"หากข้าช่วยท่านกำจัดเหม่ยหลิง... สิ่งที่ข้าจะได้รับตอบแทน มิใช่เพียงตำแหน่งสนมขั้นสูงหรอกใช่หรือไม่?"
ถ้อยคำนั้นไม่ได้ดังมาจากปากของสหาย แต่มาจากสตรีที่เคยส่งยาพิษมาให้หลินฟางเซียนถึงเรือนพักเมื่อสามเดือนก่อน 'ฉินจินเยว่' หรือที่ใครต่อใครเรียกขานว่าสนมจินผู้เงียบเชียบ นั่งอยู่ตรงข้ามฟางเซียนภายในศาลาริมน้ำที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดของยามค่ำคืน ไอเย็นของน้ำในสระสะท้อนเข้ากับใบหน้าเรียบเฉยของทั้งสอง
ฟางเซียนวางถ้วยชาลงบนโต๊ะหินอ่อน เสียงกระทบของมันเบาหวิวแต่กลับดังก้องในความเงียบ นางคลี่ยิ้มบางที่ไปไม่ถึงดวงตา แววตาของนางดุจน้ำแข็งที่กำลังรอวันละลายเพื่อเผยให้เห็นคมมีดที่ซ่อนอยู่ข้างใต้
"ท่านฉิน ท่านก็รู้ดีว่ากุ้ยเฟยเหม่ยหลิงมิใช่สตรีที่กำจัดได้ด้วยกำลัง" ฟางเซียนเอ่ยเสียงเรียบ "นางมีสายเลือดตระกูลขุนนางเก่าหนุนหลัง มีความโปรดปรานของฝ่าบาทเป็นเกราะกำบัง การที่ท่านยอมแลกแม้กระทั่งการเปิดเผยความลับเรื่องการวางยาในครั้งก่อน เพื่อมานั่งเจรจากับข้าในคืนนี้... ย่อมหมายความว่าสถานะของท่านในยามนี้คงวิกฤตเสียยิ่งกว่าข้า"
ฉินจินเยว่แค่นหัวเราะ ดวงตาที่เคยอ่อนหวานบัดนี้ฉายแววอาฆาตมาดร้าย "นางทุบตีสาวใช้ของข้าจนตายเพียงเพราะทำน้ำชาหกใส่ชุดผ้าไหมที่นางโปรดปราน เหม่ยหลิงคิดว่านางคือนางพญาที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง... ฟางเซียน ข้ามิได้ต้องการบัลลังก์หงส์ ข้าต้องการเพียงให้คนเย่อหยิ่งเช่นนางลงไปนอนคลุกฝุ่นอยู่แทบเท้าข้า"
ฟางเซียนมองมือของอีกฝ่ายที่กำชายผ้าแน่นจนสั่นริก ความเกลียดชังที่สุมอยู่ในอกของฉินจินเยว่คือเชื้อเพลิงชั้นดี ที่ฟางเซียนจะใช้เผาผลาญศัตรูร่วมกันของนาง แต่นางรู้ดีว่ามิตรภาพที่เกิดจากความแค้นนั้นเปราะบางเพียงใด
"ท่านมีสิ่งที่นางหวงแหนที่สุดอยู่ในมือใช่หรือไม่?" ฟางเซียนถาม เสียงของนางแฝงความกดดัน
ฉินจินเยว่สูดลมหายใจลึก ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อแล้ววางลงบนโต๊ะ "นี่คือบัญชีลับการยักยอกเสบียงคลังของตระกูลเหม่ยที่ฝ่าบาททรงมีพระราชโองการให้จัดส่งไปยังชายแดน แต่นางกลับนำไปเปลี่ยนเป็นทองคำเพื่อสะสมกองกำลังส่วนตัว หากสิ่งนี้ถึงพระเนตรฝ่าบาท... ต่อให้เป็นกุ้ยเฟยก็ไม่มีทางรอดพ้นความตาย"
ฟางเซียนแตะลงบนม้วนกระดาษนั้น ความร้อนผ่าวแล่นผ่านปลายนิ้ว นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่นางตามหามาตลอดครึ่งปี แต่นางรู้ดีว่าหากนำมันไปถวายฝ่าบาทตรงๆ นางอาจกลายเป็นเพียงเบี้ยที่ถูกทิ้งเมื่อจบภารกิจ
"จังหวะเวลาคือหัวใจสำคัญ" ฟางเซียนกล่าวพลางเก็บม้วนกระดาษเข้าแขนเสื้อ "พรุ่งนี้ในงานเลี้ยงชมดอกโบตั๋น ฝ่าบาทจะทรงเสด็จมาที่อุทยานหลวง นั่นจะเป็นโอกาสเดียวที่เราจะทำให้นางเผยธาตุแท้ต่อหน้าธารกำนัล ทว่า... การจะทำเช่นนั้น ท่านต้องเป็นคนล่อให้นางโมโหจนขาดสติ"
"ข้าต้องทำอย่างไร?"
ฟางเซียนโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยจากตัวนางฟุ้งกระจายไปทั่วศาลา "ท่านเพียงแค่ต้องทำตัวเป็นสตรีโง่เขลาที่คอยแย่งชิงความสนใจจากนางเรื่องเครื่องประดับ... ความอิจฉาริษยาที่ไร้รสนิยมของท่าน จะทำให้นางมั่นใจว่าท่านคือนางขี้แพ้ที่ไร้พิษสง และเมื่อความย่ามใจครอบงำ นางจะเผลอคายความลับที่ซ่อนไว้"
ฉินจินเยว่นิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะผุดยิ้มเยือกเย็น "เจ้านี่มันปีศาจจริงๆ หลินฟางเซียน ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมกุ้ยเฟยถึงได้หวาดกลัวเจ้านัก"
"ข้าไม่ใช่ปีศาจ ข้าเพียงแต่เป็นสตรีที่รู้จักรอคอย" ฟางเซียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของบุรุษที่เดินลัดเลาะผ่านพุ่มไม้เข้ามาก็หยุดการสนทนาของทั้งคู่ลง ทั้งฟางเซียนและฉินจินเยว่ต่างชะงัก ร่างสูงสง่าในชุดฉลองพระองค์สีดำสนิทปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางเงาไม้ แม้แสงจันทร์จะสลัว แต่แววตาคมกริบของบุรุษผู้นั้นกลับสว่างวาบดุจพยัคฆ์ยามล่าเหยื่อ
"พูดเรื่องสนุกอะไรกันอยู่หรือ... สนมรักทั้งสอง?"
จ้าวเฟยหลงก้าวเข้ามาในศาลา รอยยิ้มของเขาดูอบอุ่นทว่ากลับแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่ทำให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ มือหนาของเขาเอื้อมมาเชยคางฟางเซียนขึ้นอย่างถือวิสาสะ สายตาของเขากวาดมองไปที่มือของฟางเซียนที่เพิ่งเก็บม้วนกระดาษไปเมื่อครู่
"กระหม่อม... หม่อมฉันกำลังปรึกษาเรื่องการจัดงานเลี้ยงวันพรุ่งนี้เพคะ ฝ่าบาท" ฟางเซียนตอบเสียงนิ่ง แม้ในใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก
จ้าวเฟยหลงหัวเราะในลำคอ แต่แววตานั้นกลับจ้องเขม็งไปที่รอยแยกของม้วนกระดาษที่ยังโผล่พ้นแขนเสื้อของนางออกมาเพียงครึ่งเซนติเมตร "งานเลี้ยงวันพรุ่งนี้งั้นรึ? ดูเหมือนข้าจะพลาดเรื่องสนุกไปเสียแล้วสินะ... เพราะสิ่งที่พวกเจ้ากำลังวางแผนกัน มิใช่แค่การจัดงานเลี้ยง แต่เป็นการ 'เปลี่ยนโฉม' ของวังหลังทั้งวัง... ใช่หรือไม่?"
ความเงียบเข้าปกคลุมศาลาอีกครั้ง ฟางเซียนรู้สึกได้ว่ากระดานหมากนี้กำลังจะพังทลายลง หากคำตอบของนางไม่คมคายพอ ชีวิตของนางและพันธมิตรที่ไม่คาดฝันผู้นี้จะจบลงในคืนนี้ทันที
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนสำคัญนี้ไปกับข้านะคะ ไป๋เหลียนฮวาจะตั้งใจเขียนตอนต่อไปให้ลุ้นระทึกยิ่งกว่าเดิมค่ะ
เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน•ตอนที่ 15
พันธมิตรที่ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เล่ห์นางหงส์: บัลลังก์เลือดใต้รอยยิ้มหวาน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!