เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน•ตอนที่ 12

สายลับในเงามืด

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"ฝ่าบาททรงตรัสสิ่งใดออกมา... พระองค์ทราบหรือไม่ว่าคำพูดนี้ ดั่งคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของหม่อมฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า" หลินฟางเซียนนิ่งงันไปครู่ใหญ่ นางมิได้ถอยหลังหนี แม้หัวใจจะเต้นรัวดั่งกลองศึกที่ถูกรัวเร่งด้วยความตกตะลึง ทว่านัยน์ตาคู่สวยกลับจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของจ้าวเฟยหลงอย่างไม่ลดละ นางพยายามค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากบุรุษผู้กุมชะตากรรมของแผ่นดิน จ้าวเฟยหลงแสยะยิ้มที่มุมปาก มือหนายื่นออกมาช้าๆ เพื่อเชยคางนางขึ้น แสงจากคบเพลิงวูบไหวในดวงตาของเขา ทำให้เงาของเขาทาบทับลงบนร่างนางราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น "ข้าไม่ได้ต้องการทำร้ายเจ้า ฟางเซียน... ข้าเพียงแค่อยากรู้ว่าเจ้าจะเลือกสิ่งใด ระหว่างความแค้นส่วนตัว กับบัลลังก์ที่เจ้าปรารถนาจะยืนเคียงข้างข้า" "ความรักของฝ่าบาท... คือการทดสอบเช่นนั้นหรือเพคะ?" นางเค้นเสียงถาม รอยยิ้มหวานเยิ้มถูกแต่งแต้มขึ้นบนใบหน้าดั่งกลีบบัวที่อาบยาพิษ "หากพระองค์เป็นผู้บงการจริง หม่อมฉันคงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเรียนรู้ที่จะรัก... หรือไม่ก็ทำลายพระองค์เสียก่อน" จ้าวเฟยหลงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่ทิ้งคำตอบใดไว้อีก ทิ้งให้หลินฟางเซียนยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของตำหนักเย็นเพียงลำพัง มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความเจ็บปวดนี้เป็นเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า ในวังวนแห่งเล่ห์กลนี้ ไม่มีใครที่เชื่อใจได้ แม้แต่บุรุษที่นางมอบหัวใจให้ ทันทีที่นางกลับถึงตำหนัก ซูอวี้ นางกำนัลผู้ซื่อสัตย์รีบเข้ามาประคอง "พระสนมเพคะ สีหน้าของท่าน..." "เตรียมตัวให้พร้อม" หลินฟางเซียนตัดบท น้ำเสียงของนางเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "คืนนี้ ส่งคนของเราออกไปสืบเรื่อง 'ตระกูลหลี่' และขุนนางในสังกัดของกุ้ยเฟยให้หมด ข้าต้องการหลักฐานการทุจริต การค้าขายกับชนเผ่าเร่ร่อน และทุกสิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขากับการตายของมารดาข้า... อย่าให้พลาดแม้แต่นิดเดียว" ซูอวี้เม้มปากแน่นก่อนจะรับคำ "แต่เพคะ... การสืบเรื่องของตระกูลหลี่ในยามนี้เสี่ยงเกินไป หากกุ้ยเฟยไหวตัวทัน..." "กุ้ยเฟยกำลังลำพองใจเพราะเชื่อว่าข้าถูกฝ่าบาททอดทิ้ง" หลินฟางเซียนเดินไปที่โต๊ะเขียนหนังสือ หยิบพู่กันขึ้นมาจดจารึกบางอย่างลงบนกระดาษแผ่นบาง "นี่คือโอกาสเดียวที่พวกมันจะประมาท หากเราไม่ลงมือตอนนี้ ก็ไม่มีวันได้เห็นหัวพวกมันหลุดจากบ่า" คืนนั้น สายลมหนาวพัดกรรโชกผ่านหน้าต่างตำหนัก หลินฟางเซียนเฝ้ามองเงาร่างของสายลับที่พุ่งตัวออกไปผ่านความมืด นางรู้ดีว่าจ้าวเฟยหลงอาจกำลังจับตาดูนางอยู่ แต่ในเมื่อเขาเปิดเกมด้วยความโหดเหี้ยม นางก็พร้อมจะเล่นเกมนี้ให้ถึงที่สุด หากเขามีเล่ห์ นางก็มีกล หากเขามีอำนาจ นางก็มีหัวใจที่แกร่งดั่งหินผา เวลาล่วงเลยไปจนเกือบยามโฉ่ว เสียงฝีเท้าเบาหวิวปรากฏขึ้นที่หน้าประตูตำหนัก หลินฟางเซียนรีบดับตะเกียงจนห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืด นางเอื้อมมือไปหยิบมีดสั้นที่ซ่อนไว้ใต้หมอน "ใคร?" นางกระซิบถาม ร่างหนึ่งก้าวเข้ามาในแสงจันทร์สลัว ซูอวี้คุกเข่าลงด้วยท่าทางหอบเหนื่อย ใบหน้าของนางมีรอยเลือดเปื้อนเป็นทาง "พระสนม... เราพบแล้วเพคะ... หลักฐานที่พระองค์ต้องการถูกซ่อนไว้ในโกดังสินค้าลับนอกเมือง แต่ที่สำคัญกว่านั้น..." หลินฟางเซียนขมวดคิ้ว "ว่ามา" "สายลับของเราถูกล้อมโดยหน่วยเงาที่ฝ่าบาททรงจัดตั้งขึ้น" ซูอวี้สั่นสะท้าน "พวกเขาไม่ได้มาเพื่อจับตัว แต่มาเพื่อ 'เก็บกวาด' หลักฐานทั้งหมด... และข้าเห็นหัวหน้าหน่วยคนนั้น... เขาสวมตราประทับขององค์จักรพรรดิไว้ที่เอวอย่างชัดเจน" หลินฟางเซียนชาวาบไปทั้งร่าง ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวค่อยๆ กระจ่างชัด จ้าวเฟยหลงไม่ได้แค่ทดสอบนาง แต่เขากำลัง 'กำจัด' ขุนนางกังฉินเหล่านั้นด้วยมือของเขาเอง โดยใช้ความแค้นของนางเป็นเครื่องมือล่อเหยื่อออกมา พลันเสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารองครักษ์นับสิบก็ดังขึ้นล้อมรอบตำหนักของนางไว้ เสียงของกงกงคนสนิทของจ้าวเฟยหลงดังแว่วเข้ามาจากภายนอก "ฝ่าบาทมีพระราชโองการ... ให้พระสนมหลินไปเข้าเฝ้าที่ตำหนักบรรทมเดี๋ยวนี้... ในฐานะ 'ผู้สมรู้ร่วมคิด' ในคดีทุจริตที่นางเพิ่งไปสืบมา!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงจุดพลิกผันนี้นะคะ ไป๋เหลียนฮวายังมีเรื่องราวอีกมากมายรอให้ทุกท่านไปร่วมลุ้นในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%