเขาไปเพียงไม่กี่ก้าว ฟางเซียนก็สังเกตเห็นความผิดปกติ... หัวหน้ากองทหารผู้นั้นมิได้มองหาทั่วบริเวณอย่างจริงจัง แต่มุ่งตรงไปยังเส้นทางที่จะนำไปสู่ค่ายทหารรวบรวมกำลังพลที่พวกเขาวางแผนไว้ นี่หมายความว่าข่าวกรองของพวกเขารั่วไหล! 'เหม่ยหลิง... นางเดินเกมเร็วกว่าที่คิด' ฟางเซียนกัดริมฝีปากแน่น ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังจะขยับตัวออกจากที่ซ่อน เงาของบุรุษผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากเงามืดเบื้องหน้า กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่คุ้นเคยโชยมาก่อนตัวตน จ้าวเฟยหลงชะงักไปชั่วขณะเมื่อจำเงาร่างนั้นได้แม่นยำ "ฝ่าบาท... พระองค์ช่างเลือกเวลาหนีได้น่าชื่นชมยิ่งนัก" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้น บุรุษในชุดสีดำสนิทขยับกายออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกปกปิดด้วยหน้ากากเงิน ทว่านัยน์ตาที่เรียวรีคู่นั้นกลับฉายแววประหลาดใจเมื่อเห็นฟางเซียนที่ยืนเคียงข้างฮ่องเต้ "เจ้าเป็นใคร!" จ้าวเฟยหลงตวาดต่ำ ฟางเซียนเบิกตากว้างเมื่อเห็นสัญลักษณ์พยัคฆ์ที่ปักอยู่บนแขนเสื้อของบุรุษผู้นั้น "ท่าน... ท่านคือคนของตระกูลหลินที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน" บุรุษลึกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะโยนจดหมายฉบับหนึ่งลงบนพื้นแทบเท้าพวกเขา "ข้าไม่ได้มาเพื่อจับกุมฝ่าบาท แต่ข้ามาเพื่อบอกว่า... ในขณะที่พวกท่านกำลังหนีออกทางอุโมงค์ลับ เหม่ยหลิงก็ได้วางค่ายกลล้อมสังหารรอไว้ที่ค่ายทหารชายแดนเรียบร้อยแล้ว หากพวกท่านก้าวเท้าออกไปเกินหนึ่งลี้ ทั้งจักรพรรดิและสตรีผู้กุมความลับของวังหลัง... จะกลายเป็นเพียงซากศพที่ไม่มีใครจดจำ" จ้าวเฟยหลงชะงักไปชั่วครู่ "เจ้าต้องการอะไร?" บุรุษผู้นั้นก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจรดริน แต่ทว่าเป้าหมายของเขากลับไม่ใช่ฮ่องเต้ เขากลับจ้องมองไปที่ฟางเซียน "ข้าต้องการเพียงสิ่งเดียว... สิ่งที่พวกท่านกำลังถืออยู่ในมือนั่นคือ 'ตราหยกสั่งการทัพ' ที่แท้จริงใช่หรือไม่? เพราะสิ่งที่อยู่ในวังหลวงตอนนี้... เป็นเพียงของปลอมที่เหม่ยหลิงพยายามจะใช้ตบตาแผ่นดิน" ฟางเซียนนิ่งงัน นางค่อยๆ เอื้อมมือไปที่ถุงผ้าที่เอวด้วยหัวใจที่เต้นรัว หากส่งให้เขา พวกเขาจะรอด แต่หากเขาคือคนของเหม่ยหลิง... ความตายจะมาเยือนเร็วกว่าเดิมสิบเท่า จังหวะที่นางตัดสินใจจะชักมีดสั้นออกมาตัดสินชะตากรรม ทหารกลุ่มเดิมที่เดินผ่านไปก็หันกลับมาอย่างกะทันหัน เสียงตะโกนร้องบอกว่า 'พบตัวแล้ว!' ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วป่ามืด! ไป๋เหลียนหวังว่าทุกท่านจะยังคงรักษาระดับความตื่นเต้นนี้ไว้จนถึงตอนสุดท้าย แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้ากับความจริงที่อาจเปลี่ยนชะตาแผ่นดินไปตลอดกาลนะคะ ไป๋เหลียนฮวาขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดพลิกผันนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%