“วางกระบี่ลงเสีย หวังจงกงกง... ท่านกำลังทำสิ่งที่แม้แต่ตัวท่านเองก็ยังไม่กล้าสบตาข้าในตอนนี้”
สุ้มเสียงของจ้าวเฟยหลงก้องกังวานในความมืดสลัวของคุกหลวง แต่มันกลับราบเรียบจนน่าขนลุก ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีจดจ้องไปยังชายชราที่เลี้ยงดูพระองค์มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ บัดนี้มือเหี่ยวย่นคู่นั้นกลับสั่นระริกขณะกระชับด้ามกระบี่อาญาสิทธิ์ไว้แน่น ท่ามกลางเหล่าองครักษ์เสื้อแพรที่ยืนเรียงรายปิดทางออกจนมิดชิด
หลินฟางเซียนนั่งอยู่บนพื้นฟางที่ชื้นแฉะ นางไม่ได้สะทกสะท้านกับคมดาบที่จ่ออยู่รอบกายแม้แต่น้อย ทว่ากลับจัดระเบียบอาภรณ์ที่เปื้อนฝุ่นให้เรียบร้อย ใบหน้างดงามซีดเผือดลงเล็กน้อยทว่าแววตายังคงแน่วแน่ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษผู้เป็นดั่งหัวใจท่ามกลางสมรภูมิอำนาจนี้
“ฝ่าบาท...” กุ้ยเฟยเหม่ยหลิงที่ยืนอยู่เบื้องหลังหวังจงกงกงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานทว่าแฝงไว้ด้วยยาพิษ นางก้าวออกมาจากเงามืด เสื้อคลุมสีแดงสดขับให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งเย่อหยิ่ง “กฎมณเฑียรบาลมิเคยยกเว้นผู้ใด แม้จะเป็นสตรีในดวงใจของพระองค์ หากนางทำความผิดฐานซ่องสุมกำลังและทรยศต่อแผ่นดิน พระองค์จะให้ขุนนางทั้งราชสำนักมองพระองค์อย่างไรเพคะ?”
จ้าวเฟยหลงขบกรามแน่น สันกรามของเขานูนเด่นขึ้นมาด้วยความโกรธแค้นที่ถูกบีบคั้น “เจ้าบังอาจข่มขู่ข้าถึงในคุกหลวงเชียวหรือ เหม่ยหลิง”
“หม่อมฉันมิบังอาจ” เหม่ยหลิงย่อกายลงงดงามทว่าสายตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็ง “หม่อมฉันเพียงแต่ทำหน้าที่แทนเหล่าขุนนางที่กำลังรอฟังคำตัดสินอยู่เบื้องนอก กระบี่อาญาสิทธิ์เล่มนี้มิได้มาเพื่อฆ่าฟันคนไร้ความผิด แต่มันมาเพื่อกวาดล้างเสี้ยนหนามที่ทำให้ราชบัลลังก์ต้องสั่นคลอน... พระองค์มีทางเลือกเดียวเท่านั้น คือการลงดาบด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง”
บรรยากาศในคุกหลวงกดดันจนแทบหยุดหายใจ ฟางเซียนขยับยิ้มที่มุมปากเบาบาง เป็นยิ้มที่ทำให้กุ้ยเฟยเหม่ยหลิงถึงกับชะงักไปชั่วขณะ นางค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าที่สง่างาม แม้โซ่ตรวนที่ข้อมือจะส่งเสียงกระทบกันแผ่วเบา แต่มันกลับฟังดูหนักแน่นราวกับเสียงกลองศึก
“ฝ่าบาทเพคะ” ฟางเซียนเอ่ยขึ้น ทลายความเงียบที่น่าอึดอัด “ความรักของท่านอาจเป็นสรวงสวรรค์ของหม่อมฉัน แต่ในฐานะโอรสแห่งสวรรค์ บัลลังก์ใต้ฝ่าเท้านั้นสำคัญกว่าชีวิตสตรีเพียงคนเดียว ท่านมิจำเป็นต้องแบกรับความผิดบาปนี้ไว้เพียงลำพัง”
จ้าวเฟยหลงหันขวับมามองนาง แววตาของเขาสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น “ฟางเซียน... เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้คมกระบี่นี้แตะต้องผิวเจ้าอย่างนั้นหรือ”
“หากท่านไม่ทำ หวังจงกงกงย่อมทำหน้าที่แทน” นางเอ่ยพลางก้าวเดินไปหาบุรุษผู้ถือกระบี่อาญาสิทธิ์อย่างไม่เกรงกลัว “กงกง... ท่านคือผู้ที่เห็นการเติบโตของฝ่าบาทมาตลอด ท่านยอมให้ฮ่องเต้ที่ท่านรักกลายเป็นคนอ่อนแอที่ไม่อาจรักษาความยุติธรรมเพียงเพราะคนคนเดียวหรือ?”
หวังจงกงกงหลับตาลงแน่น น้ำตาไหลรินออกจากหางตา “พระสนม... ท่านอย่าได้บังคับกระหม่อมเลย”
“ข้ามิได้บังคับ” ฟางเซียนเดินเข้าไปใกล้จนปลายกระบี่จ่อที่ลำคอระหง “ข้าเพียงแต่กำลังบอกว่า หากความตายของข้าคือราคาสุดท้ายที่ต้องจ่ายเพื่อให้ฝ่าบาทได้รับอำนาจคืนจากเงื้อมมือคนเหล่านี้... ข้าก็พร้อมจะน้อมรับ”
“หุบปาก!” จ้าวเฟยหลงคำรามลั่น เขาก้าวพรวดเข้ามาคว้าด้ามกระบี่จากมือของหวังจงกงกงด้วยความรวดเร็วจนไม่มีใครตั้งตัวทัน ก่อนจะตวัดกระบี่ฟาดฟันเข้าใส่เสาไม้ข้างกายนางจนหักกระจุยกระจาย กองไม้ที่พังลงมาขวางกั้นระหว่างเขากับเหม่ยหลิงไว้ทันควัน
“ใครที่กล้าแตะต้องนาง... ข้าจะถือว่านั่นคือการกบฏ!” ฮ่องเต้หนุ่มประกาศก้อง แววตาของเขาเปลี่ยนไปเป็นดุดันและเย็นชาถึงขีดสุด “เหม่ยหลิง เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้คือการจัดฉาก? เจ้าหวังจะใช้กระบี่เล่มนี้ฆ่าฟางเซียนเพื่อทำลายหัวใจข้า แล้วจากนั้นเจ้าก็จะขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนใช่หรือไม่!”
เหม่ยหลิงหน้าถอดสี ถอยกรูดไปด้านหลัง “ฝ่าบาท... หม่อมฉัน...”
“กงกง!” จ้าวเฟยหลงตะโกนเรียก “จับตัวนางไปขังไว้ที่ตำหนักเย็น ใครก็ตามที่สมคบคิดในคืนนี้ ให้กักบริเวณไว้ทั้งหมด ห้ามผู้ใดเข้าออกจนกว่าข้าจะมีคำสั่งใหม่!”
ขณะที่สถานการณ์กำลังชุลมุน กององครักษ์หลวงที่จ้าวเฟยหลงแอบส่งไปซุ่มรออยู่นอกคุกก็กรูกันเข้ามาควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เสียงดาบกระทบกันดังก้องไปทั่วคุกหลวง ทว่าในขณะที่ฟางเซียนกำลังจะก้าวเดินไปหาพระองค์นั้นเอง
จู่ๆ แสงไฟในคุกก็ดับวูบลงพร้อมกันทุกดวง เหลือเพียงความมืดมิดที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าเบาหวิวที่เหยียบลงบนพื้นทราย... ไม่ใช่เสียงของทหาร แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย
ปลายกระบี่เย็นเฉียบแตะลงที่ต้นคอของฟางเซียนอย่างแผ่วเบา ขณะที่เสียงกระซิบแหบพร่าข้างหูทำให้นางต้องตัวแข็งทื่อ
“เจ้าเลือกผิดคนแล้ว... หลินฟางเซียน”
นั่นไม่ใช่เสียงของกุ้ยเฟยเหม่ยหลิง แต่เป็นเสียงของคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่วันที่ตระกูลหลักของนางถูกกวาดล้างเมื่อสิบปีก่อน!
ไป๋เหลียนฮวาหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นกับบททดสอบหัวใจครั้งนี้และเตรียมพบกับความจริงที่กำลังจะเปิดเผยในตอนถัดไปนะคะ
เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน•ตอนที่ 21
บททดสอบความเชื่อใจ
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!