“เศษกระดาษแผ่นเดียวกลับมีอานุภาพทำลายล้างตระกูลหลินได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
น้ำเสียงของหลินฟางเซียนเย็นเยียบจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง นางไม่แม้แต่จะปรายตาแลบรรดาญาติผู้ใหญ่ที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า กระดาษพินัยกรรมที่สั่นไหวอยู่ในมือของผู้อาวุโสลำดับหนึ่งนั้นเปรียบเสมือนใบสั่งตายที่พวกเขาสร้างขึ้นมาเองด้วยกิเลสและความริษยา
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงใหญ่ของจวนตระกูลหลินนานนับชั่วยาม จวบจนกระทั่งร่างสูงสง่าในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทปักลายมังกรทองก้าวเข้ามาในโถง จ้าวเฟยหลงไม่ได้มาในฐานะจักรพรรดิผู้สูงส่ง แต่เขามาในฐานะ ‘บุรุษ’ ที่พร้อมจะปกป้องสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจ
“ในเมื่อความจริงถูกเปิดเผย ข้าในฐานะโอรสสวรรค์ย่อมต้องให้ความเป็นธรรมแก่รัชทายาทที่แท้จริง” จ้าวเฟยหลงเอ่ยขึ้น สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีตวัดมองกุ้ยเฟยเหม่ยหลิงที่พยายามซ่อนตัวอยู่หลังม่านบังตา “เหม่ยหลิง เจ้ายังจะกล่าวสิ่งใดอีกหรือไม่ หรือต้องรอให้ข้าขุดรากถอนโคนตระกูลของเจ้าด้วยตัวเอง?”
กุ้ยเฟยเหม่ยหลิงขบกรามแน่น นางพยายามรักษากิริยาแม้ในใจจะร้อนรุ่มดั่งถูกไฟเผา “ฝ่าบาท… สิ่งที่นางอ้างเป็นเพียงเรื่องเหลวไหล หากนางเป็นสายเลือดมังกรจริง เหตุใดจึงต้องหลบซ่อนอยู่ในฐานะบุตรสาวอนุที่ถูกทอดทิ้งเล่าเพคะ?”
หลินฟางเซียนก้าวเข้าไปหานางด้วยจังหวะที่มั่นคง นัยน์ตาดอกท้อที่เคยอ่อนหวานบัดนี้กลับวาวโรจน์ไปด้วยไอสังหาร “นั่นเพราะมารดาของข้าปกป้องข้าจากพิษร้ายที่เจ้าบรรจงหยดลงในถ้วยยาเมื่อสิบปีก่อนอย่างไรเล่า!”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก จ้าวเฟยหลงขยับกายเข้าไปใกล้ฟางเซียน มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของนางไว้แน่น สัมผัสที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของเขาทำให้นางรู้สึกถึงไออุ่นที่โหยหามาตลอดชีวิต ความสับสนวุ่นวายในใจของฟางเซียนเริ่มคลี่คลายกลายเป็นความเชื่อใจที่หนักแน่น
“เจ้าไม่ต้องแบกรับมันไว้เพียงลำพัง” จ้าวเฟยหลงกระซิบข้างหูของนาง น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่เขาไม่เคยเผยให้ผู้ใดเห็น “นับจากวินาทีนี้ หากใครคิดจะทำร้ายเจ้า มันผู้นั้นต้องข้ามศพข้าไปก่อน”
ฟางเซียนเงยหน้ามองบุรุษข้างกาย นัยน์ตาของเขาสะท้อนภาพนางเพียงผู้เดียว ความโกรธแค้นที่เคยแผดเผาในอกค่อยๆ มอดดับลง เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่ยากจะอธิบาย นี่หรือคือสิ่งที่เรียกว่าความรัก? ความรู้สึกที่ทำให้คนเรายอมแลกได้แม้กระทั่งชีวิตเพื่อรักษาชีวิตของอีกคนไว้
“ฝ่าบาท... หม่อมฉันไม่ได้ต้องการบัลลังก์เพื่ออำนาจ แต่หม่อมฉันต้องการทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้ที่จากไป” นางเอ่ยเสียงเบา จ้าวเฟยหลงยกมือขึ้นลูบใบหน้าของนางอย่างทะนุถนอม ความใกล้ชิดที่ไร้ซึ่งระยะห่างทำให้หัวใจของทั้งสองเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน
“ข้าจะมอบให้เจ้าทุกอย่าง แม้แต่บัลลังก์นี้หากเจ้าต้องการ” จ้าวเฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังจนทุกคนในห้องต้องก้มหน้าหลบสายตา
ทว่า ในจังหวะที่ความรักกำลังผลิบาน ท่ามกลางความเงียบงันที่แสนเปราะบาง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะผิดปกติก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลังจวน กองทหารม้าเกราะเหล็กที่ดูไม่คุ้นตาค่อยๆ ล้อมตัวอาคารเอาไว้ กลิ่นอายของเลือดจางๆ ลอยมาตามลมพัด
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นเงามืดออกมา เป็นชายหนุ่มผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับจ้าวเฟยหลงราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่านัยน์ตากลับดุดันและอาบไปด้วยรอยเลือด เขาถอดหมวกคลุมศีรษะออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นแนวยาวพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย
“ฝ่าบาท... ดูเหมือนว่าพินัยกรรมฉบับนั้นจะไม่ได้มีแค่เรื่องของนางหรอกนะ” ชายปริศนาแสยะยิ้มก่อนจะชักกระบี่ออกมา “ข้าคือพี่ชายที่แท้จริงของนาง และข้ากลับมาเพื่อทวงคืนทุกอย่างที่ควรจะเป็นของข้า... รวมถึงตัวนางด้วย”
จ้าวเฟยหลงชักกระบี่ออกจากฝักทันที ปลายกระบี่ของเขาชี้ไปยังชายผู้มาใหม่ ในขณะที่ฟางเซียนเบิกตากว้าง ความลับที่ซ่อนเร้นมานานปีดูเหมือนจะไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การเป็นบุตรสาวของอดีตจักรพรรดิเสียแล้ว แต่ยังมีบางสิ่งที่มืดดำและอันตรายกว่านั้นซ่อนอยู่เบื้องหลังความตายของบิดามารดานาง
ไป๋เหลียนฮวายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พาคุณร่วมเดินทางไปสู่ความลับที่ดำมืดที่สุดในบทถัดไปนะคะ
เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน•ตอนที่ 17
ความใกล้ชิดหลังความตาย
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!