เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน•ตอนที่ 23

พายุใหญ่เริ่มก่อตัว

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"ข้าไม่เคยคิดเลยว่า 'ความจงรักภักดี' จะมีราคาถูกถึงเพียงนี้... ถูกเสียจนซื้อได้ด้วยทองคำเพียงไม่กี่หีบ และคำโกหกพกลมจากคนเพียงคนเดียว" หลินฟางเซียนวางถ้วยชาเคลือบศิลาลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอม เสียงกระทบกันของกระเบื้องดังกังวานในความเงียบงันของตำหนักบรรทม นางไม่ได้ตวัดสายตามองคนเบื้องหน้า แต่จ้องมองไปยังรอยร้าวเล็กๆ บนผนังห้องราวกับมันคือแผนที่เส้นทางสู่ความตายที่นางต้องเดินผ่าน กุ้ยเฟยเหม่ยหลิงเหยียดยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคู่งามที่เคยอ่อนหวานบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความกระหายอำนาจ นางค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ประหนึ่งราชสีห์ที่ล้อมเหยื่อจนมุม "ความจงรักภักดีหรือ? สิ่งนั้นมีไว้สำหรับคนโง่เขลาอย่างเจ้าเท่านั้น ฟางเซียน... ในโลกที่บัลลังก์สั่นคลอน ใครที่ถือดาบไว้ในมือ คนผู้นั้นต่างหากคือผู้กำหนดนิยามของความถูกต้อง" "ท่านหมายความว่าอย่างไร" น้ำเสียงของฟางเซียนยังคงราบเรียบ ทว่าภายใต้แขนเสื้อที่ทิ้งตัวยาว มือของนางกลับกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเย็นเยียบจากปลายเท้าเริ่มแล่นริ้วขึ้นมาถึงหัวใจ "หมายความว่า... คืนนี้ ดวงดาวบนฟ้าจะไม่ได้เปลี่ยนตำแหน่งเพียงอย่างเดียว" เหม่ยหลิงหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้องของวิญญาณแค้น "เจ้าคิดว่าจ้าวเฟยหลงยังคงนั่งอยู่บนบัลลังก์อย่างสง่างามงั้นหรือ? ผิดแล้ว! บัดนี้ประตูป้อมปราการชั้นนอกถูกเปิดออกโดยกองทัพที่ไม่ได้สวมชุดเกราะของหลวง แต่เป็น 'กองทัพแห่งความแค้น' ที่ตระกูลของเจ้า—ตระกูลที่เจ้าเกลียดนักหนา—เป็นผู้หยิบยื่นอาวุธให้" ฟางเซียนนิ่งงัน หัวใจนางกระตุกวูบ เหตุการณ์ที่นางหวาดหวั่นที่สุดกำลังอุบัติขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของราตรี กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาตามกระแสลมที่พัดผ่านช่องหน้าต่าง แสงไฟจากคบเพลิงไกลๆ ที่หอสังเกตการณ์เริ่มสั่นไหวและดับลงทีละดวง ราวกับมีใครบางคนจงใจดับแสงสว่างของเมืองหลวงแห่งนี้ลง "เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้พวกมันทำตามอำเภอใจหรือ?" ฟางเซียนสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาต สายตาของนางคมกริบดุจมีดโกนที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกคำลวง "เหม่ยหลิง ท่านมองข้ามสิ่งหนึ่งไป... ข้าไม่ใช่ฟางเซียนคนเดิมที่พวกท่านเคยย่ำยีในอดีต ข้าคือคนคนเดียวที่รู้ว่า 'จุดอ่อน' ที่แท้จริงของท่านไม่ได้อยู่ที่การเมือง แต่มันอยู่ที่คนใกล้ตัวที่ท่านไว้ใจที่สุด" เหม่ยหลิงชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าสวยจัดบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "เจ้าขู่ข้า? ในขณะที่ราชองครักษ์ของเจ้ากำลังถูกสังหารจนสิ้นซากที่หน้าประตูวังน่ะหรือ!" เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองทัพนับพันเริ่มดังสะท้านสะเทือนเข้ามาใกล้ตำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงกรีดร้องของนางกำนัลและเสียงดาบกระทบกันดังก้องไปทั่วทั้งเขตพระราชฐาน ฝ่ายกบฏไม่ได้เพียงแค่บุกเข้ามา พวกมันกำลัง 'กวาดล้าง' ฟางเซียนก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือขวาล้วงเข้าไปในอกเสื้อหยิบตราประทับลับที่จ้าวเฟยหลงเคยมอบให้ก่อนจะแยกตัวไปรับศึกที่แนวหน้า "ข้าไม่ได้ขู่" นางกระซิบผ่านริมฝีปากที่สั่นเทาเล็กน้อย ทว่าสายตายังคงเด็ดเดี่ยว "ข้ากำลัง 'จุดชนวน' ต่างหาก" ทันใดนั้นเอง ผนังด้านหลังของห้องนอนกลับเลื่อนออก เผยให้เห็นเส้นทางลับที่มืดมิด ทว่ากลิ่นอายของบุรุษที่คุ้นเคยกลับทำให้ลมหายใจของฟางเซียนขาดห้วงไป จ้าวเฟยหลงก้าวออกมาจากเงามืด ชุดเกราะของเขาเปื้อนไปด้วยเลือดสีคล้ำ ใบหน้าคมคายนั้นบัดนี้เคร่งขรึมและเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่กดดันจนเหม่ยหลิงถึงกับเข่าอ่อน "เจ้าพูดถูกเหม่ยหลิง" เสียงของจักรพรรดิดังขึ้นทุ้มต่ำ แต่ทรงพลังอำนาจ "คืนนี้ดวงดาวจะเปลี่ยนตำแหน่ง... และนั่นหมายถึงการสิ้นสุดของยุคสมัยที่พวกเจ้าสร้างขึ้นด้วยเลือดของผู้อื่น" เหม่ยหลิงหน้าถอดสี มือที่เคยถือปิ่นปักผมทองคำสั่นระริก "ฝ่าบาท... หม่อมฉัน..." "ไม่ต้องแก้ตัว" จ้าวเฟยหลงขัดขึ้น สายตาเย็นชาคู่นั้นไม่ได้มองไปยังเหม่ยหลิง แต่จ้องเขม็งไปที่ประตูด้านนอก ซึ่งบัดนี้ถูกพังทลายลงด้วยแรงกระแทกจากทหารกบฏกลุ่มหนึ่งที่สวมชุดเกราะดำสนิท ทว่า สิ่งที่ไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้น เมื่อแม่ทัพใหญ่ที่นำกองทัพบุกเข้ามากลับชักดาบขึ้นฟ้า แต่ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่จ้าวเฟยหลง กลับเป็นดาบที่แทงทะลุหลังของขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ข้างกายเหม่ยหลิงจนเลือดสาดกระจาย! ชายผู้นั้นขยับหน้ากากออก เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ฟางเซียนรู้จักดีที่สุด... รอยยิ้มของ 'พี่ชายต่างสายเลือด' ที่นางคิดว่าตายไปนานแล้ว "ขออภัยที่มาสาย... แต่ดูเหมือนว่า 'พายุ' ลูกนี้ จะพัดพาคนผิดคนมาให้ท่านประหารชีวิตนะพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท" ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วห้อง ความสับสนแล่นผ่านใจฟางเซียน เมื่อนางตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่แค่กบฏธรรมดา แต่มันคือเกมเดิมพันที่นางและจ้าวเฟยหลงร่วมมือกันสร้างขึ้นมาตั้งแต่ต้น เพื่อให้งูพิษอย่างเหม่ยหลิงคายพิษร้ายออกมาให้หมดสิ้นในคราวเดียว แต่ทว่า... เมื่อเสียงหัวเราะของเหม่ยหลิงดังขึ้นอีกครั้งอย่างเย้ยหยัน พร้อมกับคำพูดที่ว่า "เจ้าคิดว่าตัวหมากมีเพียงเท่านี้หรือ? ลองดูที่ข้อมือของเจ้าสิ... ฟางเซียน" ฟางเซียนก้มมองที่ข้อมือตนเอง พบว่ารอยสักลึกลับที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนกำลังเปล่งประกายสีเลือดอย่างรุนแรง พร้อมกับความเจ็บปวดที่แล่นพล่านไปทั่วร่างจนนางทรุดตัวลงกับพื้น! ไป๋เหลียนหวังว่าทุกท่านจะหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะกับบทสรุปที่พลิกผันเกินคาดเดานี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%