เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน•ตอนที่ 11

เบื้องหลังม่านหมอก

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"หม่อมฉันเพียงแต่... รู้สึกเสียใจที่เห็นบรรยากาศงานเลี้ยงรื่นรมย์ต้องมาแปดเปื้อนด้วยเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้เพคะฝ่าบาท" เสียงสะอื้นของกุ้ยเฟยเหม่ยหลิงนั้นแผ่วเบา หากแต่แฝงไว้ด้วยความจงใจจะกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของจักรพรรดิจ้าวเฟยหลง นางซบหน้าลงบนแขนเสื้อของบุรุษผู้ครองแผ่นดินอย่างอ่อนช้อย ทว่าในดวงตาที่ก้มต่ำนั้น กลับมีความเย็นชาฉายวาบขึ้นมาเพียงชั่วครู่ขณะที่นางปรายตามองไปยังร่างของฟางเซียน ฟางเซียนยืนนิ่งดุจรูปสลัก กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายตึงเกร็ง กลิ่นกำยาน 'จันทราอาวรณ์' ที่โชยมาจากอาภรณ์ของเหม่ยหลิงนั้นไม่ได้จางหายไปตามสายลม แต่มันกลับเข้มข้นขึ้นจนนางรู้สึกเหมือนถูกกระชากกลับไปยังคืนวันอันมืดมิดเมื่อสิบปีก่อน คืนที่มารดาของนางสิ้นใจลงในเรือนไม้หลังเก่า ท่ามกลางกลิ่นหอมหวานที่เคลือบยาพิษเช่นนี้ไม่มีผิดเพี้ยน "รอยยิ้มหวานของท่านกุ้ยเฟย ช่างอบอุ่นเสียจนคนได้กลิ่นรู้สึก... เคลิบเคลิ้มถึงความหลังเหลือเกินนะเพคะ" ฟางเซียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น แต่ดวงตาคมกริบดุจกระบี่ที่เปลือยฝักจับจ้องไปยังใบหน้าของสตรีที่สูงศักดิ์กว่า จ้าวเฟยหลงชะงักไปเล็กน้อย พระองค์ดึงแขนเสื้อออกจากการเกาะกุมของเหม่ยหลิงอย่างนุ่มนวล ทว่าสายพระเนตรที่ทอดมองฟางเซียนนั้นเต็มไปด้วยคำถาม "เจ้าหมายความว่าอย่างไร ฟางเซียน?" "หม่อมฉันเพียงแค่รู้สึกว่ากลิ่นนี้... ช่างเป็นกลิ่นที่นำพาความทรงจำอันเจ็บปวดกลับมา หากท่านกุ้ยเฟยไม่ได้เป็นคนใช้มัน ท่านคงไม่รังเกียจที่จะให้หม่อมฉันพิสูจน์ที่มาของกลิ่นนี้กระมังเพคะ?" ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วห้องโถง เหม่ยหลิงหน้าซีดเผือดลงในฉับพลัน แต่ก็เพียงเสี้ยววินาที นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "เจ้าช่างเป็นคนช่างสงสัยไม่เปลี่ยนเลยนะฟางเซียน แต่น่าเสียดาย ที่ของสิ่งนี้เป็นเพียงเครื่องหอมที่ฝ่าบาทประทานให้... เจ้าจะกล่าวหาว่าฝ่าบาททรงมีส่วนร่วมในเรื่องที่เจ้าหวาดระแวงงั้นหรือ?" ฟางเซียนกระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา "หม่อมฉันมิกล้าบังอาจเพคะ เพียงแต่ความลับที่ถูกฝังไว้ใต้รอยยิ้มของท่านกุ้ยเฟย หากวันหนึ่งมันถูกขุดขึ้นมา... หม่อมฉันเกรงว่ากลิ่นหอมนี้ อาจจะกลายเป็นกลิ่นคาวเลือดที่ท่านชะล้างออกไม่หมด" จ้าวเฟยหลงทรงหรี่พระเนตรมองทั้งสองสตรี สลับไปมา พระองค์สัมผัสได้ถึงแรงปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรงจนน่าอึดอัด ในฐานะจักรพรรดิ พระองค์ย่อมรู้ดีว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่เกมการเมืองในวังหลังนั้นซับซ้อนเกินกว่าจะตัดสินด้วยเพียงกลิ่นหอมหรือคำพูดลอยๆ "พอได้แล้ว" จ้าวเฟยหลงตรัสเสียงเข้ม "เรื่องนี้เอาไว้ก่อน คืนนี้ดึกมากแล้ว กลับไปพักผ่อนกันเสียเถิด" ฟางเซียนย่อกายถวายบังคมอย่างอ่อนช้อย แต่ในใจนางกลับเดือดพล่าน นางรู้ดีว่าหากปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป อีกนานแค่ไหนกว่านางจะเข้าใกล้ความจริงของมารดาได้อีก เมื่อแยกตัวออกมาจากห้องโถง ฟางเซียนไม่ได้มุ่งหน้ากลับตำหนัก แต่นางอาศัยความมืดมิดของยามวิกาลลัดเลาะไปตามระเบียงคด นางต้องการพบคนผู้หนึ่ง... คนที่เคยทำงานรับใช้ในเรือนของเหม่ยหลิงเมื่อสิบปีก่อน ขันทีชราที่ถูกเนรเทศไปอยู่หอสมุดหลวง แสงจันทร์สลัวรางสะท้อนผ่านหน้าต่างไม้แกะสลัก เผยให้เห็นร่างชราของชายคนหนึ่งที่กำลังจัดเก็บม้วนกระดาษ ฟางเซียนย่างเท้าเข้าไปอย่างแผ่วเบาจนแทบไร้เสียง "ท่านยังจำข้าได้หรือไม่?" นางกระซิบถาม ชายชราหันกลับมา แววตาที่ขุ่นมัวของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่ถอดแบบมาจากสตรีที่ล่วงลับไปแล้ว เขาตัวสั่นเทาจนม้วนกระดาษในมือร่วงหล่นลงพื้น "คุณหนู... คุณหนูหลิน... ท่าน... ท่านไม่ควรกลับมาที่นี่!" "ข้ากลับมาเพื่อทวงความยุติธรรม" ฟางเซียนก้าวเข้าประชิด พลางยื่นป้ายหยกประจำตัวมารดาให้เขาดู "กลิ่นจันทราอาวรณ์ที่ข้าได้กลิ่นในคืนนี้... ใครเป็นผู้ปรุงให้เหม่ยหลิง? บอกข้ามาเดี๋ยวนี้!" ชายชราน้ำตาไหลอาบแก้ม เขาสั่นศีรษะอย่างหวาดกลัว "มันไม่ใช่แค่กลิ่น... มันคือคำสาป คุณหนูหนีไปเถอะ ก่อนที่เงาที่ติดตามท่านจะพบตัวท่านที่นี่!" ฟางเซียนขมวดคิ้ว "เงาอะไร? เจ้าพูดเรื่องอะไรกัน!" ทว่ายังไม่ทันที่ชายชราจะได้เอ่ยคำตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากหน้าประตูหอสมุดหลวง พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ประตูปรากฏร่างขององครักษ์หลวงนับสิบคนที่ล้อมกรอบเข้ามาอย่างรวดเร็ว "ในเมื่อเจ้าอยากรู้นักว่าเบื้องหลังม่านหมอกนั้นมีอะไร" เสียงเย็นเยียบของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังเหล่าองครักษ์ "ข้าก็ยินดีที่จะพาเจ้าไปดูด้วยตาตนเอง... ฟางเซียน" ฟางเซียนหันกลับไปมอง บุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มองครักษ์นั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'จ้าวเฟยหลง' ที่บัดนี้แววตาของเขามิได้มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "ฝ่าบาท..." ฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยหัวใจที่เต้นระรัว "เจ้าคิดว่าเรื่องทั้งหมดนี้... ข้าไม่รู้เลยหรืออย่างไร?" จ้าวเฟยหลงเดินตรงเข้ามา แสงจากคบเพลิงส่องกระทบใบหน้าที่เรียบเฉยจนน่าสะพรึงกลัว "หรือบางที... คนที่วางแผนฆ่ามารดาของเจ้า อาจไม่ใช่กุ้ยเฟย... แต่เป็นข้าเอง?" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันไปกับฟางเซียนนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%